ครูแจ้ง คล้ายสีทอง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">“ ช่างขับคำหอม”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="justify"> ครั้นพออายุได้ราว 14 ปี ครูแจ้งก็กลับไปอยู่บ้านช่วยแม่ทำนา เมื่อวงปี่พาทย์ครูแคล้วรับงาน ครูแจ้งก็ไปร่วมวงด้วยเสมอ ครูแจ้งจึงเป็นชาวนา แต่มีอาชีพเสริมเป็นนักดนตรีด้วย และครูแจ้งก็นำความรู้ความสามารถทั้งสองอาชีพมาผสมผสานกันจนมีความสามารถพิเศษทำขวัญข้าวได้ เมื่ออายุได้ 17 ปี กำนันสนิท โพธิ์หิรัญ ลูกเขยครูแคล้ว ได้ชวนเข้ากรุงเทพฯ ตอนนั้นคงราวๆปีพ.ศ.2495และได้ทำงานที่กองยกบัตร สะพานแดง เมื่ออายุครบเกณฑ์ทหารก็ถูกเกณฑ์เป็นพลทหารประจำอยู่หน่วยเสนารักษ์ ทำให้ได้มีโอกาสต่อเพลงกับ “ ครูไก่ “ สืบสุด ดุริยะประณีต นักระนาดฝีมือเอกแห่งบ้านบางลำพู จนได้ร่วมออกงานหารายได้พิเศษ เมื่อปลดจากราชการทหารเกณฑ์แล้ว ครูแจ้งจึงตัดสินใจยึดอาชีพนักดนตรีวงปี่พาทย์อยู่บ้านบางลำพู บรรเลงรับการแสดงลิเกวิทยุกรมการรักษาดินแดน ตีระนาดไปนานเข้า ก็ช่วยเล่นลิเกได้จนกระทั่งก้าวขึ้นเป็นพระเอกลิเกวิทยุ ใช้ชื่อพระเอกอรุณ คล้ายสีทอง แต่ไม่กล้าออกแสดงหน้าเวทีเพราะร้องเป็นอย่างเดียวรำไม่เป็นเลย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"> ความเป็นครูเสภาของครูแจ้งเริ่มฉายแววสดใสเมื่อท่านได้มีโอกาสฝึกร้องเพลงกับครูเสภาชื่อครูสุภา โดยการฝากฝังของครูโชติ ดุริยประณีต ทำให้ครูแจ้งมีความรู้และประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น เกิดความมั่นใจเมื่อได้เข้าประกวดขับร้องเพลงไทยที่สถานีวิทยุ วปถ. จึงได้รับรางวัลชนะเลิศฝ่ายชาย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"> ต่อมาในปี พ.ศ.2508 ครูแจ้งได้สอบเข้ารับราชการในตำแหน่งคีตศิลปินจัตวา หรือที่รู้จักกันว่าตำแหน่งขับร้องเพลงไทย แผนกดุริยางค์ไทย กองการสังคีต กรมศิลปากร รับเงินเดือนขั้น 450 บาท ขณะที่อยู่กรมศิลปากร ครูแจ้งก็ได้ฝึกหัดการขับร้องเพิ่มเติมกับครุอาวุโสและได้รับความกรุณาจาก ม.ล.สุรักษ์ สวัสดิกุล พาไปศึกษาเทปบันทึกเสียงของท่านครูหลวงเสียงเสนาะกรรณ ครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ และนักร้องรุ่นเก่าที่มีชื่อเสียง เพื่อเป็นแนวทางและพัฒนาการขับร้องให้ดียิ่งขึ้น สำหรับการขับเสภาและการขยับกรับเสภานั้น ครูโชติ ดุริยประณีต เป็นผู้ฝึกหัดให้ เมื่อครูโชติถึงแก่กรรม ครูแจ้งก็ได้ศึกษาการขับเสภากับอาจารย์มนตรี ตราโมทพร้อมทั้ง ครูท้วม ประสิทธิกุล กับครูประเวท กุมุท และบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งที่ครูแจ้งเคารพยกย่องมากอีกท่านหนึ่งคืออาจารย์เสรีหวังในธรรม ท่านผู้นี้ให้การสนับสนุนและแนะนำวิธีการร้องต่างๆแก่ครูแจ้งตลอดมาถึงปัจจุบัน(ปัจจุบันอาจารย์เสรี หวังในธรรม ถึงแก่กรรมแล้ว) นอกจากนี้ครูแจ้งยังได้เรียนเสภากับครูเจือ ขันธมาลา ผู้มีความสามารถในการขับเสภาและขยับกรับเสภา ครูเจือนี้ท่านเป็นศิษย์และเป็นหลานของท่านครูหมื่น ขับคำหวาน ครูแจ้งจึงได้วิธีการขับเสภา การไหว้ครู และเกร็ดย่อยอื่นๆอีกมากมาย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p> ด้วยโอกาสและ ความถึงพร้อมด้วยคุณธรรมแห่งอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ ความรักในคีตศิลป์ วิริยะ ความมานะบากบั่น เพียรพยายาม จิตตะ ความเอาใจจดจ่อ ใส่ใจศึกษา ค้นคว้าเพิ่มเติม และวิมังสา ความรู้จักคิดไตร่ตรอง ครูแจ้ง คล้ายสีทอง จึงกลายเป็น ช่างขับคำหอม ที่คนฟังเพลงไทยและคนฟังเสภาทั่วประเทศชื่นชมและยกย่อง และสิ่งที่เป็นรางวัลยิ่งใหญ่ในชีวิตของครูแจ้ง คล้ายสีทองก็คือ ท่านได้รับการประกาศยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ· สาขาศิลปะการแสดง(คีตศิลป์) ประจำปี 2538 เข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2539นี่คือส่วนหนึ่งของชีวิตครูแจ้ง คล้ายสีทอง ที่ชาวสองพี่น้อง และชาวสุพรรณบุรี ภาคภูมิใจยิ่ง
ครูแจ้ง คล้ายสีทอง“ ช่างขับคำหอม”(ตอนที่๒)
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
จารุวัจน์ شافعى · 10 มิ.ย. 2550
sitmusic · 10 มิ.ย. 2550
โชคธำรงค์ จงจอหอ · 10 มิ.ย. 2550
สุรสิทธิ์ นมัสโก · 10 มิ.ย. 2550
Cobit Academy · 10 มิ.ย. 2550
ชอบฟังการขับเสภาชนิดที่รู้สึกว่าเพราะกว่าฟังเพลงทั่วๆ ไป
อยากขับเสภาเป็นมากๆ เลยค่ะ มีที่ไหนสอนบ้างคะ
แต่อยากเรียนกับครูแจ้ง คล้ายสีทองที่สุดในโลก เพราะท่านทำให้ดิฉันชื่นชอบการขับเสภาและเสียงกรับเสภามากๆ
ดีใจที่เกิดมามีคนขับเสภาให้ได้ยินในชาตินี้
กราบขอบคุณ ครูแจ้ง คล้ายสีทอง ที่ท่านขับเสภาได้เพราะที่สุดในโลก
ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของครูผู้มีแต่ให้และขอให้ครูจงไปสู่สุขคติเทอญ
เสียใจกับการจากไปของครูแจ้ง ขอไว้อาลัย