Dr.Rudolf Steinerเป็นชาวออสเตรเลียเขาเป็นนักปรัชญา

นักวิทยาศาสตร์ นักมนุษยวิทยาและนักการศึกษา

             สไตเนอร์ อธิบายว่า ถ้าต้องการทำความเข้าใจ

มนุษย์นั้นต้องมองดูรอบด้านสามด้านคือ กาย ใจ และจิตวิญญาณ(Body-Soul-Spirit)
             

              แนวการมองชีวิตมนุษย์เช่นนี้ ดร.สไตเนอร์ ได้นำมาใช้ในการศึกษาที่เน้นกิจกรรมสามด้านของใจหรือวิญญาณ

(Soul)ความสามารถทั้งสามในใจมนุษย์คือ


              
  * ความสามารถในกิจกรรมด้านความคิดนึก (Thinking)
                * ความสามารถในกิจกรรมด้านความรู้สึก (Feeling)
                * ความสามารถในกิจกรรมด้านความมุ่งมั่น

ลงมือกระทำ(Willing)

               เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของโรงเรียนวอลดอร์ฟคือ การพัฒนาครู หลักสูตร "มนุษย์ปรัชญา"(Anthroposophy)

อันเป็นการค้นหาในระดับที่ลึกซึ่งว่า"มนุษย์คืออะไร" นี่เป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกระหว่างมนุษย์

คัดลอกมาจาก  http://www.geocities.com/tanatakorn/tridhaksa.html#w003

 

รูปนี้เป็น ครู มาจารี เธอสอนหนังสือตั้งแต่อายุ 18 และสอนในระบบการศึกษา ถึง อายุ 30 ปี จากนั้นได้มาศึกษาแนวการศึกษาวอลดอร์ฟ  

    

 

เมื่อวานฉันไปร่วมฟัง เสวนา กับ เครือข่ายพ่อแม่ใส่ใจลูกรัก ที่ น้องหมู ผู้ก่อตั้งโรงเรียนบ้านฝันดี ให้กับเด็กวัยก่อนเรียน ในเมือง สุรินทร์ ที่ใช้แนวการศึกษาวอลดอร์ฟมาปรับใช้

       ได้พบกับ ครูอุ้ย เจ้าของโรงเรียนอนุบาล ที่ กทม. และเป็นนักการศึกษาแนวนี้ด้วย ชวนเสวนากับ ผู้สนใจ และผู้ปกครอง ซึ่งในทีมที่มาประกอบด้วย  ครูมาจารี ชาวนิวซีแลนด์  ครูเอ  จากเชียงใหม่  และ ชาวสิงคโปร์ ที่เธอเปิด โรงเรียนอนุบาลแนวนี้ ที่สิงคโปร์ ชื่อ  Yi Xuan Lew     ชื่อโรงเรียนเธอน่ารักดี  Alfalfa Creative Hub

    ครูมาจารี พูดว่า...เด็ก ควรจะได้เล่น อย่างอิสระ และมี พี่เลี้ยงหรือครู คอยดูแล  หรือขณะที่เขากำลังเรียนรู้ ที่จะลองทำอะไรสักอย่าง เราอย่าเพิ่งไปห้าม แต่คอยดูและคอยช่วยตั้งคำถาม เพื่อพาเขาไปสู่เป้าหมาย....

 

 รูปนี้ เป็นวงเสวนา ที่หน้าสำนักงาน ชาวสิงคโปร์ ยี่ฉวน

นั่งหลังเสา ตอนนี้ พี่เอ กำลังแปล 

   การที่เด็กๆเล่น ผู้ใหญ่ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เด็กแค่เล่น แต่ ในความหมายของเด็ก นั่นเป็นการเรียนรู้ของเขา...

   และที่ฉันประทับใจมาก ครู พูดว่า  "  the picture in mind " เป็นเรื่องสำคัญ  คนเราต้องมี การวาดภาพในใจ  เหมือนเด็กๆ 

ที่เขามักจะวาดภาพไว้ในใจว่า ต้องการทำแบบนี้ และสิ่งที่เด็กหยิบ สัมผัส ก็เพื่อทำตามที่วาดภาพเอาไว้ และคอยเรียนรู้ อย่างตื่นเต้น

 

  สุดท้าย เราได้ดูการสาธิตเล่านิทานพื้นบ้านไทยประกอบเสียงเพลงนุ่มๆ

จากครูหมู ของบ้านฝันดี

     ฉันคิดว่า การจัดเสวนากับกลุ่มผู้ปกครองของเด็กๆ

และผู้สนใจเรื่องการพัฒนาเ ด็กๆ เป็นเรื่องที่ดีมาก

พ่อ แม่ ถามคำถามมากมาย การพูดคุยการเสนอ

แนะ หลายๆทาง ทำให้ เรารู้ว่า ...การพัฒนา แ้ก้ไขปัญหาต่างๆ 

และแนวคิด วิธีการต่างๆของแต่ละคน หรือแต่ละแนวคิด นั้นน่าสนใจ

และนำไปใช้ได้