ผู้อยู่ VS ผู้กำลังจะจากไป ตอนที่ 1

โรจน์
"ถ้าหายจะรักษา ถ้าไม่หายก็ขอตายดีกว่า"

ผมได้รับคำปรึกษาจากแผนกศัลยกรรมให้ไปช่วยดูแลผู้ป่วยหญิงสูงอายุท่านหนึ่ง อายุประมาณ 70 ปี เป็นมะเร็งลำใส้ใหญ่ กระจายไปยังตับ เคยได้รับการผ่าตัดลำใส้ไปแล้ว+ให้เคมีบำบัดไปได้ 1 ครั้งผู้ป่วยไม่สามารถรับได้ อาการที่ทำให้ผู้ป่วยในขณะที่มา รพ. ด้วยอาการปวดท้องบริเวณก้อน ผมกับทีมได้ไปเยี่ยมบ้าน

ครั้งแรกที่ผมไปบ้านผู้ป่วย ผมได้พบกับคุณป้านั่งอยู่หน้าบ้านกับลุงสูงอายุท่านหนึ่ง ท่าทางผู้ป่วยดูอิดโรย มีขาบวมมีสาวพม่าที่จ้างมาช่วยดูแลผู้ป่วยนั่งประคองผู้ป่วยอยู่ไม่ห่าง ส่วนคุณลุงนั่งอยู่บนเตียงผ้าใบมองคุณป้าด้วยสายตาเป็นห่วง บรรยากาศในบ้านดูเงียบและอึดอัด

ผมแนะนำตัวเองว่าเป็นหมอเยี่ยมบ้าน มาเยี่ยมดูอาการคุณป้า คุณป้าทำหน้างงๆ (สงสัยคงไม่เคยได้ยินว่ามีหมอประเภทนี้อยู่ในโลกนี้)

ผม" ป้ากลับจาก รพ.ได้กี่วันแล้ว"

ผู้ป่วยเงี่ยบ

สามีตอบแทน"กลับมาได้ 5 วันแล้วหมอ ยายนอนไม่ได้เลย บ่นเหนื่อย กับขาบวม" สีหน้าดูเป็นห่วง

ผม "แล้วป้ามีปวดท้องไหมครับ" (ผมทบทวนปัญหาที่เขาปรึกษา)

ลุง "ไม่ปวดแล้วละ หมอพูดดังหน่อย ยายหูไม่ค่อยดี"

ผมเลยถึงบางอ้อว่าทำไมป้าเงียบจัง ฮา...ฮา ผมเร่งเสียงจาก volume 3 ไป 5 แล้วหันไปคุยกับป้าใหม่

ผม "ตอนนี้ป้าเป็นยังไงดี"

ป้า "ป้าจะหายไหมหมอ" (คำถามแรกก็ทำผมอึ้งไปเลย)

ผม "ป้าทราบไหมว่าป้าไม่สบายเป็นอะไร"

ป้า "เหนื่อย เบื่อ เดินไม่ไหว"

ผม "ป้าอยากให้ผมช่วยอะไรบ้าง"

ป้า "อยากกินได้ อยากเดิน"

ลุง "สมัยก่อนยายเป็นคนแข็งแรงอยู่ไม่สุข ชอบทำนู่นทำนี่ ปีนต้นไม้ยังได้ ตั้งแต่ป่วยมา 3 เดือนผอมไปเยอะ "

ผมเข้าใจทันทีว่าคนที่ไม่เคยป่วย ทำอะไรได้มากมายจนอายุ 70 ปี อยู่ดีๆก็มาป่วย ผมไม่แน่ใจว่าญาติได้บอกผู้ป่วยหรือยังว่าเป็นโรคอะไร คุยกับลุงทราบว่า ลูกสาวผู้ป่วยเป็นครู รร.อนุบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน อำเภอแม่สอด

ผมตรวจร่างกาย+ดูประวัติจาก OPD card ผู้ป่วยมีโรคเดิมเป็นหัวใจวายคิดว่า น่าจะบวมจากเส้นเลือดดำใหญ่ที่ท้องอุดตัน (IVC obstruction)+หัวใจวาย

ผมดูจากสีหน้าลุงแล้วดูกังวลเลยถามลุงว่า

ผม "ลุงเป็นไงบ้าง"

ลุง "อยู่กันมา 50 ปี ไม่เคยป่วยหนักขนาดนี้"

ผม "ลุงห่วงป้ามากใช่ไหม"

ลุงเงียบซักพัก "คนรุ่นเดียวกับผมตายไปหลายคน เห็นป้าแล้วก็อดนึกไม่ได้"

คำพูดนี้บอกถึงสัญญาณบางอย่าง ผมยังไม่ทันถามต่อ ลูกสาวก็กลับมาจากโรงเรียนพอดี

ลูกสาวเล่าให้ผมฟังว่า แม่ถามตลอดว่าตัวเองเป็นอะไร "ถ้าหายจะรักษา ถ้าไม่หายก็ขอตายดีกว่า" เป็นเหตุให้ลูกสาวไม่กล้าบอกว่าแม่เป็นอย่างไร

ผมเข้าใจจากที่คุยกันมารับรู้ได้ว่า

1.ป้าทรมานและอยากจะหายจากอาการที่ทุกทรมาน

2.ลุงซึมเศร้าจากการที่กำลังจะสูญเสียคนที่อยู่ด้วยกันมากว่า 50 ปี

3.ลูกสาวทุกข์จากการที่ต้องทั้งทำงาน+ดูแลผู้ป่วย+อึดอัดกับการที่ไม่กล้าบอกความจริงกับผู้ป่วย

ผมบอกคุณป้าว่า "ผมจะพยายามช่วยดูแลป้า แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะดีขึ้นมากน้อยเพียงใด เรื่องบวมอาจดีขึ้นได้บ้าง"(ผมคิดว่ารักษา heart failure ก่อนและวางแผนว่าจะคุยกับคุณป้าเรื่องที่คุณป้าอยากรู้เมื่อ อาการบวมดีขึ้น

ผมประเมินว่า ผู้ป่วยอาจจะยังรับข่าวร้ายไม่ได้ในขณะนี้ เนื่องจากอาการทุกข์ทรมานมากจนไม่สามารถมีสติในการรับความทุกข์นี้ได้ ผมให้ความมั่นใจกับผู้ป่วย ไม่ว่าจะหายหรือไม่ก็จะยังดูแลผู้ป่วย

ผมวางแผนให้พยาบาลเยี่ยมบ้านติดตาม case นี้ทุก 3 วัน

"ทุกข์จะหนักเพียงใด ก็อย่าปล่อยให้เขาโดดเดี่ยว เราสามารถช่วยเขาได้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด"

เจอกันใหม่ตอน 2 ครับ

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รัก palliative

คำสำคัญ (Tags)#palliative care#เยี่ยมบ้านผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

หมายเลขบันทึก: 102228, เขียน: 10 Jun 2007 @ 10:42 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 18:57 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

ตามเข้ามาอ่าน

ขอบคุณนะคะ ได้เล่าสิ่งที่คุณหมอทำ

ทำให้ได้เรียนรู้มากมายค่ะ

ทุกวันทีมเรา จะพบปัญหาต่างๆเหล่านี้

จะได้แลกเปลี่ยนในโอกาสต่อไปค่ะ

ขอบคุณคุณอุบลที่ติดตามครับ และโอกาสหน้าคงได้แลกเปลี่ยนเรื่องดีๆกันนะครับ