เวลาผ่านมา ๑ ปี เราน่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่เป็นอยู่

        วันศุกร์ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ ยังไม่เปิดเรียน ตอนเช้าผมนั่งพิมพ์บันทึกอยู่ ได้รับโทรศัพท์จากคุณครูแขไขว่า ตามที่นัดกันไว้วันนี้ จะมาคุยกันตอนไหนดี ผมดูนาฬิกาตอนนั้นใกล้ๆ ๘ โมงเช้า ยังบันทึกไม่เสร็จดี ก็ขอเป็นเวลาสัก ๙ โมงครึ่ง ไม่เกิน ๑๐ โมง  ผมจะไปพบที่โรงเรียน (ความจริงคุณครูแขไขก็คงเกรงใจ คิดว่าทีมงานจะมาพบที่มน.ดีไหม แต่ผมคิดว่าผมไปหาที่โรงเรียนจะง่ายกว่า)

        ประมาณ ๙ โมง ๔๐ ผมก็มาถึงโรงเรียน กว่าจะหาที่จอดรถ กว่าจะหาห้องประชาสัมพันธ์พบ ก็ใช้เวลาอีก ๕ นาที

        ภายในห้องประชุม มีผู้เข้าประชุมรออยู่แล้ว มี ๔ ท่านประกอบด้วยครูใหญ่ (ตำแหน่งทางการ) และผู้ช่วยครูใหญ่ ๓ ฝ่าย

         (BAR) ผมพยายามทำให้บรรยากาศเป็นกันเอง โดยผมเริ่มแนะนำตัวก่อนว่าเป็นใครอย่างไร (เน้นประวัติเรื่องบล็อกและ KM-เริ่มใช้เครื่องมือ KM เรื่อง ใจ, Dialouge, Deep Listening)

          บทแนะนำตัว รอบแรก

  1. คุณครูดวงเดือน นันทพฤทธิ์ (คุณครูแขไข)  ผู้ช่วยครูใหญ่ฝ่ายปกครอง ปกติจะเป็นครูสอนภาษาไทย.. เมื่อประมาณ ๑ ปีที่ผ่านมา ทางโรงเรียนส่งไปฝึกอบรมเรื่อง KM  (อบรมที่พิษณุโลก)  วิทยากรนำ ทีมโดย ผศ.ดร.เลขา ปิยะอัจฉริยะ (จากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา-สกศ.)  ประสานงานการจัดโดย สพท.พิษณุโลกเขต ๑ ไปครั้งแรก ๕ คน พอเสร็จสิ้นการฝึกอบรมก็ยังงงๆ อยู่... พอครั้งที่สอง ไปอบรมอีก ครั้งนี้มี web gotoknow เข้ามา มีการเชิญชวนให้ไปเปิดดู ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็สมัครดู มีสมัคร ๒ คน แต่ครูอีกท่านยังไม่ได้เขียน.. พอดีไปพบว่ามีนักเรียนโรงเรียนนี้เขียนอยู่เลยเข้าไปเปิดดู.... หลังสุดมีแบบประเมินผลเข้ามา-ให้ประเมินผล KM ในโรงเรียน (ที่ผ่านมาค่อนข้างนิ่ง)-มีความรู้สึกส่วนตัวว่า "เราน่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่เป็นอยู่"  สรุปว่าเวลาที่ผ่านมา ๑ ปี โรงเรียนยังนิ่งอยู่พอคณะนักวิจัยมาติดตามผล เหมือนไม่มีอะไรคืบหน้า..
  2. คุณครูนลินี โพธิติ-ผู้ช่วยครูใหญ่ฝ่ายธุรการ (อดีต) ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยครูใหญ่ฝ่าย "จิตตาภิบาล" (ดูแลคุณธรรม-จริยธรรมของนักเรียน)  เรื่อง KM-ได้รับทราบจากกรรมการบริหารให้มาร่วมพูดคุย พอรับทราบบางส่วน แต่เรื่องอื่นๆ ยังไม่ทราบ..
  3. คุณครูจันทรัตน์ รัตนา-ผู้ช่วยครูใหญ่ฝ่ายบริการ : เป็นหนึ่งในทีมงานที่ได้รับการอบรม KM, ระยะแรกพอกลับมา อยากจะนำความรู้ที่ได้รับมา มาทำเรื่อง "Best Practice" เรื่องการรักษาความสะอาดของนักเรียนแต่ละคน-พอทำแล้วกรรมการหน่วยประเมินผลกลางมาติดตามเรื่อง.. เลยพูดให้กรรมการฟัง.. มันมาถูกทางแล้ว แต่ว่ามันยังไม่ถูกทางของ "กระบวนการ KM ที่แท้จริง" แสดงว่า "เขาแสดงความคาดหวังอะไรบางอย่างที่โรงเรียนนี้"
  4. ครูใหญ่-สุรสิทธิ์ มนัสโก-เข้าใจว่าเขตพื้นที่ (สพท.พิษณุโลกเขต๑)  เป็นผู้คัดเลือกให้โรงเรียนเซนต์นิโกลาส เป็น ๑ ใน ๔ ของโรงเรียนนำร่อง (ประกอบด้วยโรงเรียน พุทธชินราช, จ่านกร้อง, โรงเรียนชุมชนที่ 11 วัดสุวรรณประดิษฐ์  และเซนต์นิโกลาส)-โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกอึดอัด-เพราะไม่ถนัด, ปีแรกไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะ (๑) ไม่รู้ที่มาและที่ไป (๒) เขตพื้นที่ติดตามผล ให้พูดเรื่องความสำเร็จที่เกิดขึ้นในแต่ละโรงเรียน โดยใช้ KM บริหารจัดการ, ช่วงนั้นตรงช่วงสอบด้วย เลยให้ครูใหม่ไปคนเดียว พอนำเสนอได้เป็นบางส่วน ยังไม่เด่นชัดนัก
    หลังจากนั้น ภาคเรียนที่สอง จัดอบรมให้พวกเรา เอา ๔ โรงเรียน เข้าอบรมอีกครั้ง (โรงเรียนละ ๕ คน-ขอเพิ่มคนไปสังเกตการณ์ยังไม่ให้เลย) พึ่งได้ความรู้ตอน ๕ วันนี้แหละ ดร.เลขา (สกศ.+สคส.) มาให้ความรู้ เป็น workshop,  หลังจากนั้นอีกหลายเดือนให้โรงเรียนนำผลงานไป Present ๑ วัน ที่โรงแรมราชพฤกษ์ ให้ ๔ โรงเรียนนำ "Best Practice" มานำเสนอ" (นำ Top star การบริหารเชิงระบบมาใช้)  ของโรงเรียนจ่านกร้อง เขาชัดเจน นำเอา KM มาจัดเป็นขั้นเป็นตอน แต่ของโรงเรียนเซนต์นิโกลาสยังเป็นแบบ "ซ่อนเร้น" คือยังไม่ได้นำ KM มาจัดระบบ.

          บทต่อมา (ผมเห็นมี พูดเรื่อง KM มาก ผมเลยให้ระดมสมองแบบไม่มีผิดไม่มีถูกว่า จะนำ KM มาทำอะไรที่โรงเรียน)

  • ทำอย่างไร ให้งานที่มีอยู่ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ (สรุปว่า ใช้ KM ให้เนียนเข้าไปในเนื้องาน)
  • ใช้ KM เป็นกระบวนการที่ทำให้การดำเนินการเป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้.. ต้องใช้ขุมทรัพย์+ภูมิปัญญา และมีการทำงานเป็นทีม
  • โรงเรียนเซนต์ฯ มีโครงการต่างๆ ให้คัดเลือกโครงการนั้นๆ มาเป็นโครงการของโรงเรียน และให้มีแนวทางปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันเป็นกระบวนการ..และแบ่งปันให้บุคลากร (สรุปว่า หา Excellent ในโรงเรียน หรือ Best Practice)
  • จุดอ่อนของโรงเรียน คือ ไม่จดบันทึก ไม่สกัดขุมความรู้ ไม่มีเรื่องบล็อก

          เรื่องที่คิดว่าเป็น Best Practice ของโรงเรียน ขณะนี้คิดว่ามี ๒ เรื่องใหญ่ๆ คือ

  1. ความมีระเบียบวินัย- เป็นเอกลักษณ์ที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป
  2. คุณธรรมจริยธรรม รร.มี ๓ ศาสนา อยู่ด้วยกัน คริสต์, พุทธ, อิสลาม

           สรุปว่า การประชุม BAR กันวันนี้ ครั้งแรกจะมี blog เรื่องเดียว เวลาครึ่งวัน แต่ทำไปทำมาก็มีเรื่อง KM เข้าไปเกี่ยวข้อง ดังนั้น วัตถุประสงค์ในการจัดโครงการในวันที่ ๙ มิถุนายนนี้ ก็จะมีเรื่องใหญ่ๆ ดังนี้

  • เขียน Blog (นำทีมชั้นมาเขียนบล็อก-ทีมชั้นชื่อก็บอกตรงตัวว่าคือทีมของครูรวมทั้งนักเรียนด้วยที่รวมอยู่ในชั้นเดียวกัน เช่น ชั้นประถมปีที่ ๑ เป็นต้น)
  • กระบวนการหรือรูปแบบ ของ KM เอง
  • อยากได้การ(กระบวนการ) สกัดขุมความรู้ด้วย
  • ทำงานแล้วไม่เป็นการเพิ่มภาระ
  • มีเรื่องสัญญาใจไฟปรารถนาด้วย

          สุดท้ายเลย ผมให้ความเห็นว่า ควรจัดหัวข้อ "workshop คุณอำนวย"  โดยที่ผมคิดว่าต้องจัดเรืองนี้ก่อน แบบไม่ทราบเหตุผลครับ..

------------------------------------------------------------

หมายเหตุ (ค้นคว้าข้อมูลมาฝาก)

สพท.พิษณุโลกเขต ๑ ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ให้เข้าร่วม "โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรทางการศึกษาด้วยการจัดการความรู้"  ในการเป็นเขตพื้นที่นำร่องสำหรับการดำเนินการวิจัย พร้อมกับโรงเรียนในสังกัด 4 แห่ง คือ โรงเรียนพุทธชินราชพิทยา  โรงเรียนจ่านกร้อง  โรงเรียนชุมชนที่ 11 วัดสุวรรณประดิษฐ์  และโรงเรียนเซนต์นิโกลาส (โรงเรียนเอกชน)

โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรทางการศึกษาด้วยการจัดการความรู้   มีหน่วยงานรับผิดชอบ 3 หน่วย คือ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) และสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม(สคส.)     โดยมีแนวคิดที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้นำหลักการและแนวทางการจัดการความรู้ (Knowledge Management-KM) มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการนำสติปัญญาขององค์กร มาเพิ่มพลังในการเรียนรู้ การเข้าถึงความรู้ การรู้จักเลือกใช้ ดัดแปลง ปรับปรุง ต่อยอดความรู้ที่มีอยู่เดิม และ/หรือสร้างความรู้ใหม่อันจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลขององค์กรที่จัดและที่สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับเด็กและเยาวชนตามแนวปฏิรูปของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542  และฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2545  รวมทั้งมาตรฐานการศึกษาของชาติ โดยเฉพาะมาตรฐานที่ 3 เรื่องแนวการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมแห่งความรู้ ข้อ 3.3 การสร้างและการจัดการความรู้ในทุกระดับและทุกมิติของสังคมเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนรู้ในสังคม... โครงการนี้มี อาจารย์สุวัฒน์ เงินฉ่ำ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการศึกษา เป็นผู้อำนวยการโครงการวิจัย ดำเนินการโดย

สำนักงานโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมฯ
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา
โทร 0-2668-7123 ต่อ 1211,1212
โทรสาร 0-2243-0085

 

beeman by Apinya