Food Science ลาดกระบัง
สวัสดีลูกศิษย์กลุ่มการจัดการธุรกิจการเกษตรและอุตสาหกรรม และชาว Blog ทุกท่าน
ในวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน นี้ เป็นวันแรกครับ ที่ผมได้รับเชิญให้ไปสอนในรายวิชา การจัดการทรัพยากรมนุษย์ ให้กับภาควิชาการจัดการธุรกิจการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเป็นรุ่นที่ 2 สำหรับการมาสอนที่นี่ สำหรับผมครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการจัดการทรัพยากรมนุษย์นั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนและทุกองค์กรควรจะให้ความสนใจอย่างยิ่งครับ เพราะคนเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ครับ
สำหรับหลักสูตรนี้ ผมจะสอนทุกวันอาทิตย์เวลา 9.00 – 12.30 น. เริ่มวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน – 23 กันยายน 2550
อย่างเช่นทุก ๆ กลุ่มที่ผ่านมาที่ผมอยากจะให้ความรู้ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนได้ถูกนำมาประมวลสรุป และถ่ายทอดไปสู่คนอื่น ๆ ในสังคมด้วย ก็ขอให้ใช้ Blog นี้เป็นสื่อกลางของพวกเรา
จีระ หงส์ลดารมภ์
เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2550 นักศึกษาป.โท ลาดกระบังได้เดินทางไปให้ความรู้ทางโภชนาการที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งอยู่ในความดูแลของอบต.เขาไม้แก้ว จังหวัดชลบุรี จึงมีภาพของกิจกรรมต่างๆมาฝากกัน
ทัศนศึกษาที่วังนำเขียว
เมื่อวันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม 2550 นักศึกษาป.โทคณะเทคโนโลยีการเกษตรได้เดินทางไปเยี่ยมชมแปลงผักปลอดสารพิษ ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา















ชื่อวิชา 04147152 การจัดการทรัพยากรมนุษย์อาจารย์ผู้สอน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ชื่อนักศึกษา อโณทัย วัฒนสุวรรณรหัสนักศึกษา 50066201 สิ่งที่ได้รับจากการเรียนวันที่ 10/06/20071. วิธีการเรียนที่ถูกต้อง 2. ควรพัฒนาตนเองและคนอื่นๆ ไปพร้อมๆกัน เป็นการคืนประโยชน์ให้กับสังคม <ol style="margin-top: 0cm">
</ol> สิ่งที่ได้รับจากการอ่านหนังสือเรื่อง “ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้” และ “2พลังความคิด ชีวิตและงาน” คนเป็นสิ่งที่มีค่า,ปัจจัย,ทุนหรือทรัพยากรที่สำคัญและมีค่ามากที่สุดขององค์กร ซึ่งองค์กรจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวขึ้นอยู่กับคนไม่ใช่อุปกรณ์หรือเทคโนโลยี ทฤษฎีนักบริหาร 8 H’s ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และทฤษฎีทรัพยากร 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ มีความสอดคล้องกัน 7 ข้อ ( 1.Heritage vs Sustainable Capital , 2.Head vs Intellectual Capital , 3.Hand vs Talent Capital , 4.Heart vs Ethical Capital , 5.Home vs Human Capital , 6.Happiness vs Happiness Capital และ 7.Harmony vs Social Capital ) แต่จะมีข้อที่แตกต่างกันอยู่ 1 ข้อ ซึ่งได้แก่ Health vs Digital Capital โดยที่ Health จะเน้นที่สุขภาพของมนุษย์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ส่วน Digital Capital จะเน้นที่ความรู้ ปัญญา และการทันโลกทันเหตุการณ์ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ ทฤษฎี 4 L’s ของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่มีเป้าหมายเดียวกัน ทฤษฎี 3 วงกลม ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ สามารถใช้กับโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ซึ่งลักษณะของวงกลมทั้งสามนี้จะคล้องกันอยู่นั่นหมายความว่าการบริหารจัดการต่างๆจะต้องทำร่วมกัน(วงกลมที่1 คือ context วงกลมที่ 2 competencies วงกลมที่ 3 motivation ) สาเหตุที่ทำให้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นไปได้ยากในสังคมไทย ได้แก่1.การลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ผลตอบแทนระยะยาวและใช้เวลานาน ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคนไทยโดยมากต้องการลงทุนแบบเห็นผลระยะสั้นและเร็วมากกว่า2.การลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างชัดเจน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเครือซีเมนต์ไทยที่สำคัญมี 3 ประการ คือ1.ความเชื่อมั่นในคุณค่าของคน2.ความรู้สึกว่าพนักงานคือคนในครอบครัวของเรา3.ความรับผิดชอบที่จะทำให้ทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทมีทั้งราคาและคุณค่าทีสอดคล้องกัน จากหนังสือทั้ง 2 เล่มที่ได้อ่านนั้นแสดงให้เห็นถึง ทรัพยากร ที่สำคัญ ซึ่งได้แก่ คน หรือ มนุษย์ และในการพัฒนา บริหาร หรือ จัดการกับทรัพยากรดังกล่าวเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง ซึ่งในการที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั้นจำเป็นจะต้องได้รับการพัฒนาจากบุคคลผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญรวมถึงประสบการณ์ซึ่งน้อยคนนักที่จะสามารถเป็นได้ ในส่วนของประเทศไทยมีความโชคดีที่มีบุคคลที่มีความสามารถในด้านการพัฒนาทรัพายากรมนุษย์อยู่หลายท่านด้วยกัน ได้แก่ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ , คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ จะเห็นได้ว่า แม้ว่า หลักการ ที่ทั้ง 3 ท่าน นำมาใช้ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จะไม่เหมือนกัน แต่จะเห็นว่าทั้ง 3 ท่านจะคอยช่วยส่งเสริมสนันสนุนซึ่งกันและกันตลอดเวลา โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อ มนุษย์ และ ท้ายที่สุดคือเพื่อประเทศชาติ คนเราทุกคนสามารถพัฒนาตนเองได้ โดยจะต้องยอมที่จะปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ชีวิตความเป็นอยู่ อุปนิสัยหรือทัศนคติ และหากได้มีผู้ที่มีประสบการณ์เป็นผู้ชี้แนะแล้วย่อมสามารถพัฒนาได้ทุกคน
กราบเรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ดิฉัน นางสาวนันทกา บุญสุข นักศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาวิชาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร รหัสนักศึกษา 5066206สิ่งที่ดิฉันได้รับจากการเรียนในวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2550 ก่อนอื่น ดิฉัน “ประทับใจ” ท่านอาจารย์ตั้งแต่แรกเห็น คือ ท่านอาจารย์เป็นบุคคลที่มีบุคลิกน่าเคารพนับถือ และเมื่อได้สนทนากับท่านก่อนเรียนแบบ Morning coffee รู้สึกได้เลยว่าท่านมีความเป็นกันเองกับนักศึกษาทุกคน และไม่ถือตัวเลยซักนิด จากนั้นพอพวกเราเริ่มเข้าไปเรียนในห้องเรียนเพียงวันแรก สิ่งที่ดิฉันได้รับก็คือ <ol style="margin-top: 0cm">
</ol>สิ่งที่ดิฉันได้รับจากการอ่านหนังสือ “2 พลังความคิด ชีวิตและงาน” และ “ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้”1. ศ.ดร.จีระ, คุณหญิงทิพาวดี และ ท่านพารณ ต่างมีหนทางชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สามารถเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จได้อย่างมีความสุข เพราะ ท่านทั้ง 3 มีการเรียนรู้, คิด และกล้าลงมือทำ ไม่ใช่ดีแต่พูด ท่านทั้ง 3 ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ใช้อุปสรรคให้เป็นโอกาส ท่านเป็นคนเก่งที่ดีและมีคุณธรรม 2. การที่จะเป็นผู้นำองค์กรที่ดีได้ ต้องให้ความสำคัญด้านการพัฒนาคน อย่าคำนึงถึงแต่ผลกำไร หรือเป็นมนุษย์หน้าเงิน เพราะคนเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด เมื่อคนมีคุณภาพ องค์กรก็จะมีคุณภาพ3. ในการพัฒนาองค์กรให้ประสบความสำเร็จไม่ควรเลียนแบบการบริหารหรือแนวความคิดใดความคิดหนึ่งมาใช้ เพราะแต่ละองค์กรมีบุคลากรและปัญหาที่แตกต่างกัน นักพัฒนาจะต้องศึกษาความคิดหลายๆด้านและผสมผสานความคิดมาเป็นแบบแผนเฉพาะให้เหมาะสมสำหรับองค์กรนั้นๆ4. การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานเป็นทีม เพราะคนหนึ่งคน ไม่ได้เก่งไปหมดทุกด้าน การที่นำคนเก่งในแต่ด้านมาแบ่งปันความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ผลงานก็จะประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้นไป5. คุณค่าของคนไม่ได้วัดกันที่การศึกษา หรือใบปริญญาเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญที่สุดคือ คนเหล่านั้นมีความสามารถเพิ่มผลผลิตได้มากแค่ไหน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">6. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ต้องใช้เวลานาน เพราะฉะนั้นผู้นำจะต้องมีความอดทน มุ่งมั่น ที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลตอบแทนเกิดขึ้นในระยะยาว</p>7. เทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโลกปัจจุบัน องค์กรที่ไม่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน แต่จะไม่ทันและล้าหลังกว่าคนอื่น8. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อันดับแรกต้องเริ่มจากที่บ้าน หรือ ครอบครัว โดยเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา จนคลอดออกมาเป็นทารก ต้องให้ความรักความอบอุ่นและการดูแลเอาใจใส่ ให้การศึกษาที่ดี เมื่อเรียนจบมาทำงานก็จะเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพต่อองค์กร และประเทศชาติต่อไปด้วยความเคารพอย่างสูง
หนังสือ 2 เล่ม ซึ่งก็คือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ และ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน ที่ได้อ่านในช่วง สองสามวันนี้ ช่วยเปิดโลกทัศน์ของนักเรียนวิทยาศาสตร์ที่ไม่เคยรู้จักเรื่องทรัพยากรมนุษย์ได้รู้และเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญในเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากความรู้ที่ได้จากหนังสือทั้งสองเล่มบวกกับประสบการณ์จากการที่ได้พบเจอมาตลอดระยะเวลาการทำงาน จึงพอที่จะสรุปเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรมนุษย์ตามความเข้าใจได้ดังนี้ การที่จะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อองค์กรและต่อประเทศชาติ ต้อง เริ่มต้นจาก 1พัฒนาต่อเนื่องไปถึง 2 และ ความสำเร็จสูงสุดที่ 3 เริ่มต้นจาก 1 ซึ่งก็คือเริ่มจากตัวเราเอง ปัจจุบันในยุค Globalization ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าและเป็นที่ต้องการนั้นต้องทันในทุกๆเรื่อง อันได้แก่ ทันสมัย คือ ทุกวันนี้เทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายซึ่งล้วนแต่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ความรวดเร็วในการทำงาน ผู้ที่รู้จักใช้เทคโนโลยีให้ถูกวิธีก็ย่อมจะได้เปรียบผู้ที่ใช้เทคโนโลยีไม่เป็นเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องใช้เทคโนโลยีให้ถูกต้อง เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือช่วยในการทำงานไม่ใช่คนต้องพึ่งเทคโนโลยีในการทำงาน ซึ่งก็คือต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยีนั่นเอง ทันเวลา คือ ต้องทำอะไรรวดเร็ว ทันเวลาไม่ล้าหลังคนอื่น ในยุคที่การแข่งขันสูงอย่างปัจจุบันคนที่มีความรู้ความสามารถเท่าเทียม กันคนที่คิดเร็ว ทำเร็วย่อมเป็นผู้ถูกเลือก ซึ่งนอกจากเร็วแล้วต้องมีความรอบคอบอีกด้วย มิใช่สักแต่ว่าคิดเร็วทำเร็วแต่ผิดพลาด ทันเหตุการณ์ คือ ต้องรู้จักมองรอบข้าง ข่าวสาร สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัว เพราะทุกอย่างมีความเชื่อมโยงกันตลอดเวลา ต้องมีฐานข้อมูลที่แน่นเพื่อที่จะใช้วิเคราะห์และประกอบการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ทันใจ คือ ในที่นี้หมายถึง การรู้เท่าทันจิตใจทั้งของตนเองผู้อื่น การรู้เท่าทันจิตใจตนเองคือ ต้องระมัดระวังให้จิตใจอยู่ในกรอบของความดี เพราะคนเก่งแต่เลวไม่เป็นที่ต้องการของทั้งองค์กรและของประเทศชาติ และอย่างที่สองคือรู้เท่าทันจิตใจคนอื่นเพื่อทีจะสามารถปรับตัวให้สามารถเข้ากับคนอื่นได้โดยที่ไม่ถูกกลืน พัฒนาต่อเนื่องไปถึง 2 เมื่อองค์กรมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพแล้วก็ใช่ว่าจะทำให้องค์กรเจริญรุดหน้าได้ องค์กรจะต้องให้หรือ Share ในด้านต่างๆอย่างสมดุลไม่ว่าจะเป็นทางด้านBenefit Sharing ให้ผลตอบแทน ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน โบนัส สวัสดิการต่างๆ Spirit Sharing คือการทำให้พนักงานรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของร่วม ให้ความสำคัญกันพนักงานทุก ระดับอย่างเท่าเทียม ให้การดูแลเอาใจใส่ต่อพนักงานอย่างจริงใจ Opportunity Sharing ให้โอกาสพนักงานได้พัฒนาทักษะต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน รวมทั้งโอกาสก้าวหน้าในองค์กร เมื่อพนักงาน รู้สึกว่าเป็นผู้รับจากองค์กรย่อมรู้สึกดี รู้สึกผูกพัน เสมือนกับเป็นครอบครัว การทุ่มเทแรงกายแรงใจในการทำงานอย่างเต็มที่ก็คือผลตอบแทนที่องค์กรจะได้รับ แต่การให้ทั้งสามทางต้องเป็นไปอย่างสมดุล เปรียบได้กับเก้าอี้ Chair ซึ่งขาต้องสมดุลกันจึงจะสามารถทำให้เก้าอี้ตั้งอยู่ได้อย่างแข็งแรงและมั่นคง “Share for strong chair” ความสำเร็จสูงสุดที่ 3 ความสำเร็จสูงสุดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือ ความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนของประเทศ ความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ ซึ่งนอกจากทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า และองค์กรที่เข้มแข็งแล้ว รัฐบาลก็เป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความเจริญอย่างยั่งยืน รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านอื่นๆ ปัจจุบันความวุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศล้วนเกิดจากการพัฒนาประเทศซึ่งปราศจากการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มิใช่หรือ?
กราบเรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ดิฉัน นางสาว วสพร บุญสุข รหัส 50066223 นักศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2550 ก็คือ 1.ได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน ซึ่งตรงกับทฤษฏี 4L’s ของท่านอาจารย์ จีระฯ คือ การสร้างโอกาสในการเรียนรู้ (Learning Opportunities) 2. มีการจุดประเด็นและเรียนรู้ความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งตรงกับทฤษฎี 2 R’s ของท่านอาจารย์ จีระฯ 3. มีการคิดต่อยอดความคิดเห็นของผู้อื่น จะได้ความรู้ใหม่ๆ 4. ได้คิดเห็นแก่ส่วนรวม สังคม และประเทศไทยมากขึ้น 5. ได้กระตุ้นตัวเราให้มีการเรียนรู้ รอบตัว ทันเหตุการณ์ คิดนอกกรอบ และเปลี่ยนนิสัยเดิมๆจากการที่ได้อ่านหนังสือ “ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ”และ “2 พลังความคิด ชีวิตและงาน” ของท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ร่วมกับท่านอาจารย์ จีระ หงส์ลดารมภ์ แล้วสรุปว่า ดิฉันได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรมนุษย์เพิ่มขึ้น และเปิดหู เปิดตา และ มันสมอง มากขึ้นด้วย “ คน เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร” ดังคำกล่าวของท่านพารณฯ ซึ่งดิฉันคิดว่า “ คน ” เป็นทรัพยากรที่มีความคิด เรียนรู้ ฝึกฝนให้ตัวเองได้ เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องจักร เพราะเครื่องจักรจะต้องมีคนป้อนข้อมูลถึงจะทำงานได้ จึงถือได้ว่าคนเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด นอกจากคนต้องมีความรู้แล้ว จะต้องมี “เก่ง 4” ของท่านพารณฯ (เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด และเก่งเรียน) และ “ดี 4” ของท่าน อาจารย์ จีระฯ (ประพฤติดี มีน้ำใจ ใฝ่ความรู้ และมีคุณธรรม) ด้วย และองค์กรจะต้องมีการอบรมเพื่อพัฒนาคนแบบยั่งยืน องค์กรถึงจะประสบความสำเร็จเหมือนองค์กรใหญ่ๆ การที่ได้แสดงความคิดเห็นร่วมกับผู้อื่น เห็นแก่ส่วนรวม สังคม และประเทศ ถือได้ว่าเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ซึ่งตรงกับทฤษฏี 4L’s ของท่านอาจารย์ จีระฯ และทั้ง 3 ท่านมีทฤษฎีที่มีเป้าหมายเดียวกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ดังเช่น 8H’s ของคุณหญิงทิพาวดีฯ เรื่อง Health (สุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์) กับ 8K’s ของท่านอาจารย์ จีระ ฯ เรื่อง Digital Capital (ทุนทางเทคโนโลยี) ซึ่งเมื่อนำมาบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ก็สามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน สุดท้ายนี้ทำให้ดิฉันเข้าใจและมีความรู้มากขึ้นในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เพราะดิฉันเคยทำงานที่ต้องบริหารทรัพยากรมนุษย์ และค่อนข้างจะมีปัญหาในการทำงานร่วมกัน เนื่องจากดิฉันไม่มีหลักการ แนวคิด และทฤษฎีที่จะเชื่อมโยงงานกับคนได้ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่ได้ให้ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และ แนะนำหนังสือ ที่มีประโยชน์สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
กราบเรียนอาจารย์ที่เคารพอย่างสูง ดิฉันนางสาวรังสิมา ลีลากิจทรัพย์ นักศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร เลขประจำตัวนักศึกษา 50066203
สิ่งที่ดิฉันได้รับจากการเรียนในวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2550
1. อาจารย์สอนให้ดิฉันได้รู้จักที่จะให้การช่วยเหลือสังคมและคืนประโยชน์ให้กับสังคมบ้าง เนื่องจากเราได้รับจากสังคมมามากแล้ว ซึ่ง Project ที่อาจารย์ให้ทางเราช่วยกันดำเนินการคือเรื่องของ Nutritionซึ่งพบว่าในปัจจุบันเด็กไทยขาดสารอาหารกันมากทำให้สมองของเด็กไทยไม่พัฒนา2. อาจารย์สอนให้เรียนแบบมีแนวคิดนอกกรอบ เปิดสมองให้กว้าง รับแนวความคิดใหม่ๆ และความรู้รอบตัวที่เกิดขึ้นมาประยุกต์ใช้ ร่วมถึงนำมาต่อยอด ซึ่งถ้าเป็นการเรียนแบบท่องจำอย่างเดียวจะไม่ได้รับประโยชน์ในเรื่องการบริหารสมองให้คิดเป็นและวิเคราะห์เป็น
3. ได้รับทราบข่าวสารจากภายนอกรวมถึงทราบถึงผลกระทบของเรื่องนั้นๆกับประเทศไทย
4. ได้รับทราบถึงทฤษฎี 4L'sและ 2R's
และจากที่ดิฉันได้อ่านหนังสือทั้ง 2 เล่มของท่านนั้นก็พบว่าได้รับประโยชน์จากหนังสือทั้ง 2 เล่มเป็นอย่างมาก
เล่มที่ 1 เรื่อง 2 พลังความคิดชีวิตและงาน
จากหนังสือเล่มนี้สอนดิฉันให้ได้รู้จักกับทฤษฎีนักบริหาร 8 H's ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และทฤษฎีทรัพยากร 8 K's ของดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เพื่อนำไปใช้ในการบริหารคน บริหารองค์กร รวมถึงการบริหารตนเองเพื่อให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ทำงานได้มีประสิทธิภาพ ประสบผลสำเร็จ เพราในปัจจุบันนี้ทุนที่จำเป็นที่ก็คือ คนหรือบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนระบบต่างๆของการดำเนินงาน และยังพบอีกว่า ทุนมนุษย์ เป็นทุนที่สำคัญที่สุด เนื่องจากตั้งแต่เกิดมาคนเราจะเริ่มได้รับการปลูกฝังทั้งในเรื่องการอบรมเลี้ยงดู การศึกษา อาหารการกิน สุขภาพพลานามัยทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นทุนขั้นพื้นฐานก่อนอันดับแรก และยังติดตัวไปจนตลอดชีวิต ดังนั้นเราควรจะมีการพัฒนาทุนมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในวัยเยาว์ทันทีเล่มที่ 2 ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้
จากหนังสือเล่มนี้ทำให้เราได้รู้จักกับปราชญ์ทั้ง 2 ท่าน คือ คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ผู้ปฏิบัติงานเพื่อสังคมในเรื่องการรณรงค์เพื่อให้สังคมเห็นความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในเรื่องของการใช้ชีวิต การปฏิบัติตน รวมถึงแนวความคิด และเส้นทางการบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคล ซึ่งต้องเน้นที่การเอาใจใส่ดูแล ให้มีส่วนร่วมในองค์กรซึ่งจะทำให้พวกเค้ารู้สึกรักในองค์กร ต้องบริหารงานโดยใช้คุณธรรม และต้องใฝ่หาความรู้ตลอดเวลา ดังเช่นที่บอกว่าเครื่องจักรยิ่งนานยิ่งเก่า แต่คนที่ใฝ่หาความรู้ตลอดเวลายิ่งนานยิ่งมีคุณค่า ซึ่งเหล่าเป็นประโยชน์อย่างมากที่จะเป็นแนวทางนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และยังได้รู้จักกับแนวคิดเรื่องคนเก่งกับคนดีที่คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยาใช้เป็นคำนิยามของคนเก่งและคนดีของปูนซีเมนต์ไทย และนอกจากนี้ยังได้รู้จักกับทฤษฎี 4L'sซึ่งมีการเริ่มและมีวิธีการที่ต่างกัน แต่สุดท้ายเป้าหมายคือสร้างให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ใฝ่หาความรู้ตลอดเวลา
กราบเรียนที่ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ดิฉัน นางสาวสุพิชฌาย์ หนูขาว นักศึกษาปริญญาโทสาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รุ่นที่ 2 ดิฉันรู้สึกภาคภูมิใจและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ท่านอาจารย์ได้สละเวลาอันมีค่ามาสอนวิชา HR นี้ค่ะ ความจริงความหมายของคำว่าบริหารทรัพยากรมนุษย์ก็ธรรมดาแต่ที่ไม่ธรรมดาคือผู้ที่เป็นคนถ่ายทอดสอนวิชานี้ ท่านอาจารย์มีวิธีการสอนที่มีการให้shareความรู้ กระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักใช้ความคิด วิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น สนใจในสิ่งรอบตัวที่เรากำลังมองข้ามไป ทันต่อเหตุการณ์ บ้านการเมือง ทันต่อยุคสมัย รู้จักใช้ปัญญาแก้ปัญหา และสอนให้รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวมช่วยเหลือสังคมด้วย
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนวันแรก เริ่มจากการนั่งก็แตกต่างกับการฟังบรรยายทั่ว ๆไปมีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่เป็นปัญหาของสังคมออกมาshareกันซึ่งอาจารย์เป็นผู้ประสานความรู้ เพราะทุกคนในห้องล้วนแล้วแต่มีความรู้เฉพาะทางมาก แต่ความรู้โดยภาพรวมยังไม่มี ซึ่งต้องนำทฤษฎี 4 L's เข้ามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเข้าใจวิธีการเรียนรู้ มีการสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ สร้างโอกาสให้กับตนเองพร้อมที่จะเรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้โดยมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันโดยการยกประเด็นที่สอดคล้องกับทฤษฎี 2 L's โดยเรียนรู้จากความจริงที่เกิดขึ้น ข้อวิเคราะห์ต้องตรงประเด็นเน้นการอ่านที่ตรง concept เน้นการหาความรู้ สร้างมูลค่าเพิมให้กับสังคม
และจากการอ่านหนังสือ 2 เล่ม 1. พลังความคิดชีวิตและงาน ผู้เขียนคือคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และท่านศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ 2. ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้( HR. CHAMPIONS) ผู้เขียนคือท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และท่าศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ ถึงแม้ว่าท่านผู้เขียนทั้ง 3 ท่านจะมีตำแหน่ง และหน้าที่ ที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่คิดและปฏิบัติเช่นเดียวกันก็คือ ต้องการที่จะพัฒนาคุณภาพ และศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพ โดยเริ่มจากการพัฒนาตนเอง พัฒนาองค์กร พัฒนาชุมชน พัฒนาสังคม และพัฒนาประเทศชาติ โดยท่านทั้ง 3 ได้ใช้ประสบการณ์ของท่าน คิดค้นทฤษฎี 8H's ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และทฤษฎี 8 K's ของท่านศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ ซึ่ง ทั้ง 2 ทฤษฎี นี้ เป็นการรวมเอาองค์ความรู้ โดยมีศัพท์ง่าย ๆ และทุกคนเข้าใจตรงกัน เป็นแนวทางให้กันคนรุ่นใหม่และผู้ที่ได้ศึกษาได้พัฒนาจิตใจ สมอง ความคิด การลงมือทำให้เกิดประโยชน์ต่อ ตัวเอง องค์กร สังคม และประเทศชาติได้
1. สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนขององค์กรให้มีความเจริญก้าวหน้า และเป็นหนึ่งได้ ก็คือ คน ( ทรัพยากรมนุษย์ ) ที่มีทั้งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีการกล้าที่จะลงมือทำ กล้าคิด และเรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่งตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งคนจะเก่งงานด้านเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีคุณธรรม มีความเคารพต่อองค์กรที่เราทำอยู่ด้วย องค์กรโดยรวมเป็นสถานที่ที่ใหญ่ มีคนอาศัยทำงานอยู่มาก ซึ่งแต่ละองค์กรต้องมีผู้นำ ต้องมีปรัชญาในการบริหารชี้ย้ำแนวทางปฏิบัติที่ตรงกันโดยไม่แตกแยก มีเป้าหมายที่จะดำเนินเป็นขั้นตอนตามทฤษฎี 3 วงกลมให้ขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางเดียวกันคื่อเพิ่มผลผลิต และผลกำไร
2. ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลวางแผนการบริหารงาน ให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่จะผ่านไป 5 ปี 10 ปี ข้างหน้า นั้น องค์กรเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันพัฒนาคนทุกระดับอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมทั้งการจัดพัฒนาความรู้ทางด้านการบริหารธุรกิจ ด้านการเพิ่มผลผลิต ด้านการฝึกฝนอบรม ด้านการพัฒนาวินัยในตนเองรวมถึงจิตใจด้วย การสร้างค่านิยมให้กับคนในองค์กรได้พัฒนาศักยภาพของตัวเขาเอง บรรยากาศในการทำงานก็เป็นสิ่งสำคัญ นั้นจะทำให้เขารู้ว่าองค์กรมิได้ให้ค่าตอบแทนแค่เงินเดือน แต่ยังให้ทั้งความรู้ใหม่ ๆ ประสบการณ์ แนวคิดต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้กับชีวิตประจำวันของเขาด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงถึงทั้งองค์กรและพนักงานได้ประสบความสำเร็จทั้ง 2 ฝ่าย ได้ทั้งความจงรักภักดีที่เกิดจากการมองตาแล้วแชร์ความเข้าใจกันคือให้ความรักกันนั่นเอง แต่ในทางกลับกันการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่อยากจะปฏิบัติ เนื่องจากการลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ผลตอบแทนระยะยาวและใช้เวลา และในขณะเดียวกันที่ค่านิยมต้องการเห็นผลระยะสั้นมากกว่าดังนั้นผู้นำที่พัฒนาคนได้ ต้องป็นคนที่มุ่งมั่นและทำอย่างต่อเนื่อง การลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างชัดเจน ผู้นำต้องสามารถบริหาร สร้างแรงจูงใจ (Motivation) ให้พนักงานมากกว่าการคิดหาผลตอบแทนด้านผลผลิตและกำไร ฉะนั้นองค์กรใดที่ไม่สร้างบรรยากาศทางการเรียนรู้ ไม่ให้โอกาศพนักงานทำงานที่ท้าทาย เพื่อความก้าวหน้า ไม่พัฒนาฝึกฝนอบรม และแล้ววันหนึ่งพนักงานก็ไม่อยากอยู่
การพลวัฒน์คนให้ก้าวสู่ระดับประเทศได้นั้น จะต้องใช้ปัจจัยหลายด้าน 1. ต้องมีความคล่องแคล่วในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 2. มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3. มีคุณธรรมในตัวเอง 4. ต้องเป็นคนที่มีความกระตือรือร้น ทันต่อเหตุการณ์บ้านเมือง เป็นผู้เรียนที่ดี ( Good Learner ) รู้จักแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ เสมอ 5. ต้องเป็นคนที่ไม่หยุดพัฒนาตนเอง เรียนรู้ตลอดเวลา และเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยความเคารพอย่างสูง
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เรียนอาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์ กระผมนายวิศรุต แสงโนรี </p>
นักศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รหัสนักศึกษา 50066224 ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์จิระ ซึ่งสละเวลามาถ่ายทอดความรู้ของท่านตลอดจนประสบการณ์ในการทำงานด้านทรัพยากรมนุษย์ของท่าน โดยเฉพาะเรื่องคนซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด ในการประกอบธุรกิจ ต้องมีการพัฒนาไม่ใช่แต่ด้านความเก่งทางการทำงานอย่างเดียวต้องพัฒนาไปถึงด้านจริยธรรม ความดีในตัวบุคคลที่จะทำให้ทรัพยากรมนุษย์มีความสมบรูณ์ที่สุดอีกทั้งอาจารย์จีระ ยังมีวิธีสอนที่ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างมากโดยมีการแสดงความคิดเห็น กับหัวข้อที่อาจารย์ตั้งขึ้นมา ซึ่งถือว่าเป็นการสอนในรูปแบบที่ดีมากเป็นการฝึกให้ผู้เรียนได้ออกความเห็น ซึ่งทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ทำให้ได้มุมมองทางความคิดหลายด้าน ซึ่งอาจก่อให้เกิดแนวคิดใหม่ๆขึ้นมาเพื่อนำไปประยุกต์ ใช้ในด้านการงานและชีวิตประจำวันได้อีกด้วย
ความรู้ที่ได้รับจากหนังสือ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน ในหนังสือได้กล่าวถึงการใช้ทฤษฎี 8H’s : ทฤษฎีบริหารทรัพยากรมนุษย์ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และทฤษฎี 8 K’s :ทฤษฎีทุนในทรัพยากรมนุษย์ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ซึ่งเป้าหมายในการใช้นั้นสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน คือมุ่งที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพ ไม่ใช่แค่การทำงานแต่หมายรวมถึงการดำเนินชีวิตการดูแลสุขภาพอีกด้วย การใฝ่หาความรู้ใหม่มาพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความรู้ที่นำไปใช้ได้จริงไม่เพียงแต่มีแค่ทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังมีแต่ประสบการณ์การทำงานในด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการดำเนินชีวิต ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างของการนำมาพัฒนาตนเองได้ทั้งสิ้นตัวอย่างเช่น การเป็นคนที่ใส่ใจลูกน้องเพื่อนร่วมงาน แบ่งปันความรู้ที่มี การใส่ใจสุขภาพ ครอบครัว การที่เราต้องยึดมั่นในวัฒนธรรม ไม่ไหลไปตามกระแสโลกาภิวัฒน์จนลืมว่าตัวเองเป็นใคร ไม่ตามชาวต่างชาติไปซะทุกเรื่อง ให้นำเอาแต่สิ่งที่ใช้ในประเทศได้ดีเข้ามา ฝึกการใช้ความคิดจากสมองตนเอง และพัฒนาต่อยอดความคิดจากทุนทางความรู้ที่มี และค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีช่วย หรือจากประสบการณ์ของผู้คนรอบตัว เพราะความรู้ยิ่งมีมากก็จะสามารถพัฒนาออกมาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ได้มาก โดยเฉพาะทฤษฎี 8ทุน นั้นสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในการพัฒนาตนเองและองค์กรได้เป็นอย่างดี เพราะมีเนื้อหาที่กล่าวถึง การใฝ่หาความรู้ ทักษะ การปฏิบัติที่เป็นทุนในด้านต่างๆ ความรู้ที่ได้รับจากหนังสือเรื่อง ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ นั้นประกอบด้วยความรู้จากประสบการณ์การทำงานและการได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้และการพบเจอสถานการณ์ต่างๆมามากมาย ของสองผู้รู้จริงทางด้านทรัพยากรมนุษย์ และจากการที่ท่านทั้งสองเป็นนักคิด นักวางแผนโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศที่จะได้รับจากการพัฒนาคนให้มีศักยภาพ ทั้งทางด้านความสามารถในการทำงาน ด้านการใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำมาคิดต่อยอดความรู้เดิมและพัฒนาเป็นคิดใหม่มาปรับปรุงคุณภาพจากตัวเองก่อน และนำไปพัฒนาต่อผู้อื่น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อีกทอดหนึ่ง สามารถพัฒนาและยกระดับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทยให้มีความทัดเทียมกันานาชาติ มีการใช้กลยุทธุ์ในการดึงความสามารถของคนออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยใช้ทฤษฎี 4L’s ในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนการใส่ใจดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาเนื่องจากท่านทั้งสองได้ตระหนักว่าคนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในองค์กร การสร้างความภักดีต่อองค์กร และการเอาใจใส่ดูแล ด้วยการลงไปพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งเป็นแนวทางการสร้างความเป็นกันเอง ทำให้ได้ทราบข้อมูลโดยตรงจากผู้ปฎิบัติงานทำให้ทราบถึงปัญหาและความคิดเห็นของลูกน้อง ตลอดจนได้นำความรู้จากทฤษฎีเดิมทางการบริหารคนมาใช้โดยปรับให้สามารถใช้ในประเทศได้อย่างเหมาะสม ซึ่งทำให้ผมตระหนักว่าการที่จะเป็นทรัพยากมนุษย์ที่ดีไม่ใช่จะมีแต่ความรู้ความสามารถเท่านั้น เราต้องมีทุนทางความรู้ด้านอื่นมาประกอบด้วยจึงจะทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ โดยเฉพาะทุนทางมนุษย์ถ้ามีพื้นฐานในเรื่องนี้ดีคนจะมีคุณภาพดีตามไปด้วย หรือจะสามารถพัฒนาให้ดีได้ง่ายขึ้น</p></span></span></font></span></span>
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ดิฉัน น.ส. รสสุคนธ์ น้อยจินดา นักศึกษาปริญญาโท สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ก่อนอื่นขอขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะที่สละเวลามาสอนพวกเรา ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างมาก ที่ได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ค่ะ แต่ครั้งแรกที่เจออาจารย์ยอมรับว่าทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้นมากๆ เลยกับสไตล์การสอนของอาจารย์ที่ไม่เหมือนใครจริงๆ แต่พอเข้าห้องเรียนไปสักพักดิฉันก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น รวมทั้งพี่ๆ เพื่อนๆ ในห้องก็คงเช่นกันจากการเรียนวิชา HR ในวันที่ 10 มิ.ย. อาจารย์เน้นให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน นำความรู้มาแบ่งปันกัน และกระตุ้นให้ทุกคนตื่นตัว (ด้วยเสียงดัง ฟังชัด)และใช้ความคิดตลอดเวลา ให้รู้จักคิดนอกกรอบ ฝึกความคิดสร้างสรรค์ และคิดให้ตรงประเด็น “โป๊ะเช๊ะ” ซึ่งเป็นคำที่ฟังแล้วเข้าใจได้ทันที อีกทั้งให้รู้จักติดตามข่าวสารบ้านเมือง ข่าวธุรกิจ ต้องทันเหตุการณ์ คือ ไม่ใช่เรียนอย่างเดียว รู้แต่ในตำราเรียนไม่เพียงพอ ให้รู้รอบด้าน เห็นด้วยที่อาจารย์พูดว่า ปัจจุบัน มีนักศึกษาจบปริญญาโทตั้งมากมาย แต่ประเทศก็ยังไม่มีอะไรพัฒนาขึ้น เนื่องจากคนในสังคมยังเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากเกินไป ไม่เคยนึกถึงประโยชน์ส่วนรวม หรือการทำอะไรเพื่อสังคมบ้าง อาจารย์สอนให้คิดแบบต่อยอด เมื่อได้รับความรู้อะไรมาก็อย่าหยุดอยู่กับที่จงคิดต่อว่าสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่ จากการอ่านหนังสือ “ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้” ของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และอาจารย์ ซึ่งเป็นหนังสือที่มีคุณค่าอย่างยิ่งทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และบุคคลทั่วไปที่สนใจ เมื่อดิฉันอ่านจบรู้สึกว่าชื่นชอบแนวความคิดของคุณพารณมากๆ “คนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดขององค์กร” เป็นประโยคที่อ่านจากหนังสือ และฟังจากที่อาจารย์จีระสอน คือ คุณพารณเป็นผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพยิ่งคนหนึ่ง เกี่ยวกับแนวความคิดเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ท่านให้ความสำคัญกับคนในองค์กรเสมอ ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นผู้บริหาร หรือพนักงานทั่วไป ซึ่งพอจะสรุปแนวคิดในการบริหารทรัพยากรบุคลของคุณพารณได้ดังนี้1. การสร้างความจงรักภักดีและความมีวินัยให้กับองค์กร ซึ่งมีผู้บริหารเป็นแบบอย่างที่ดี และพนักงานทุกคนก็ถือปฏิบัติตาม โดยไม่ได้คิดว่าถูกบังคับด้วยกฎระเบียบ แต่ปฏิบัติกันมาจนเป็นวัฒนธรรมขององค์กร การที่ให้พนักงานระดับหัวหน้าต้องเปิดประตูตลอดเวลา เพื่อที่เมื่อลูกน้องมีปัญหาใดๆ จะได้เข้าไปปรึกษาเสมือนเป็นคนในครอบครัว สร้างวัฒนธรรมความร่มเย็นให้กับองค์กร2. มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางด้านองค์ความรู้ จัดอบรมทุกๆ ปี ให้กับพนักงานทั้งระดับบนและระดับล่าง เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ และเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับงานของตนคนเก่ง-คนดี องค์กรจะประสบความสำเร็จได้ต้องมีคนที่ทั้งเก่งและดี เพราะคนเก่งอย่างเดียวอาจจะใช้ความสามารถของตนไปในทางที่ผิด นำความเสียหายมาสู่องค์กรได้ เก่ง 4 คือ เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด และเก่งเรียน ดี 4 คือ ประพฤติดี มีน้ำใจ ใฝ่ความรู้ คู่คุณธรรม ซึ่งมีการประเมินความสามารถในการทำงาน(capability) และความเป็นที่ยอมรับ (acceptability)3. คนไม่ได้ต้องการผลตอบแทนที่เป็นเงินทองอย่างเดียว ยังต้องการผลตอบแทนทางใจด้วย จากการที่ผู้บริหารมีความสนใจและดูแลพนังงานทุกคนอย่างใกล้ชิด เมื่อพบเห็นข้อดีก็ชมเชยทันที ช่วยสร้างกำลังใจในการทำงานและเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จอีก4. การยอมรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน ถึงแม้จะทำให้การตัดสินใจต่างๆทำได้ช้า แต่ท่านก็ยินดี ท่านเป็นคนเก่งที่มีความอดทนสูง คือมีทั้ง IQ และ EQหนังสืออีกเล่มที่ได้ศึกษาคือ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน ของ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และท่านอ. จีระ ได้แนวความคิดว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สามารถพึ่งพาตนเอง และมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับคุณธรรมและจริยธรรมที่เข้มแข็ง ช่วยนำไปสู่การพัฒนาอย่างยังยืน จากการศึกษา ทฤษฎี 8H’s : ทฤษฎีบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของคุณหญิงทิพาวดี และ ทฤษฎี 8 K’s : ทฤษฎีทุนในทรัพยากรมนุษย์ ดิฉันคิดว่าทุนที่สำคัญของคนอยากแรกคือ ทุนมนุษย์ (Humen Capital)เมื่อเทียบกับทฤษฎีของคุณหญิงทิพาวดี คือ home ครอบครัวเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของคน การที่คนมีทุนพื้นฐานตั้งแต่เยาว์วัย คือ มีครอบครัวที่อบอุ่น มีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจดี สภาพแวดล้อมดี เมื่อมีพื้นฐานทุนมนุษย์มาดี การเข้าสู่สังคมหรือการทำงานในองค์กร และการพัฒนาต่อยอดทุนทางด้านอื่นๆ ย่อมทำได้ง่าย สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตนเอง สังคม องค์กรและประเทศชาติได้
เรียน ศ.ดร.จิระ ดิฉันนางสาวรฐา จูจันทร์ นักศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร เลขประจำตัวนักศึกษา 50066218 จากการเรียนในวันแรกวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ทำให้เห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์มากขึ้น ทำให้ต้องเป็นคนที่ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอวิธีการสอนของอาจารย์เป็นแนวทางการสอนที่เน้นให้นักศึกษาทุกคนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น เป็นการสื่อสาร 2 ทาง ซึ่งอาจารย์มีคำตอบอยู่แล้ว แต่ต้องการให้นักศึกษาได้รู้จักคิด รู้จักใช้ความรู้ที่มีอยู่มาตอบคำถาม และกระตุ้นให้ต้องหาความรู้ใหม่เพิ่มเติม ซึ่งบทสรุปของการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้นั้นสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลที่ท่านอาจารย์นำมาสอนได้ โดยให้นักศึกษาได้คิดเองไม่ใช่เป็นการเรียนแบบท่องจำ แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ที่ต้องการให้นักศึกษาทุกคนได้มีส่วนร่วม ให้รู้จักคิด วิเคราะห์สาเหตุ และสรุปประเด็น เป็นการกระตุ้นให้เป็นคนที่รอบรู้ข่าวสารที่เกิดขึ้น สรุปประเด็น· ต้องใฝ่หาความรู้และเรียนรู้ตลอดชีวิตพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง อย่าเรียนแบบท่องจำ ต้องคิดนอกกรอบ รู้จักต่อยอดสิ่งที่รู้ให้เกิดประโยชน์ เราจึงจะสามารถอยู่ได้ในโลกยุคไร้พรมแดนปัจจุบัน· การเรียนการสอนเชื่อมโยงไปถึงทฤษฏี 4 L’s โดยที่ไม่ได้เกิดจากการท่องจำแต่ให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมจริงในการเรียนรู้ เป็นการสร้างนิสัยให้รู้จักเรียนรู้ใฝ่หาความรู้แบบไม่สิ้นสุด ไม่ควรมีความรู้เฉพาะแต่ในตำราควรรู้ในศาสตร์หลายๆ ศาสตร์· ความรู้ต้องรู้จักเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงรอบตัว เพราะทุกอย่างมีผลกระทบเชื่อมโยงกันทั้งนั้น เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ การเรียนรู้ต้องรู้จักจับประเด็น ตอบคำถามให้ตรงประเด็น ซึ่งบทสรุปของข้อนี้ก็สามารถเชื่อมโยงไปถึงทฤษฏี 2 R’s · การเป็นคนเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นคนดี และรู้จักทำประโยชน์เพื่อสังคม· คนเราไม่สามารถทำงานคนเดียวให้ประสบความสำเร็จอย่างดีได้ ต้องรู้จักทำงานเป็นทีมอาศัยความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนความรู้กับบุคคลอื่นเสมอ· การมองภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มองจากระดับโลก(macro)ไปสู่องค์กร(micro) จากที่ได้อ่านหนังสือ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน ไล่ล่าความเป็นเลิศด้วยทฤษฏี 8 H’s ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และทฤษฎีทุน 8K'sของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ จากแนวคิดว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของนักคิดและนักปฏิบัติ ท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ ศ.ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ ซึ่งท่านนำทฤษฏีที่ท่านคิดมาใช้ปฏิบัติจริง ทำให้เกิดประโยชน์ขึ้นจริง สรุปประเด็นหลักของทฤษฏีทั้งหมดนั้นคือคนนอกจากเก่งแล้วจะต้องเป็นคนดี เพราะคนเป็นพลังขับเคลื่อนของงานทุกๆอย่าง เพราะหากองค์กรมีทั้งคนดีและมีความสามารถและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์อยู่เสมอจะทำให้องค์กรนั้นเจริญไปได้อย่างยั่งยืน เพราะถ้าเก่งแล้วโกงองค์กรก็อยู่ไม่ได้ หรือเป็นคนดีอย่างเดียวแต่ไม่เท่าทันคนอื่นก็จะทำให้องค์กรเสียประโยชน์เช่นกัน จึงต้องมีการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ การที่ท่านเล็งเห็นถึงความสำคัญของคนท่านจึงได้มีการพัฒนาคนให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และรักษาเค้าไว้ให้อยู่กับเราด้วยใจ ทำงานด้วยความสุข ซึ่งการเรียนวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ทำให้เห็นความสำคัญกับการลงทุนในการพัฒนาคนมากขึ้น เพราะการลงทุนกับคนเป็นการเพิ่มผลกำไรให้กับองค์กรที่สำคัญที่สุด ด้วยความเคารพอย่างสูงรฐา จูจันทร์
กราบเรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
กระผม นายพัฒนา ปลอดภัยงาม นักศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาวิชา การจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนในวันแรกของภาคการศึกษา คือ ความแปลกใหม่ในการเรียนที่ไม่เคยเจอมาก่อน ในบรรยากาศการเรียน และวิธีการเรียน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการเรียน นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ผมได้มีส่วนร่วมในการเรียนครั้งนี้ด้วย ซึ่งมีอาจารย์ที่ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ อย่างศ.ดร.จีระ มาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ นั่นเป็นสิ่งที่จะกระตุ้นและเป็นสิ่งจูงใจที่พวกเราจะซึมซับความรู้จากอาจารย์ให้มากๆ เพราะในสังคมนี้คงไม่มีใครมีโอกาสดีที่จะได้เรียนกับอาจารย์เท่าพวกเราอีกแล้ว
สิ่งที่ได้รับจากหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้
- ได้เห็นสิ่งดีๆที่อาจารย์ได้รับมา คือ โอกาส
โอกาสที่ได้ทำงานในตำแหน่งที่สำคัญ ก็คือ ผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งได้รับการเปิดโอกาสจากผู้ใหญ่ให้คนรุ่นใหม่(ในขณะนั้น)คือศ.ดร.จีระ โดยให้คนหนุ่ม(อายุ33ปี)เข้ามาทำงาน และ อาจารย์ก็ทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมและได้นั่งตำแหน่งอยู่หลายสมัย
- ภาพการทำงานของคนในองค์กรใหญ่ที่ได้รับการถ่ายทอดจากคุณพารณ
- การสร้างระบบการบริหารคนและแนวทางการทำงาน โดยการผสมผสานการทำงานแบบชาวต่างชาติและแบบเดิมเข้าด้วยกัน โดยนำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความพึงพอใจสูงสุดในการทำงาน
- ทฤษฎี 4 L'sของคุณพารณและทฤษฎี 4 L's ของอาจารย์จีระ นั้นเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและเป็นทฤษฎีที่ดีมาก คือให้ความสำคัญของการเรียนรู้
หนังสือ2พลังความคิดชีวิตและงาน
ทฤษฎีทุนมนุษย์ อันมาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
มาจากรากฐานวัฒนธรรม เผ่าพันธุ์
มาจากความคิด สติปัญญา ความรู้ ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎี 4L's ของอาจารย์จีระ
มาจากทักษะ การลงมือทำการ การพัฒนาฝีมือเพื่อที่จะเป็นมืออาชีพ
มาจากจิตใจที่ดี มีคุณธรรม เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดี ๆให้เกิดขึ้น ดังคำสอนของพระพุทธเจ้าต้องคิดดี ทำดี ทั้ง กาย วาจา ใจ
มาจากสุขภาพที่ดี ทำให้มีแรงคิดและทำสิ่งต่าง ๆ ถ้าสุขภาพร่างกายไม่ดีแล้วก็จะมีอุปสรรคในการทำงาน
มาจากเทคโนโลยี เป็นกลไกที่จำเป็นในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และพัฒนางานให้ก้าวหน้าขึ้นไป เป็นส่วนช่วยด้านการศึกษาหาความรู้และข้อมูลใหม่ ๆ
มาจากบุคคล ซึ่งบุคคลที่ดีและมีความสามารถนั้น องค์ประกอบที่สำคัญ ก็คือ ครอบครัวซึ่งเป็นสถาบันแรกของทุกคน และเป็นสิ่งที่ใกล้ชิดที่สุด การเรียนรู้ก็เป็นสิ่งที่ได้รับจากการอบรมเลี้ยงดู จากการศึกษาเล่าเรียน
มาจากความสุข เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงสภาพจิตใจที่ดี ทำให้มีพลัง เมื่อทำงานด้วยความสุขงาน ๆนั้น ย่อมเป็นงานที่ดีเพราะทำด้วยความสุขและความชอบ
มาจากความสามัคคี ซึ่งก่อให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ เมื่อร่วมมือร่วมใจกันจะทำให้งานต่างๆสำเร็จไปได้
มาจากการอยู่ร่วมกัน ควรวางบทบาทและหน้าที่ของตน และการสร้างปฏิสัมพันธ์ต่อสังคม เพื่อประโยชน์สุขการทำงานและอยู่ร่วมในสังคม
เรียนศ.ดร จิระ หงส์ลดารมณ์ และสวัสดีพี่ทีมงาน Chira academy ทุกท่าน ผมนาย อานนท์ ร่มลำดวน นักศึกษาป.โท การจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ลาดกระบังรุ่นที่ 6 หลังจากการที่ผมได้เข้าเรียนในชั่วโมงแรกในวิชา การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งผมยอมรับว่าในช่วงแรกก่อนที่จะเข้ามาเรียนคาดหวังแค่เพียงว่าจะเรียนวิชานี้ไปเพื่อบริหารงานองค์กรแต่เพียงอย่างเดียวแต่เมื่อได้พบและพูดคุย แลกเปลี่ยนพร้อมได้รับคำแนะนำจาก ศ.ดร จิระ หงส์ลดารมณ์ ( ซึ่งในที่นี้ผมขออนุญาติเรียกท่านว่าอาจารย์ ) ทำให้ผมเปิดมุมมองและโลกทัศน์ในการมองเรื่องทรัพยากรมนุษย์มากขึ้นโดยมองภาพในองค์รวมและอาจารย์ได้จุดประกายในความคิดที่จะให้ทำอะไรมากกว่าที่เราควรจะทำเพื่อแสดงศักยภาพในการเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพสามารถต่อยอด และมีความรอบรู้ในหลายๆเรื่องโดยต้องมีจริยธรรมที่ต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดจนในช่วงเวลาที่เรียนเป็นระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมงได้ศึกษาในเรื่องของการเรียนแนวใหม่โดยเฉพาะทฤษฎี 4 L ‘S2 และหลังจากนั้นผมได้อ่านและศึกษาความรู้เพิ่มเติมจากท่านผู้รู้เรื่องทรัพยากรมนุษย์ทั้ง 3 ท่านประกอบด้วย ท่านอาจารย์ ศ.ดร จิระ หงส์ลดารมภ์ ,ท่าน พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และคุณหญิง ทิพาวดี เมฆสวรรค์ จากหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ( HR.CHAMPIONS ) และหนังสือ 2 พลังความคิดชีวิตและงานทำให้ผมได้เห็นและตระหนักมากขึ้นมากไปอีกว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดขนาดไหนที่ควรส่งเสริมและพัฒนาในสิ่งต่างๆมากมายหลายด้านโดยอาศัยทฤษฎีต่างของท่านผู้รู้ทั้ง3 ท่านได้แก่ทฤษฎี 3 K’s ทฤษฎีทุนในทรัพยากรมนุษย์ (ศ.ดร จิระ หงส์ลดารมภ์ ) ,ทฤษฎี 8 H ‘s ทฤษฎีบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ( คุณหญิง ทิพาวดี เมฆสวรรค์ ) รวมถึงแนวคิดการวางบริหารงานด้านบุคคลและการเป็นต้นแบบที่ดีของท่าน พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา คือเรื่อง คนเก่ง – คนดี , ความเชื่อเรื่องคุณค่าของคน ,การดูแลทุกข์สุขของคนใกล้ชิด และ การทำงานเป็นทีม นอกจากนั้นทั้ง 3 ท่านยังมีความคิดเห็นไปแนวทางเดียวกันการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั้นต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของการพัฒนาในด้านบุคคลเลยทีเดียวโดยต้องการดำเนินการนั้นจะต้องมีจริยธรรมควบคู่กันไปด้วย โดยเริ่มที่รากฐานคือการศึกษา ( Head , Human Capital ) เป็นอย่างแรก ซึ่งต้องประยุกต์ให้เท่าทันและเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกซึ่งเราอาจเริ่มต้นศึกษาจากประวัติของเรา ( Heritage ,
Sustainable Capital ) โดยอาศัยความร่วมมือในทั้งระดับจุลภาคและมหาภาคหรือที่เรียกกันว่าการร่วมมือกันทุกหน่วยของคลัสเตอร์ทั้งแนวดิ่งและแนวนอน
จากการที่ได้อ่านบทความและได้ความรู้จากท่านผู้รู้ทั้ง 3 ท่านทำให้ผมมีไฟในการที่จะพัฒนาด้านทรัพยากรมษย์อยู่ 3 เรื่องด้วยกันคือ
1.ในส่วนที่ทำงานเนื่องจากที่ผมทำงานอยู่ ณ ปัจจุบันซึ่งอาศัยทฤษฎีในการทำงานซึ่งน่าจะมีส่วนคล้ายกับแนวทางของ
ที่ทุกท่านชี้แนะอยู่นั่นคือนโยบาย 3 T ‘s สำหรับคนในหน่วยงานประกอบด้วย Trust , Transparency และ
Teamwork และนโยบาย 3 C’s สำหรับการเชื่อมต่อในหน่วนงานอื่นๆ ( เชื่อมโยงในคลัสเตอร์ต่างๆ )
ประกอบด้วย Clean and Clear , Commutation และ Compromise โดยมีเป้าหมายเพื่อคนในทีมงาน
ทำงานกันเป็นทีมมีความโปร่งใสเชื่อใจกันตลอดจนในการทำงานร่วมกับทีมหรือคลัสเตอร์อื่นๆก็จะต้องมีการ
ทำงานที่ชัดเจนมีการสื่อสารที่รวดเร็วและเข้าใจง่ายรวมถึงการประณีประนอม นั่นก็คือการประสานงานมิใช่การ
ประสานงาเพื่อที่จะสามารถทำงานทั้งในทีมงานและองค์กรให้บรรลุวัตถุประสงค์และอยู่กันอย่างมีความสุข
ซึ่งจากนี้ไปในแนวคิดการทำงานคงจะต้องเพิ่มเติมโดยน้อมนำข้อคิดและแนวคิดในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
จากท่านผู้รู้ทั้ง 3 มาเป็นแนวทาง ปฎิบัติเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับทีมงานเพื่อให้เป็นบุคคลากรที่มีคุณภาพและเป็น
ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าอย่างต่อเนื่องยั่งยืนและมีจริยธรรมให้กับประเทศต่อไปถึงแม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆก็ตาม
2.จากการที่อาจารย์ได้ให้การบ้านเรื่องของการที่ให้พวกเรานักศึกษาป.โท สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและ
อุตสาหกรรมอาหาร ลาดกระบังในส่วนของการช่วยเหลือสังคมในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในด้านที่เกี่ยวข้องกับอาหารหรือโภชนาการ โดยเน้นไปที่การวางรากฐานคือเรื่องของทุนมนุษย์ ( Human Capital ) จุดที่เน้นคือ You Are What You Eat ปลูกฝังไปยังเด็กเพื่อเพิ่มทุนทางมนุษย์ให้กับเด็กเป็นสาระสำคัญ ซึ่งพวกเราจะกลับมาทำการบ้าน และขอเป็นส่วนร่วมกับอาจารย์และทีมงาน Chira Academy เพื่อพลักดันด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างเต็มที่และเต็มความสามารถ
3เชื่อมโยงในส่วนของภาคอุสาหกรรมอาหารทั้งหมดภายในประเทศและต่างประเทศโดยช่วยกันวางรากฐานในการ
พัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยมุ่งเน้นไปที่ต้นทุนมนุษย์ ( Human Capital ) ซึ่งหากทุกคนที่อยู่ในส่วน
ภาคอุตสาหกรรมอาหารทุกคนร่วมมือกันและเล็งเห็นถึงความสำคัญของอาหารกับ
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แล้วจะทำให้มีต้นทุนมนุษย์ที่ดีเนื่องจากมีอาหารที่ดีมีประโยชน์ตลอดจนการแชร์ในส่วน
ทรัพยากรอาหารหรือเทคโนโลยีกันในระดับนานาชาติเพื่อแก้ไขการขาดแคลนสารอาหารร่วมกันเพื่อให้ทรัพยากร
มนุษย์ทั้งหมดมีต้นทุนสุงขึ้นเพื่อที่จะสามารถพัฒนาต้นทุนด้านต่างๆต่อไปได้
กราบเรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ดิฉันนางสาวเบญจพร สุวรรณรักษ์ นักศึกษาปริญญาโท เลขประจำตัวนักศึกษา 50066212สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือเรื่อง “ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน ” และ “ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ HR Champions ”1. คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าและสำคัญที่สุดขององค์กร ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวขององค์กร ดังนั้นองค์กรควรที่จะมีการส่งเสริมพัฒนาบุคลากรเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ความจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อองค์กรให้เหมือนครอบครัวของเขาให้ก้าวไป2. จากการอ่านทฤษฎีการบริหารต่างๆ เช่น 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ , 8 H’s ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ทฤษฎี 4 L’s ของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา เป็นต้น เป็นแนวทางจุดประกายความคิดต่อยอดในการทำงานที่ทำอยู่ ซึ่งเดิมมีทีมงานการทำงานร่วมกับหัวหน้างานและน้องๆผู้ใต้บังคับบัญชาเหมือนผ่านไปวันๆ แต่ตอนนี้ต้องมองย้อนและเปลี่ยนความคิดใหม่และแนวทางการทำงานโดยต้องมีความละเอียดอ่อนในเรื่องการประสานงาน การเรียนรู้ การวางตัวกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้น เปลี่ยนความคิดที่ว่าเราต้อง” เก่ง ” แต่เราต้อง” ดี “ พอสำหรับองค์กร และที่สำคัญต้องทำงานในลักษณะที่รักองค์กรให้เหมือนรักครอบครัวของเรา 3. สาเหตุที่ทำให้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยเป็นไปอย่างล่าช้าคือ 1.การลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ผลตอบแทนระยะยาวและใช้เวลานาน ต้องทำอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้บริหารโดยมากต้องการลงทุนแบบเห็นผลระยะสั้นและเร็ว2.การลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างชัดเจนแต่ในทางกลับกันหากองค์กรมีแนวคิดที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยใช้แนวทางของเครือซีเมนต์ไทยซึ่งให้ความสำคัญ 3 ประการ คือ1.ความเชื่อมั่นในคุณค่าของคน 2.ความรู้สึกว่าพนักงานคือคนในครอบครัวของเรา 3.ความรับผิดชอบที่จะทำให้ทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทมีทั้ง ราคาและคุณค่าทีสอดคล้องกัน เพียงแค่นี้ก็ก่อให้เกิดความจงรักภักดีต่อองค์กรค่ะ4. การจะก้าวไปเป็นผู้บริหาร ต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลทำงานในปีนี้ต้องคิดไปถึง 5 – 10 ปีข้างหน้า ต้องเป็นผู้ลงมือทำในเรื่องการพัฒนาอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดความเชื่อถือในหลักการ และความศรัทธาแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ใช่แค่การนับถือเพราะอำนาจเงินสิ่งที่ได้จากการเรียนวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ในวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2550 คือได้รับการกระตุ้นสมองตลอดเวลาในการเรียนวิชานี้คือ1. กระตุ้นความคิดให้คิดนอกกรอบ และต่อยอดความคิดเดิม2. กระตุ้นความคิดให้ชีวิตต้องเรียนรู้ตลอดเวลาและต้องรู้จริง3. กระตุ้นความคิดต้องทันโลกข่าวสาร4. กระตุ้นความคิดว่าต่อไปเราต้องมีความเป็นผู้ใหญ่เพราะเราต้องรับผิดชอบสิ่งที่ใหญ่ขึ้นไป5. กระตุ้นความคิดว่าการเป็นคนดีเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคม และต้องรู้จักการเป็นผู้ให้มากกว่าการเป็นผู้รับสิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือเรื่อง “ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน ” และ “ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ HR Champions ” ภาค 2 ในชีวิตจริงเดิมทีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านก่อนเปิดภาคเรียน ดิฉันมีปัญหากับผู้จัดการฝ่ายในเรื่องผลงานที่ทำ ดิฉันเริ่มงานกับบริษัทแห่งนี้ได้ประมาณ 1 ปี 9 เดือน ในตำแหน่งหัวหน้าแผนกมีหน้าที่รับผิดชอบในงานที่ค่อนข้างมากเพราะว่าย้ายมาจากบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ฐานเงินเดือนค่อนข้างสูงสำหรับคนอายุ 25 ปี ( ในตอนนั้น ) เวลาล่วงเลยไปเนื้องานเพิ่มขึ้นและความรับผิดชอบต้องสูงขึ้น มีผู้ช่วยเข้ามาเป็นเด็กเพิ่งจบใหม่โดยการฝากฝังของกรรมการผู้จัดการ (น้องเค้าไม่ได้จบสายตรงที่เกี่ยวข้องกับงานค่ะ) แต่เงินเดือนของดิฉันเท่าเดิมไม่มีการปรับตำแหน่งเพิ่ม ( ตรงนี้ไม่ซีเรียสเพราะกำลังสนุกกับงาน ) เมื่อถึงเวลาพิจารณาการผ่านงานของผู้ช่วยซึ่งเป็นเด็กเพิ่งจบ ผู้จัดการฝ่ายได้พิจารณาให้เขาได้ปรับตำแหน่งให้เท่ากับดิฉัน และทราบมาเบื้องต้นแล้วว่าเพราะฐานเงินเดือนสูงแล้วจึงยังไม่ปรับ เมื่อดิฉันถามผู้จัดการฝ่ายซึ่งเป็นหัวหน้างานเค้าให้เหตุผลว่าน้องเค้าจบปริญญาตรีก็ต้องปรับให้เท่ากับวุฒิ และดิฉันถามย้อนว่าแล้วดิฉันล่ะไม่มีผลงานเลยรึไง เค้าบอกว่ามีผลงานและโอกาสก้าวหน้าแต่ต้องปรับปลายปี ดิฉันเลยบอกเค้าว่าถ้าคิดว่าถ้าฐานเงินเดือนสูงแล้วก็ควรหาเด็กเพิ่งจบมาทำก็แล้วกัน ไม่ควรหาคนที่มีประสบการณ์มาทำ วันนั้นก็เลยจบเพราะคิดว่าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วและพร้อมจะออกจากงาน หลังจากนั้นวันอาทิตย์ได้เรียนกับ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และอ่านหนังสือ2 พลังความคิดชีวิตและงาน จบเช้าวันอังคารที่ผ่านมา ตอนเช้าที่มาทำงาน ดิฉันได้ยื่นหนังสือเล่มนี้ให้กับผู้จัดการฝ่ายของดิฉันและบอกว่า ” ให้เอาไปอ่านซะจะได้รู้ว่าคนเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร เพราะถ้าคุณอยากได้วัตถุดิบที่ดีเข้าโรงงาน คุณจะต้องพัฒนาคนหาวัตถุดิบก่อนถึงจะได้วัตถุดิบที่ดี ” แค่นั้น เรื่องไปถึงผู้บริหารระดับสูงภายในวันนั้น วันนี้( วันพฤหัสบดี ) ผู้บริหารระดับสูงเรียกดิฉันไปคุย ปรับตำแหน่งและเงินเดือนให้สูงขึ้น และเค้าเรียกผู้จัดการฝ่ายของดิฉันไปปรับผังองค์กรของฝ่ายใหม่ นี่แหละค่ะผลที่ได้จากการอ่านหนังสือของศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ค่ะ…..
เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 10 มิถุนายน 2550 ที่ผ่านมา ดิฉันนางสาว สุมิตรา พนาอภิชนได้มีโอกาสเรียนวิชา Human Resource Management กับท่านอาจารย์ จิระ หงส์ลดารมภ์ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญท่านหนึ่งที่เป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมไทยและต่างชาติ วันนั้นข้าพเจ้าได้รับความรู้และมุมมองใหม่มากมาย เช่น อาจารย์จะค่อยกระตุ้นให้เรารู้จักที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ที่มิใช่การเรียนรู้ที่อยู่ในตำราเรียน เช่น เศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพื่อมาเพิ่มพูนความรู้เดิมที่เรามีอยู่ และรู้จักที่จะวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นเพื่อที่เราจะได้ตั้งรับกับสถานการณ์นั้นๆได้ หรือแม้แต่การนำประสบการณ์จากคนที่เราได้พบปะพูดคุยในเรื่องต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับงานที่เราทำ และยังสอนให้เรารู้จักที่จะคืนสิ่งดีๆสู่สังคมบ้าง มิใช่แต่จะเป็นผู้รับเพียงอย่างเดียว และสอนให้เรารู้ว่าคนที่จะเป็นผู้นำไม่ใช่แค่เก่ง หรือ รวยเพียงอย่างเดียวแต่ต้องประกอบไปด้วย คุณธรรม จริยธรรม มีความใฝ่รู้ เสียสละ มีน้ำใจกับคนที่ด้อยโอกาสกว่า รู้จักการให้อภัยกันและรู้จักที่สู้ในสถานการณ์ที่ต้องสู้และรู้จักที่จะผ่อนผันในสถานการณ์ที่ต้องผ่อนเบา รู้จักที่จะทำวิกฤตให้เป็นโอกาส หลังจากวันนั้นอาจารย์ได้ให้หนังสือมาอ่าน 2 เล่ม คือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ กับ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน เมื่อข้าพเจ้าได้อ่านแล้วพอจะจับประเด็นของเล่ม ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ได้ว่า “คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การเน้นพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีคุณภาพ โดยการส่งเสริมให้ทรัพยากรบุคคลมีการใฝ่รู้ตลอดเวลา ความรักและสามัคคีกันในทีมและความภักดีต่อองค์กร และท่านทั้งสองยังทำให้บุคคลใต้การปกครองรู้สึกว่า ทรัพยากรมนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุด ถ้าองค์กรใดได้บุคคลากรที่เก่งและมีคุณธรรมที่ดี ก็จะทำให้องค์กรนั้นมีศักยภาพสูงสุด และผู้นำต้องสามารถดึงจุดเด่นของแต่ละบุคคลออกมาได้ เพื่อให้คนในทีมแสดงความสามารถออกมาเต็มที่”ส่วนเล่ม 2 พลังความคิดชีวิตและงาน ได้พูดถึง ทฤษฎีนักบริหาร 8 H’s ของคุณหญิงทิพวดี เมฆสวรรค์(Home, Head, Heart, Happiness, Harmony, Heritage, Health และ Hand) และ ทฤษฏีทรัพยากร 8 K’s ของศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ( Human capital,Intellectual, Ethical capital, Happiness capital, Social capital, Sustainability capital, Digital capital , Talented capital) ล้วนเป็นทฤษฎีที่มีจุดมุ่งหมายปลายทางเหมือนกันคือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ จากที่อ่าน ข้าพเจ้าได้แง่คิดที่ว่า “ คนเราจะเป็นคนที่เก่ง มีความสามารถ เป็นที่เคารพนับถือในสังคมนั้น จะต้องมาจาก H ตัวเแรก (Home หรือ Human capital) เพราะว่า การที่เกิดเป็นคนที่ดีและเก่งได้นั้น จะต้องมาจากพื้นฐานหลายๆ อย่าง ตั้งแต่ การอยู่ในครรภ์ของมารดา จนกำเนิดออกมา รวมทั้งการเลี้ยงดูทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ การให้ความรู้ การอบรมบ่มนิสัยทั้งทางด้านคุณธรรม จริยธรรม สอนให้รู้จักเสียสละกับคนที่ด้อยโอกาสกว่าและสอนให้เป็นคนมี่ใฝ่รู้ในสิ่งต่างๆ แล้ว H หรือ K ตัวอื่นๆ ก็จะตามมา ที่ข้าพเจ้าคิดเช่นนั้นเพราะถ้าเราขาดการดูแลที่ดีจากครอบครัว ก็จะส่งผลให้เราเติบโตขึ้นมาเป็นบุคคลที่เป็นภาระต่อสังคม เนื่องจากไม่ได้รับการอบรมบ่มนิสัยทั้งทางด้านคุณธรรม จริยธรรม สภาพแวดล้อมที่ไม่ดีทำให้เราเป็นคนที่เห็นแก่ตัว จะทำอะไรก็จะนึกถึงแต่ตัวเองโดยไม่สนใจว่าคนอื่นๆจะเป็นเช่นไร แล้วอย่างนี้จะทำให้องค์กรและสังคมน่าอยู่ได้อย่างไร“ และจากที่ได้อ่านหนังสือของอาจารย์ทำให้มนุษย์เงินเดือนอย่างข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าเรามิใช่แค่หุ่นเชิดขององค์กรเท่านั้น แต่เราเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กร/ กราบขอบพระคุณอาจารย์ จิระ หงส์ลดารมภ์ ที่มีหนังสือดีๆมาให้อ่าน
รายงานจากการเรียนวิชา Human Resource Management1. บรรยากาศการเรียนด้วยการ share ความรู้ในห้อง เพราะในชีวิตการทำงานนั้นต้องทำงานเป็น team work ซึ่งต้องรับฟังคิดเห็นของผู้อื่น2. กล้าแสดงความคิดเห็นต่อที่ประชุม3. การแบ่งประโยชน์สู่สังคม อยู่ด้วยการแบ่งปันซึ่งกันและกัน4. เมื่อเราอยู่ในโลกนี้ ความรู้ยังคงต้องค้นคว้าอยู่เสมอ เพราะสิ่งต่างๆรอบตัวเราสามารถเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รายงานจากการอ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ และสองพลังความคิดชีวิตและงาน สิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือทั้ง 2 เล่มนั้น สิ่งแรกทำให้รู้ว่าโลกยิ่งปลี่ยนไปเท่าไหร่ เรายิ่งค้นคว้าหาความรู้มากเท่านั้น เพราะเมื่อเราไม่มีความรู้ก็จะทำให้เราไม่สามารถคิดในสิ่งใหม่ พัฒนาตัวเอง และประเทศชาติได้ สิ่งที่ได้ต่อมา คือ ในหน้าที่ หรือตำแหน่งที่ทำอยู่นั้น เป็นตำแหน่งที่เกี่ยวกับคนโดยตรง เพราะเราต้องอยู่กับพนักงานซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเราด้วย เพราะฉะนั้นการปกครองพนักงานเป็นสิ่งละเอียดอ่อนมาก เพราะงานจะมีคุณภาพได้นั้นก็ขึ้นกับพนักงานที่ปฏิบัติ ดังนั้นการให้ความรู้กับพนักงาน ซึ่งความรู้ไม่ใช่เพียงวิชาการ แต่รวมไปถึงคุณธรรมและจริยธรรมด้วย นอกจากนี้ยังได้แง่คิดด้วยว่าถ้าเราอยากให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำในสิ่งที่เราต้องการ เราจะต้องทำตัวอย่างให้เค้าเห็นเสียก่อน จึงจะได้ชื่อเป็นผู้นำที่แท้จริง และผู้นำนั้นจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์อยู่เสมอ เพราะจะทำให้องค์กรพัฒนามายิ่งขึ้น สุดท้ายนี้การที่เราจะทำงานหรือการดำเนินชีวิตในแต่ละวันให้ประสบความสำเร็จนั้น ปัจจัยที่สำคัญก็คือ สติ ปัญญา และสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพราะถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปแล้วก็จะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่มีคุณภาพ เพราะในสภาพสังคมปัจจุบันมีการแข่งขันกันอย่างมากมาย จึงทำให้เราไม่มีเวลาดูแลสุขภาพร่างกาย จนลืมไปว่าสุขภาพดีก็มีส่วนทำให้เรามีสมอง และปัญญาที่ดีด้วย
กราบเรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ดิฉันนางสาวกัญญารัตน์ ลาภเดโช รหัสประจำตัว 50066209 นักศึกษาปริญญาโท สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารในที่ 10 มิถุนายน 2550 สิ่งที่ดิฉันจากการเรียนที่ช่วยเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ที่ท่านอาจารย์ถ่ายทอดให้กับดิฉัน คือการที่นักศึกษาได้แสดงออกของความคิดนักศึกษาเองที่เพิ่มมุมมองทางความคิดของดิฉันเอง ซึ่งเชื่อว่าการได้แชร์ความคิดนั้นทำให้เราเห็นมุมมองและประสบการณ์ใหม่ที่เราอาจคิดไม่ถึงซึ่งตามหลักแล้วไม่มีความคิดใครที่ถูกและผิดเสมอไปจะทำให้เราได้รู้และได้เห็นหลายๆด้านของสังคม วิธีการเทคนิคการสอนของอาจารย์เป็นการกระตุ้นให้นักศึกษาที่จะกระตือรือร้นในการเรียนที่ต่างจากการเรียนกนักศึกษารู้ที่จะสนใจสิ่งรอบตัวข่าวสารรอบข้างตัวเอง ความรู้อย่างอื่นที่นอกเหนือจากสายวิชาที่ตัวเองเรียนมาหรือสายอาชีพที่ตัวเองทำงานอยู่ และมีการสั่งสอนถึงการทำอะไรนั้นให้คิดเพื่อสังคมด้วยโดยที่อาจารย์เน้นเรื่องคนเก่งและคนดีซึ่งสำคัญอย่างยิ่งใน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จากการที่ได้อ่านหนังสือ” ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้” และ “2 พลังความคิดชีวิตและงาน” หนังสือทั้ง 2 เล่มได้ถ่ายทอด จากการที่ท่านพารณได้ กล่าวว่า “คนเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดขององค์กร” ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ถ้าดิฉันเองเป็นเจ้าของกิจการนั้นทำให้ดิฉันรู้ว่าถ้าดิฉันต้องการให้องค์กรขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จได้นั้น ไม่ใช่การที่พนักงานได้ทำตามนโยบายที่ให้แก่พนักงานให้ทำตามเพื่อความสำเร็จขององค์กร แต่เป็นการที่เราต้องพัฒนาคนในองค์กรของเราและตัวเราเองให้มีความรู้ความสามารถที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งการใส่ใจพนักงานในองค์กรของเราซึ่งเป็นจุดที่สำคัญอย่างยิ่ง เครื่องจักรเราสามารถควบคุมทุกอย่างมันได้เมื่อเสียก็ทำการซ่อมการปรับปรุงได้ แต่ถ้าจิตใจคนในองค์กรเป็นการยากที่เราจะควบคุมได้ การทำให้พนักงานรักในงานรักในองค์องกรเสมือนเป็นกิจการของตัวเองจะเป็นการเพิ่มกำลังใจของพนักงาน การที่มีการรับฟังความคิดเห็นของพนักงานในองค์กรการให้มีการสื่อสาร 2ทาง การให้รางวัลการได้รับคำชมของพนักงานที่มาจากเรานั้นในกรณีที่พนักงานทำงานนั้นได้ดีก็เป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจให้พนักงานให้เค้ายิ่งรักในงานที่ทำมากขึ้นรักองค์กรมาขึ้นก็จะนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรได้ และสิ่งที่จำเป็นอีกอย่างในการพัฒนาองค์กรคือการพัฒนาทางด้านคุณธรรมจริยธรรมคนในองค์กรไปพร้อมๆกับการพัฒนาองค์กร ในเรื่องของความซื่อสัตย์ ความไม่เห็นแก่ตัว นอกจากจะเป็นผลดีต่อองค์กรเราแล้วแต่เป็นผลดีต่อสังคมด้วย อาจบอกได้ว่านอกเหนือจากการให้ความรู้ เพื่อเพิ่มศักยภาพเพิ่มทักษะความสามารถแล้วที่เป็นพื้นฐานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แล้ว พื้นฐานอีกอย่างที่ควรส่งเสริมไปพร้อมกันคือคุณธรรมจริยธรรม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนที่เราจะพัฒนาคนในองค์กรคนที่อยู่ใต้บังบัญชาเรานั้นแล้ว เราควรที่จะพัฒนาตัวเราเองไปด้วยเจ้าของกิจการควรมีวิสัยทัศน์ มีความรอบรู้ การรู้จักที่จะรับฟังความคิดเห็นการพร้อมที่จะเรียนรู้ และความสามารถในการที่จะตัดสินในต่างๆเพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้
อรนุช หล่ำสกุลไพศาล นักศึกษา ป.โท คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาการจัดการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร รหัส 50066214 ก่อนอื่นต้องขอกล่าวสวัสดีท่านอาจารย์จีระ และพี่ทีมงานทุกท่าน และต้องขอบคุณท่านอาจารย์จีระที่ได้มาเปิดโลกการเรียนรู้ให้กับพวกเรา ตั้งแต่นาทีแรกที่ อ.จีระเดินเข้ามาพร้อมจัด Morning coffee จนถึงการเรียนการสอนใน Class ยอมรับว่าตกใจมากเพราะพึ่งรู้สึกถึงความกระตือรือร้นในตัวเอง แล้วก็รู้สึกเกร็ง ตื่นเต้นกับการเรียน การถูกกระตุ้นให้ใช้ความคิดอยู่ตลอด เป็นวิธีที่ไม่เคยมีอาจารย์ท่านใดได้สอนมาก่อน พอได้อ่านหนังสือทั้งสองเล่มของอาจารย์แล้วรู้สึกได้เลยว่านี่ล่ะคือวิธีเรียนที่ไม่ได้เป็นแค่ตัวหนังสือ อาจารย์สามารถนำเอามาใช้ได้ในชีวิตจริง ทั้งเรื่องคนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า คนเป็นสินทรัพย์ (asset) แล้วสิ่งที่อาจารย์เน้นตลอดเวลาที่เรียนคือ การปรึกษาหารือกันจากหนังสือที่อ่านทั้ง2 เล่มมีเนื้อหาที่สำคัญมากมายอาทิเรื่องการเรียนแบบใหม่อย่างทฤษฏี 4L’s ที่เป็นการเรียนรู้เน้นการวิเคราะห์แลกเปลี่ยนความคิด การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การสร้างบรรยายกาศในการเรียนรู้เพื่อกระตุ้นให้ผู้เข้าเรียนมีส่วนร่วม การเปิดโอกาสในการเรียนรู้ร่วมกับอาจารย์ และการขยายผล เพื่อทำประโยชน์คืนให้สังคม อย่างโครงการที่อาจารย์มอบหมายให้ทำ “การขาดสารอาหารในเด็กภาคอีสาน” และเรื่องการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง หรือ Changing Management ทฤษฎี 3 วงกลมหลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม ก้าวไปสู่การทำงานเป็นทีมที่ได้พูดถึงเรื่อง IT ว่ามีความสำคัญ เนื่องจากในการทำงานหรือการเรียนต้องใช้ระบบสารสนเทศมากขึ้น ทั้งการรับ-ส่ง E-mail การส่งของมูลต่างๆ เทคโนโลยีฯยังช่วยในการสืบค้นข้อมูลต่างๆ การจัดระบบข้อมูลพื้นฐาน ภาวะผู้นำ นวัตกรรม การบริหารเวลา อย่างที่อาจารย์ได้แนะนำว่าเราจะเรียนในแบบที่เคยเรียน ป.ตรีไม่ได้แล้วนับว่ามีประโยชน์ทั้งสิ้น หรือทฤษฎีเพิ่มศักยภาพของคน ที่ไม่ได้วัดกันที่ว่าจบจากที่ไหน จะต้องดูว่ามี ความสามารถ อย่างไรเป็นคนดี และเป็นคนเก่งหรือไม่ คนเก่ง (Capability) คือ เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งเรียน, คนดี (Acceptability) คือ ประพฤติดี มีน้ำใจ ใฝ่รู้ คู่คุณธรรม เพราะคนเก่งอาจจะไม่ใช่คนดีไม่มีจริยธรรม การทำงานหรือองค์กรก็คงไม่ไปไหนและส่งผลเสียกับองค์กร หรือคนเก่งอาจจะทำงานรวมกับคนอื่นไม่ได้ อันนี้ก็แย่เหมือนกัน และเรื่อง แรงจูงใจ หรือ Motivation เป็นหลักหนึ่งที่ว่า คนเราจะสำเร็จในงานได้ต้องมองว่างานทุกอย่างเป็นงานที่ท้าทาย ต้องมีแรงบันดาลใจ ไม่งั้นจะฝ่อ แล้วเฉาตาย ในการทำงานที่ผ่านมาของดิฉันมักจะทำงานไปวันๆแรกก็ยังสนุกกับงาน แต่ไม่ได้รู้สึกว่างานเป็นสิ่งที่ท้าทายเท่าไร พอเบื่อก็เริ่มคิดที่จะเปลี่ยนงานไปๆมาๆตั้งแต่เรียนจบก็ 3 แห่งแล้ว เมื่ออาจารย์ถามว่าคุณเรียนไปทำไมแรกก็แค่คิดเรียนเพื่อที่จะได้งานทำที่ดีขึ้นเท่านั้นแต่ตอนนี้คิดที่อยากจะเลิกการเป็นมนุษย์เงินเดือนจึงต้องขอบคุณท่านอาจารย์จีระอีกครั้งนึ่งค่ะที่เป็นผู้ที่ช่วยชี้แนะแนวทาง การเรียนรู้ที่ไม่ใช่แค่เพียงตัวหนังสือ และความรู้ที่ไม่ได้อยู่ในตำราเรียนเท่านั้นสิ่งที่อาจารย์ได้แนะนำให้ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ข่าวเศรษฐกิจ และสังคมเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะจากเดิมดิฉันมักจะเน้นอ่านข่าวแค่เฉพาะสิ่งที่อยากอ่านเท่านั้น อย่างพวกข่าวบันเทิง ตอนนี้เริ่มหันมาอ่านข่าวอื่นๆเพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์
กราบเรียน ท่านศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ดิฉันชื่อนางสาวนิรชร ไชยกาญจน์ นักศึกษาระดับปริญญาโทสาขาวิชาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รุ่นที่ 6 จากการที่ดิฉันได้มีโอกาสรับฟังการสอนของอาจารย์เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ทำให้ดิฉันได้รับฟังความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านที่จะเป็นประโยชน์ให้กับสังคมไทยของเรา โดย การรู้จักที่จะศึกษาความรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว คือสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นไปในปัจจุบัน ผ่านทางเทคโนโลยีต่างๆที่ทันสมัยเช่น ระบบInternet หรือแม้กระทั่งจากสื่อต่างๆที่อยู่รอบตัวเราอย่างโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์เป็นต้น แต่สิ่งที่ได้เพิ่มเติมขึ้นมาจากคำชี้แนะของอาจารย์โดยที่ตัวดิฉันเองไม่เคยนึกถึงว่าจะเป็นวิธีที่จะทำให้เราได้รับความรู้อย่างง่ายๆ รวดเร็วและกว้างขวางกว่าคือ การที่เราได้มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ที่มีความรู้และมีประสบการณ์มากมายอย่างเช่นท่านอาจารย์ และจากการได้แสดงความคิดเห็นโต้ตอบกันระหว่างในกลุ่มนักศึกษาด้วยกัน ทำให้ได้มีโอกาสมองเห็นแนวคิดหลากหลายในเรื่องต่างๆ ทำให้ได้ทราบถึงข้อมูลที่ไม่เคยทราบอย่างรวดเร็ว เพราะมีท่านอาจารย์และเพื่อนๆช่วยบอก แสดงให้เห็นว่า การทำงานเป็นทีม ช่วยกันคิดค้นจะทำให้เราสามารถทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำงานคนเดียวมากนัก นอกจากนี้ในส่วนของการที่ได้ศึกษาจากหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊ค 2 เล่มที่ท่านอาจารย์ได้แนะนำคือหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ และ 2พลังความคิดชีวิตและงานนั้น ทำให้ดิฉันมีความรู้และเข้าใจถึงหลักการที่ท่านผู้มีประสบการณ์อย่างคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ,คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และอาจารย์จีระได้ใช้ในการพัฒนาบุคลากรในองค์กรที่อยู่ใต้บังคับบัญชา และใช้ในการบรรยายในโอกาสต่างๆที่ได้มีเกียรติรับเชิญจากองค์กรอื่นๆเพื่อช่วยเผยแพร่องค์ความรู้ ที่องค์กรต่างๆสามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถเพิ่มขึ้น และทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติได้ต่อไป ทั้งนี้สิ่งที่ได้รับนอกเหนือจากความรู้และประสบการณ์จากการทำงานดังกล่าวแล้ว ท่านทั้ง3 ยังได้ให้การสั่งสอนในด้านจริยธรรม ความดีงาม การประพฤติตนให้อยู่ในกรอบของวัฒนธรรมอันดีงามของไทยในขณะที่สอนให้รู้จักคิดนอกกรอบเพื่อที่จะทำให้รู้จักค้นคว้าในสิ่งใหม่ๆที่เป็นประโยชน์มากขึ้นด้วย ซึ่งสิ่งที่ดิฉันได้รับมานี้จะเป็นประโยชน์กับตัวดิฉันเอง สามารถนำไปใช้ในการพํฒนาตนเองและพัฒนางานให้ดียิ่งต่อไป
กราบเรียน ท่านอาจารย์ ศ. ดร. จีระหงส์ลดารมภ์ ดิฉัน น.ส. สุภาภรณ์ นำรุ่งโรจน์ นักศึกษาปริญญาโทสาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รหัสนักศึกษา 50066215 ดิฉันรู้สึกว่าพวกเราโชคดีและเป็นเกรียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ซึ่งให้โอกาสกับพวกเราทุกคน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2550 ได้มาพบกันในห้อง moring coffeebreak โดยให้นักศึกษามานั่งร่วมพูดคุยและตกลงกับอาจาร์ยก่อนเข้าเรียน ซึ่งเป็นสไตล์การสอนและการพูดที่ไม่เหมือนใคร ดิฉันยอมรับค่ะว่าตื่นตะหนกเล็กน้อยและรู้สึกว่าตัวเองต้องปรับปรุงตัว พยายามพูดคุยและโต้ตอบกับอาจาร์ยให้มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะลักษณะงานที่ทำมาและดิฉันยังติดนิสัยความเป็น scientist มากเกินไปและพูดไม่เก่งด้วย แต่ยังไงดิฉันจะพยายามปรับปรุงตัวและจะปฏิบัติตามที่อาจารย์บอกไว้ให้ได้ค่ะแล้วยอมรับเลยค่ะว่าตื่นเต้นมากกับสไตล์การสอนของอาจารย์ ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมามาก เป็นการเรียนที่อาจาร์ยมีความจริงใจ จริงจังและเปิดเผยกับนักศึกษาทุกคนเป็นอย่างมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าเรายังไม่คุ้นเคยและไม่ค่อยพบกับอาจารย์ที่สไตล์พูดตรงและมา share ความรู้กับนักศึกษา, รับฟังและแสดงความคิดเห็นกับนักศึกษาอย่างพวกเรา อาจารย์สอนให้นักศึกษากล้าแสดงออก ,กล้าพูดกล้าคิดมากขึ้น , รู้จักคิดอย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอน , เรียนรู้อย่างนอกกรอบและศึกษาหาความรู้จากสิ่งแวดล้อมอื่นที่ไม่ใช่จากตำราเรียนหรือจากการฟัง Lecture แล้วสอบเลย ไม่ได้นำมาไปใช้จริงทำให้ลืมไป ซึ่งการเรียนรู้นั้นสามารถศึกษาได้อย่างไร้ขอบเขต กับสภาพแวดล้อมที่อยู่นอกตัวเราในปัจจุบัน เช่น pocket book, บุคคลทั่วไปที่ได้พบประพูดคุย, internet , ข่าวสารแหล่งต่างๆ เป็นต้น สิ่งที่สำคัญ คือต้องคอย Updateข่าวสารเพื่อให้ทันโลกและเหตุการณ์อยู่เรื่อยๆ หูตาต้องค่อยเปิดกว้าง,สอนเรื่องการจัดสรรเวลาและใช้เวลาให้คุ้มค่า , สอนว่าคนเราสามารถเรียนรู้และควรใฝ่หาความรู้ตลอดเวลาและการเรียนรู้ของคนเราไม่มีจุดสิ้นสุด และเราจะต้องหมั่นเพียรศึกษาหาความรู้หรือ active ไปตลอดชีวิตและอายุที่มากขึ้นก็ไม่ได้เป็นเงื่อนไขหรือสิ่งที่กีดกั้นให้คนเราศึกษาหาความรู้ได้น้อยลง ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้และเราก็ควรตอบแทนนายหลวงและแผ่นดินไทยที่เราอยู่,อยู่อย่างพอเพียง, พูดในเรื่องการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สังคมหรือรู้จักการให้ประโยชน์กับสังคมและผู้ด้อยโอกาสที่มีอยู่อย่างมากมายที่เราจะไปกันในวันที่ 22 มิถุนายน 2550 นี้เพื่อไปถ่ายทอดให้ความรู้และข้อคิดเห็นในเรื่อง Nutrition ของสารอาหารที่เด็กเล็กยังขาดหรือได้รับอย่างไม่เพียงพอและไม่ถูกต้องทำให้มีผละกระทบกับพัฒนาการของเด็กที่จะมาเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นสิ่งสำคัญในอนาคต และอาจารย์ยังสอนเรื่องการให้ความรักกับผู้อื่น ความจริงใจและความมีน้ำใจต่อกันซึ่งในปัจจุบันนั้นจะพบได้ว่าสังคมในปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูง คนเราเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น ไม่ค่อยมีความจริงใจให้กัน มีแต่สวมหน้ากากเข้าหากัน หรือต้องมีผลประโยชน์มาต่อรองถึงจะเข้าร่วมในสังคมนั้นได้ เป็นต้น, ทำให้นักศึกษารู้จักดูแลสุขภาพ และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการออกกำลังกาย ซึ่งอาจาร์ยปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทำให้คนเรามีสุขภาพแข็งแรงและ สมองปลอดโปร่งทำให้สามารถทำงานได้อย่างมีศักยภาพที่สม่ำเสมอและสูงขึ้น </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> HR-Human Resources ที่สำคัญและมีคุณค่ามากที่สุดกว่า เงินทอง เครื่องจักรและ IT คือ คน การสร้างคนในการทำงานก็ต้องสร้างให้กับคนทุกระดับเริ่มจากให้ โอกาส(opportunity), ความรู้ ( Knowlage ) แล้ว ทักษะ(skill) ก็จะตามมา ส่วนที่สำคัญในทุกองค์กรที่ขาดไม่ได้ก็คือ เรื่อง การอบรม (training need ) ให้กับพนักงานอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งองค์กรจะต้องกล้าลงทุนและไม่ควรประหยัดในเรื่องนี้เช่น บ.ปูนซิเมนต์ไทย จก. ที่เป็นแบบอย่างขององค์กรที่ดีและมีศักยภาพสูงทำให้องค์กรเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งใครๆก็อยากมีโอกาสที่จะเข้าทำงานในองค์กรนี้ที่มีความก้าวหน้า มั่นคงและให้ความสำคัญกับพนักงานทุกระดับชั้น การสร้างความพร้อมให้เด็กไทยก้าวสู่ Global Citizen อย่างสมบูรณ์ที่สุด คือ ต้องคล่องแคล่ว 3 เรื่อง ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษและ IT คนเราเมื่อเกิดมาแล้วต้องเรียนรู้ (Born to Learn) และเรียนรู้ (Learn) อย่างสนุกและสร้างสรรค์ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ทฤษฎี 4 L’sของ อ.จีระและอ.พารณ ที่มีที่มาแตกต่างกันแต่มุ่งไปบนเป้าหมายเดียวกัน องค์กรที่จะประสบความสำเร็จได้จะต้องมี คนทั้งเก่งและคนดีคนที่มี listening Skill คือต้องรับฟังความคิดของคนหลายๆความคิดและระดมความคิดกันจะทำให้การทำงานร่วมกันประสบความสำเร็จด้วยดี และต้องเป็นNetwork and Partnership ด้วย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผู้นำที่ดีคือ Coach ที่ดีและเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อนของลูกน้อง พูดง่ายๆก็คือมองลูกน้องให้ออกว่าเป็นยังไง </p> ทฤษฎี 2R’s (เน้นเรื่องชี้ประเด็น) คือ Realityเรียนรู้จากความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศ องค์กร และ Relevance ต้องตรงประเด็นเน้นการหาความรู้ใหม่ๆและนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือนำไปต่อยอดต่อไปได้ ทำให้ทราบถึงความเหมือนและความแตกต่างของทฤษฏี 8H’s ของคุณหญิงทิพาวดีและ ทฤษฏี 8K’s ของ อาจารย์ จีระที่มีความเหมือนกันและแตกต่างกันอยู่1 หัวข้อคือ Health และ Digital Capital ซึ่ง 2 ทฤษฏีมีเป้าหมายเดียวกัน คือต้องการ Humanที่มีคุณภาพ ที่มี ความสามารถ, ความดีและความเก่ง เพื่อให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองและทันสถานการณ์เข้ากับยุคโลกาภิวัฒน์ ได้ในปัจจุบัน
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ทีมงานChiraAcademy และสวัสดีเพื่อนๆ afim ทุกคนผม นาย วรพจน์ สุ่เสน เลขประจำตัว 50066204 นักศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อวันที่ 10/6/50 ที่ผ่านมา อ.จีระ ได้ให้งานกับพวกผม ซึ่งเป็น นศ.ป.โท คณะเทคโนโลยีการเกษตรสาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ไว้ 2 ข้อ คือ <ol style="margin-top: 0cm">
</ol> ผมจะเริ่มจากโจทย์ข้อ 1 ก่อนนะครับ ก่อนอื่นผมเห็นว่า อ.จีระ ทำการบ้านโดยการศึกษาประวัติของ นศ.ป.โท รุ่นนี้มาเป็นอย่างดี ทราบถึงสายวิชาชีพที่พวกผมส่วนมากจบมา คือ food science อ.จีระ จึงใช้วิธีให้ตัวอาจารย์เอง และนักศึกษา ได้พบปะพูดคุยกันให้พอรู้แนวทางการเรียนการสอนจะได้ปรับตัวได้ง่ายขึ้นซึ่งเป็นผลดีต่อทั้ง 2 ฝ่าย แนวทางการสอนของ อาจารย์ค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่สำหรับผม ซึ่งพอจะสรุปสิ่งที่ อ.จีระ สอนเป็นข้อๆได้ดังนี้- เน้นการกระตุ้นความคิด , คิดนอกกรอบ- เรียน , รับฟังทุกๆศาสตร์ อย่าเน้นกับ science เพียงอย่างเดียว- ทันเหตุการณ์- การต่อยอดทางความคิด- การมองช่องทางธุรกิจ- เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว- กระตุ้นให้แต่ละคนอยากเป็นเจ้าของกิจการ ไม่เป็นลูกจ้างตลอดไป- เน้นให้ทำงานเป็น team work โจทย์ข้อ 2 เป็นการสรุปสิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือ 2 เล่มคือ สองพลังความคิด ( ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ -คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ) และทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ( ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ – คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ) หนังสือทั้ง 2 เล่ม จะช่วยให้เราเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ โดยจะใช้ประวัติการทำงาน และแนวคิดของแต่ละท่าน ทำให้เราเห็นภาพ และได้แนวทางในการทำงานต่อไปในอนาคต เช่น หนังสือสองพลังความคิด จะสอนวิธีทำงานอย่างมืออาชีพ รักงานไม่ดูถูกงานที่ทำ , มีทัศนคติเชิงบวกในงาน , ต้องลงมือเท่าที่ทำได้ก่อนโดยไม่ต้องรอให้ทุกอย่างพร้อมหมด , การทำงานที่ดีต้องทำเป็นทีมเวิร์ค และดึงทักษะแต่ละคนออกมา ฯลฯ หนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ สอนแนวทางการสร้างคนเก่งและคนดี โดยสอนให้ผู้บริหารต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีก่อน ในส่วนการปกครองลูกน้องนั้น ต้องปกครองอย่างเป็นธรรม , ให้มีส่วนร่วมกับงาน , ทำงานเป็นทีมและท้าทาย , ยกย่องผลงาน , มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี , มีค่าตอบแทนเหมาะสม , มีการอบรมเพิ่มความรู้ ฯลฯ สิ่งที่หนังสือทั้ง 2 เล่มสอนเหมือนกันคือ ทรัพยากรมนุษย์เพิ่มมูลค่าและพัฒนาได้ตลอดเวลา เมื่อทรัพยากรมนุษย์มีคุณภาพจะทำงานได้เป็นอย่างดี ผลงานที่ดีจะเกิดกับองค์กร ( Micro ) จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้น มีความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ และส่งผลให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้ด้วยดีทำให้ประเทศเจริญ ( Macro ) ประโยคประทับใจ มีอยู่ประโยคหนึ่งซึ่งอยู่ใน หนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ที่เมื่ออ่านแล้วทำให้ผมเห็นภาพความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ได้ชัดเจนมากคือ“ประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติมาก อาจใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยไม่พัฒนาทรัพยากรมนุษย์เลยแล้วจะทำอย่างไรถ้าทรัพยากรมนุษย์หมด” ตัวอย่างประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติมาก คือซาอุดิอารเบีย ประเทศที่ทรัพยากรธรรมชาติน้อย คือ ญี่ปุ่น (จะเห็นถึงความเจริญทางเศรษฐกิจที่แตกต่างอย่างชัดเจน ) ข้อสังเกต ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน เป็นธุรกิจด้านความรู้ไม่ใช่ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น Microsoft “แม้รายละเอียดปลีกย่อย และวีธีการจะแตกต่างกันบ้าง แต่ที่ทั้ง 3 ท่าน ทำเหมือนกันและเป็นจุดหมายสูงสุดคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน”