หนังสือ 2 เล่ม ซึ่งก็คือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ และ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน ที่ได้อ่านในช่วง สองสามวันนี้ ช่วยเปิดโลกทัศน์ของนักเรียนวิทยาศาสตร์ที่ไม่เคยรู้จักเรื่องทรัพยากรมนุษย์ได้รู้และเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญในเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากความรู้ที่ได้จากหนังสือทั้งสองเล่มบวกกับประสบการณ์จากการที่ได้พบเจอมาตลอดระยะเวลาการทำงาน จึงพอที่จะสรุปเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรมนุษย์ตามความเข้าใจได้ดังนี้ การที่จะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อองค์กรและต่อประเทศชาติ ต้อง เริ่มต้นจาก 1พัฒนาต่อเนื่องไปถึง 2 และ ความสำเร็จสูงสุดที่ 3 เริ่มต้นจาก 1 ซึ่งก็คือเริ่มจากตัวเราเอง ปัจจุบันในยุค Globalization ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าและเป็นที่ต้องการนั้นต้องทันในทุกๆเรื่อง อันได้แก่ ทันสมัย คือ ทุกวันนี้เทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายซึ่งล้วนแต่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ความรวดเร็วในการทำงาน ผู้ที่รู้จักใช้เทคโนโลยีให้ถูกวิธีก็ย่อมจะได้เปรียบผู้ที่ใช้เทคโนโลยีไม่เป็นเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องใช้เทคโนโลยีให้ถูกต้อง เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือช่วยในการทำงานไม่ใช่คนต้องพึ่งเทคโนโลยีในการทำงาน ซึ่งก็คือต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยีนั่นเอง ทันเวลา คือ ต้องทำอะไรรวดเร็ว ทันเวลาไม่ล้าหลังคนอื่น ในยุคที่การแข่งขันสูงอย่างปัจจุบันคนที่มีความรู้ความสามารถเท่าเทียม กันคนที่คิดเร็ว ทำเร็วย่อมเป็นผู้ถูกเลือก ซึ่งนอกจากเร็วแล้วต้องมีความรอบคอบอีกด้วย มิใช่สักแต่ว่าคิดเร็วทำเร็วแต่ผิดพลาด ทันเหตุการณ์ คือ ต้องรู้จักมองรอบข้าง ข่าวสาร สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัว เพราะทุกอย่างมีความเชื่อมโยงกันตลอดเวลา ต้องมีฐานข้อมูลที่แน่นเพื่อที่จะใช้วิเคราะห์และประกอบการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ทันใจ คือ ในที่นี้หมายถึง การรู้เท่าทันจิตใจทั้งของตนเองผู้อื่น การรู้เท่าทันจิตใจตนเองคือ ต้องระมัดระวังให้จิตใจอยู่ในกรอบของความดี เพราะคนเก่งแต่เลวไม่เป็นที่ต้องการของทั้งองค์กรและของประเทศชาติ และอย่างที่สองคือรู้เท่าทันจิตใจคนอื่นเพื่อทีจะสามารถปรับตัวให้สามารถเข้ากับคนอื่นได้โดยที่ไม่ถูกกลืน พัฒนาต่อเนื่องไปถึง 2 เมื่อองค์กรมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพแล้วก็ใช่ว่าจะทำให้องค์กรเจริญรุดหน้าได้ องค์กรจะต้องให้หรือ Share ในด้านต่างๆอย่างสมดุลไม่ว่าจะเป็นทางด้านBenefit Sharing ให้ผลตอบแทน ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน โบนัส สวัสดิการต่างๆ Spirit Sharing คือการทำให้พนักงานรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของร่วม ให้ความสำคัญกันพนักงานทุก ระดับอย่างเท่าเทียม ให้การดูแลเอาใจใส่ต่อพนักงานอย่างจริงใจ Opportunity Sharing ให้โอกาสพนักงานได้พัฒนาทักษะต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน รวมทั้งโอกาสก้าวหน้าในองค์กร เมื่อพนักงาน รู้สึกว่าเป็นผู้รับจากองค์กรย่อมรู้สึกดี รู้สึกผูกพัน เสมือนกับเป็นครอบครัว การทุ่มเทแรงกายแรงใจในการทำงานอย่างเต็มที่ก็คือผลตอบแทนที่องค์กรจะได้รับ แต่การให้ทั้งสามทางต้องเป็นไปอย่างสมดุล เปรียบได้กับเก้าอี้ Chair ซึ่งขาต้องสมดุลกันจึงจะสามารถทำให้เก้าอี้ตั้งอยู่ได้อย่างแข็งแรงและมั่นคง “Share for strong chair” ความสำเร็จสูงสุดที่ 3 ความสำเร็จสูงสุดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือ ความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนของประเทศ ความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ ซึ่งนอกจากทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า และองค์กรที่เข้มแข็งแล้ว รัฐบาลก็เป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความเจริญอย่างยั่งยืน รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านอื่นๆ ปัจจุบันความวุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศล้วนเกิดจากการพัฒนาประเทศซึ่งปราศจากการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มิใช่หรือ?