กราบเรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ดิฉันนางสาวเบญจพร สุวรรณรักษ์ นักศึกษาปริญญาโท เลขประจำตัวนักศึกษา 50066212สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือเรื่อง “ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน ” และ “ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ HR Champions ”1. คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าและสำคัญที่สุดขององค์กร ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวขององค์กร ดังนั้นองค์กรควรที่จะมีการส่งเสริมพัฒนาบุคลากรเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ความจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อองค์กรให้เหมือนครอบครัวของเขาให้ก้าวไป2. จากการอ่านทฤษฎีการบริหารต่างๆ เช่น 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ , 8 H’s ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ทฤษฎี 4 L’s ของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา เป็นต้น เป็นแนวทางจุดประกายความคิดต่อยอดในการทำงานที่ทำอยู่ ซึ่งเดิมมีทีมงานการทำงานร่วมกับหัวหน้างานและน้องๆผู้ใต้บังคับบัญชาเหมือนผ่านไปวันๆ แต่ตอนนี้ต้องมองย้อนและเปลี่ยนความคิดใหม่และแนวทางการทำงานโดยต้องมีความละเอียดอ่อนในเรื่องการประสานงาน การเรียนรู้ การวางตัวกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้น เปลี่ยนความคิดที่ว่าเราต้อง” เก่ง ” แต่เราต้อง” ดี “ พอสำหรับองค์กร และที่สำคัญต้องทำงานในลักษณะที่รักองค์กรให้เหมือนรักครอบครัวของเรา 3. สาเหตุที่ทำให้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยเป็นไปอย่างล่าช้าคือ 1.การลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ผลตอบแทนระยะยาวและใช้เวลานาน ต้องทำอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้บริหารโดยมากต้องการลงทุนแบบเห็นผลระยะสั้นและเร็ว2.การลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างชัดเจนแต่ในทางกลับกันหากองค์กรมีแนวคิดที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยใช้แนวทางของเครือซีเมนต์ไทยซึ่งให้ความสำคัญ 3 ประการ คือ1.ความเชื่อมั่นในคุณค่าของคน 2.ความรู้สึกว่าพนักงานคือคนในครอบครัวของเรา 3.ความรับผิดชอบที่จะทำให้ทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทมีทั้ง ราคาและคุณค่าทีสอดคล้องกัน เพียงแค่นี้ก็ก่อให้เกิดความจงรักภักดีต่อองค์กรค่ะ4. การจะก้าวไปเป็นผู้บริหาร ต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลทำงานในปีนี้ต้องคิดไปถึง 5 – 10 ปีข้างหน้า ต้องเป็นผู้ลงมือทำในเรื่องการพัฒนาอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดความเชื่อถือในหลักการ และความศรัทธาแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ใช่แค่การนับถือเพราะอำนาจเงินสิ่งที่ได้จากการเรียนวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ในวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2550 คือได้รับการกระตุ้นสมองตลอดเวลาในการเรียนวิชานี้คือ1. กระตุ้นความคิดให้คิดนอกกรอบ และต่อยอดความคิดเดิม2. กระตุ้นความคิดให้ชีวิตต้องเรียนรู้ตลอดเวลาและต้องรู้จริง3. กระตุ้นความคิดต้องทันโลกข่าวสาร4. กระตุ้นความคิดว่าต่อไปเราต้องมีความเป็นผู้ใหญ่เพราะเราต้องรับผิดชอบสิ่งที่ใหญ่ขึ้นไป5. กระตุ้นความคิดว่าการเป็นคนดีเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคม และต้องรู้จักการเป็นผู้ให้มากกว่าการเป็นผู้รับสิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือเรื่อง “ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน ” และ “ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ HR Champions ” ภาค 2 ในชีวิตจริงเดิมทีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านก่อนเปิดภาคเรียน ดิฉันมีปัญหากับผู้จัดการฝ่ายในเรื่องผลงานที่ทำ ดิฉันเริ่มงานกับบริษัทแห่งนี้ได้ประมาณ 1 ปี 9 เดือน ในตำแหน่งหัวหน้าแผนกมีหน้าที่รับผิดชอบในงานที่ค่อนข้างมากเพราะว่าย้ายมาจากบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ฐานเงินเดือนค่อนข้างสูงสำหรับคนอายุ 25 ปี ( ในตอนนั้น ) เวลาล่วงเลยไปเนื้องานเพิ่มขึ้นและความรับผิดชอบต้องสูงขึ้น มีผู้ช่วยเข้ามาเป็นเด็กเพิ่งจบใหม่โดยการฝากฝังของกรรมการผู้จัดการ (น้องเค้าไม่ได้จบสายตรงที่เกี่ยวข้องกับงานค่ะ) แต่เงินเดือนของดิฉันเท่าเดิมไม่มีการปรับตำแหน่งเพิ่ม ( ตรงนี้ไม่ซีเรียสเพราะกำลังสนุกกับงาน ) เมื่อถึงเวลาพิจารณาการผ่านงานของผู้ช่วยซึ่งเป็นเด็กเพิ่งจบ ผู้จัดการฝ่ายได้พิจารณาให้เขาได้ปรับตำแหน่งให้เท่ากับดิฉัน และทราบมาเบื้องต้นแล้วว่าเพราะฐานเงินเดือนสูงแล้วจึงยังไม่ปรับ เมื่อดิฉันถามผู้จัดการฝ่ายซึ่งเป็นหัวหน้างานเค้าให้เหตุผลว่าน้องเค้าจบปริญญาตรีก็ต้องปรับให้เท่ากับวุฒิ และดิฉันถามย้อนว่าแล้วดิฉันล่ะไม่มีผลงานเลยรึไง เค้าบอกว่ามีผลงานและโอกาสก้าวหน้าแต่ต้องปรับปลายปี ดิฉันเลยบอกเค้าว่าถ้าคิดว่าถ้าฐานเงินเดือนสูงแล้วก็ควรหาเด็กเพิ่งจบมาทำก็แล้วกัน ไม่ควรหาคนที่มีประสบการณ์มาทำ วันนั้นก็เลยจบเพราะคิดว่าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วและพร้อมจะออกจากงาน หลังจากนั้นวันอาทิตย์ได้เรียนกับ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และอ่านหนังสือ2 พลังความคิดชีวิตและงาน จบเช้าวันอังคารที่ผ่านมา ตอนเช้าที่มาทำงาน ดิฉันได้ยื่นหนังสือเล่มนี้ให้กับผู้จัดการฝ่ายของดิฉันและบอกว่า ” ให้เอาไปอ่านซะจะได้รู้ว่าคนเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร เพราะถ้าคุณอยากได้วัตถุดิบที่ดีเข้าโรงงาน คุณจะต้องพัฒนาคนหาวัตถุดิบก่อนถึงจะได้วัตถุดิบที่ดี ” แค่นั้น เรื่องไปถึงผู้บริหารระดับสูงภายในวันนั้น วันนี้( วันพฤหัสบดี ) ผู้บริหารระดับสูงเรียกดิฉันไปคุย ปรับตำแหน่งและเงินเดือนให้สูงขึ้น และเค้าเรียกผู้จัดการฝ่ายของดิฉันไปปรับผังองค์กรของฝ่ายใหม่ นี่แหละค่ะผลที่ได้จากการอ่านหนังสือของศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ค่ะ…..