เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ดิฉัน น.ส. รสสุคนธ์ น้อยจินดา นักศึกษาปริญญาโท สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ก่อนอื่นขอขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะที่สละเวลามาสอนพวกเรา ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างมาก ที่ได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ค่ะ  แต่ครั้งแรกที่เจออาจารย์ยอมรับว่าทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้นมากๆ เลยกับสไตล์การสอนของอาจารย์ที่ไม่เหมือนใครจริงๆ แต่พอเข้าห้องเรียนไปสักพักดิฉันก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น รวมทั้งพี่ๆ เพื่อนๆ ในห้องก็คงเช่นกันจากการเรียนวิชา HR ในวันที่ 10 มิ.ย. อาจารย์เน้นให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน นำความรู้มาแบ่งปันกัน และกระตุ้นให้ทุกคนตื่นตัว (ด้วยเสียงดัง ฟังชัด)และใช้ความคิดตลอดเวลา ให้รู้จักคิดนอกกรอบ ฝึกความคิดสร้างสรรค์ และคิดให้ตรงประเด็น โป๊ะเช๊ะ ซึ่งเป็นคำที่ฟังแล้วเข้าใจได้ทันที  อีกทั้งให้รู้จักติดตามข่าวสารบ้านเมือง  ข่าวธุรกิจ ต้องทันเหตุการณ์ คือ ไม่ใช่เรียนอย่างเดียว รู้แต่ในตำราเรียนไม่เพียงพอ ให้รู้รอบด้าน เห็นด้วยที่อาจารย์พูดว่า ปัจจุบัน มีนักศึกษาจบปริญญาโทตั้งมากมาย  แต่ประเทศก็ยังไม่มีอะไรพัฒนาขึ้น เนื่องจากคนในสังคมยังเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากเกินไป ไม่เคยนึกถึงประโยชน์ส่วนรวม หรือการทำอะไรเพื่อสังคมบ้าง อาจารย์สอนให้คิดแบบต่อยอด เมื่อได้รับความรู้อะไรมาก็อย่าหยุดอยู่กับที่จงคิดต่อว่าสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่ จากการอ่านหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และอาจารย์ ซึ่งเป็นหนังสือที่มีคุณค่าอย่างยิ่งทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และบุคคลทั่วไปที่สนใจ เมื่อดิฉันอ่านจบรู้สึกว่าชื่นชอบแนวความคิดของคุณพารณมากๆ คนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดขององค์กร เป็นประโยคที่อ่านจากหนังสือ และฟังจากที่อาจารย์จีระสอน คือ คุณพารณเป็นผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพยิ่งคนหนึ่ง เกี่ยวกับแนวความคิดเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ท่านให้ความสำคัญกับคนในองค์กรเสมอ ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นผู้บริหาร หรือพนักงานทั่วไป ซึ่งพอจะสรุปแนวคิดในการบริหารทรัพยากรบุคลของคุณพารณได้ดังนี้1.     การสร้างความจงรักภักดีและความมีวินัยให้กับองค์กร  ซึ่งมีผู้บริหารเป็นแบบอย่างที่ดี และพนักงานทุกคนก็ถือปฏิบัติตาม โดยไม่ได้คิดว่าถูกบังคับด้วยกฎระเบียบ แต่ปฏิบัติกันมาจนเป็นวัฒนธรรมขององค์กร การที่ให้พนักงานระดับหัวหน้าต้องเปิดประตูตลอดเวลา เพื่อที่เมื่อลูกน้องมีปัญหาใดๆ จะได้เข้าไปปรึกษาเสมือนเป็นคนในครอบครัว สร้างวัฒนธรรมความร่มเย็นให้กับองค์กร2.     มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางด้านองค์ความรู้ จัดอบรมทุกๆ ปี ให้กับพนักงานทั้งระดับบนและระดับล่าง เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ และเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับงานของตนคนเก่ง-คนดี องค์กรจะประสบความสำเร็จได้ต้องมีคนที่ทั้งเก่งและดี เพราะคนเก่งอย่างเดียวอาจจะใช้ความสามารถของตนไปในทางที่ผิด นำความเสียหายมาสู่องค์กรได้ เก่ง 4 คือ เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด และเก่งเรียน ดี 4 คือ ประพฤติดี มีน้ำใจ ใฝ่ความรู้ คู่คุณธรรม  ซึ่งมีการประเมินความสามารถในการทำงาน(capability) และความเป็นที่ยอมรับ (acceptability)3.     คนไม่ได้ต้องการผลตอบแทนที่เป็นเงินทองอย่างเดียว ยังต้องการผลตอบแทนทางใจด้วย จากการที่ผู้บริหารมีความสนใจและดูแลพนังงานทุกคนอย่างใกล้ชิด เมื่อพบเห็นข้อดีก็ชมเชยทันที ช่วยสร้างกำลังใจในการทำงานและเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จอีก4.     การยอมรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน ถึงแม้จะทำให้การตัดสินใจต่างๆทำได้ช้า แต่ท่านก็ยินดี ท่านเป็นคนเก่งที่มีความอดทนสูง คือมีทั้ง IQ และ EQหนังสืออีกเล่มที่ได้ศึกษาคือ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน ของ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และท่านอ. จีระ ได้แนวความคิดว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สามารถพึ่งพาตนเอง และมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับคุณธรรมและจริยธรรมที่เข้มแข็ง ช่วยนำไปสู่การพัฒนาอย่างยังยืน จากการศึกษา ทฤษฎี 8H’s : ทฤษฎีบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของคุณหญิงทิพาวดี และ ทฤษฎี 8 K’s : ทฤษฎีทุนในทรัพยากรมนุษย์ ดิฉันคิดว่าทุนที่สำคัญของคนอยากแรกคือ ทุนมนุษย์ (Humen Capital)เมื่อเทียบกับทฤษฎีของคุณหญิงทิพาวดี คือ home ครอบครัวเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของคน การที่คนมีทุนพื้นฐานตั้งแต่เยาว์วัย คือ มีครอบครัวที่อบอุ่น มีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจดี สภาพแวดล้อมดี เมื่อมีพื้นฐานทุนมนุษย์มาดี การเข้าสู่สังคมหรือการทำงานในองค์กร และการพัฒนาต่อยอดทุนทางด้านอื่นๆ ย่อมทำได้ง่าย สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตนเอง สังคม องค์กรและประเทศชาติได้