(เจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัดสารคามคนนี้ขยันมาก)
ช่วงค่ำคืนนี้นั่งฟังเกษตรกรในพื้นที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สปก.) จังหวัดมหาสารคาม ชาวบ้านอธิบายความหมายว่า สปก.แปลว่า เสาปูนเก่า เรื่องทั้งหมดมาจากการบุกรุกที่ทำกินในเขตป่าสงวนทั่วประเทศ ก่อนหน้านี้ไล่จับกันไม่เว้นแต่ละวัน จนกระทั่งเห็นว่าการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีนี้คงไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะบริหารปัญหานี้อย่างเป็นระบบ จึงร่างกฎหมายเรื่องสิทธิทำกินในพื้นที่ราษฎรบุกรุกขึ้นมา อย่างที่เราทราบกันดีเรื่องสปก.-01-405 ที่ผู้มีอันจะกินไปแย่งสิทธิชาวบ้าน ทำให้รัฐบาลสมัยนั้นถูกอภิปรายในสภาถึงกับล้มคว่ำเค้เก้
(คาวบอยประจำสำนักมหาชีวาลัย สาธิตการคล้องจับโคมาตรวจโรค)
รัฐบาลในสมัยถัดหาสานต่อ ให้นโยบายส่งเสริมกิจการสมาชิกชาว สปก.เต็มที่ นอกจากให้เอกสารสิทธิ์ตามเนื้อที่บุกรุกแต่ไม่เกิดครัวเรือนละ50ไร่แล้ว ยังตัดถนน ขุดสระน้ำ แจกปัจจัยการผลิต แจกโค แจกปุ๋ย แจกพันธุ์พืช แจกเครื่องมือต่างๆ รวมทั้งจัดเงินกู้ยืมดอกเบี้ยร้อยละ1ต่อปี จัดการอบรมดูงาน อัดฉีดกิจกรรมพัฒนาเต็มที่
ช่วงหัวค่ำ เกษตรกรมาสรุปบทเรียนคืนสุดท้าย พรุ่งนี้เช้าก็จะได้อำลากันแล้ว แทบทุกคนเห็นคุณงามความดีของ(สปก.) แต่การทำมาหากินก็อยู่ในระดับพอกินแต่ไม่พอใช้ ถามเรื่องมุมมองเศรษฐกิจพอเพียง ชาวบ้านอธิบายว่า ตอนนี้เกิดภาวะหนี้พัวพันมาถึงเอว ต่อไปจะผูกพันขึ้นไปถึงคอ แทนที่จะช่วยกันแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ต่างพากันแปลงทุน เป็นหนี้ กู้เงินมีหนี้กันทั่วหน้า แสดงว่ารูปแบบการทำมาหากิน ยังเดินไปไม่ถึงจุดที่ยั่งยืนพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ ยังมีเสียงสะท้อนขอนั่นขอนี่ตลอดเวลา
ชาวบ้านฟันธงว่า..เลี้ยงอะไรก็ขาดทุน เลี้ยงวัว หมู ไก่ เจ๊งตลอด สู้เลี้ยงหลานไม่ได้ สิ้นเดือนมีธนานัติมาเดือนละ4-5,000บาท
ผมเข้าใจว่าเขาจำเป็นต้องได้ความรู้ความคิดที่ถูกต้องมากกว่า แต่การอบรมเที่ยวนี้ก็ไม่สามารถให้แนวทางได้ครอบคลุม เนื่องจากการออกแบบการอบรม ที่ควรจะเน้นเรื่องการเสริมสร้างธรรมชาติในไร่นาเป็นหลัก ไม่อย่างนั้นแล้วเกษตรในพื้นที่สปก.ก็ยังเป็นเด็กที่เลี้ยงไม่อ้วน ยังหัวโตก้นลีบอยู่อย่างนี้ต่อไป.
สรุปแล้วงานของ(สปก.)ไม่ต่างอะไรกับผมท้องผูก ท้องผูกอาจจะเป็นอาการ ถ้าเป็นมากๆน่าจะนับเข้าเป็นโรคชนิดหนึ่ง แล้วลามปามไปถึงโรคริดสีดวง เกิดอาการข้างเคียงกับโรคความดัน ฯลฯ แต่ที่ผมเกิดท้องผูก ไม่ใช่ว่ามีใครมาผูกท้องผมหรอกนะครับ ใครๆเขาจิบชาตำแยแมวแล้ว ท้องไส้ไหลลื่นสบายใจนอนหลับฝันดีทั่วหน้า มีแต่ผมนี่แหละที่ท้องผูกท้องโย้พุงโรก้นปอด เป็นโรคตานขโมย พยายามแก้ปมท้องผูกด้วยการรับประทานมะละกอ กล้วย และดื่มน้ำมากๆ แต่ท้องก็ยังไม่เป็นปกติ วันนี้มีมะขามหวานเสนอเข้ามาช่วยอีก ท้องก็ยังอีหลักอีเหลื่ออยู่ดี มันไม่ยอมปรูดปร๊าดอย่างที่ตั้งใจหวัง
ท้องๆๆๆ น้องเคยท้องผูกรึเปล่า ใครมีกรรมวิธีอะไรที่ได้ผลกรุณาช่วยแนะนำด้วยครับ คืนก่อนนั้น พญ.ทานทิพย์ ธำรงวรางกูร ฝากยาแมกนีเซียน้ำมาให้3ขวด ทดลองแล้วได้ผลดีพอสมควร อ่านฉลากคำแนะนำเขาบอกว่าไม่ควรใช้ยาพร่ำเพรื่อ จึงยึกยักไม่กล้ารับประทานติดต่อกัน ก่อนหน้านี้ผมบริหารกากอาหารได้ตามธรรมชาติ มาเดือนนี้ละครับ เข้ามาก ออกน้อยเกิดความไม่สมดุล จึงอึงอลเหมือนนกทึดทือท้องอืด คนเรานี่นะครับ ถ้ากลไกในระบบร่างกายเพี้ยนไปก็จะเกิดความปั่นป่วนทั้งระบบ เช้านี้ไม่ทราบว่าจะระบายอะไรออกได้ตามใจปรารถนาหรือเปล่า ถ้าเบ่งแล้วก็ไม่ออกก็ยุ่งละคราวนี้.!!!
เรียนครูบา
สวัสดียามดึกครับท่านพ่อครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
ก่อนหน้านี้ไม่เคยท้องผูกครับ
มาเดือนนี้สงเคราะห์ชาวสวน เลยทานทุเรียนเยอะมาก ทำให้ท้องโย้ ท้องผูก จะลองบริหารพุงกะทิ ตามที่อาจารย์แนะนำ ครับ
ไม่ได้เครียดอะไร นะครับ
เกรงแต่ว่า..หัวเราะมากไปจนท้องผูก!!นะสิครับ ฮ่าๆๆ
อาจารย์ละเอียดละออ สังเกตเห็นภาพเงาที่ทดลองถ่ายในแง่มุมใหม่ๆ