กระทรวงการคลังเตรียมเสนอกรอบงบประมาณปี 51 เข้า ครม.วันนี้ คาดรายได้ลดลง 2.5 หมื่นล้านบาทและรายจ่ายลดลงส่งผลให้งบประมาณขาดดุล 1.65 แสนล้านบาท ระบุการปรับเป้าจีดีพีของสภาพัฒน์ ที่ออกมา4.5% อยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้เพราะอานิสงส์จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นและตัวเลขการนำเข้าที่ลดลงนายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้เสนอกรอบงบประมาณ ปี 2551 ให้แก่นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเพื่อหารือร่วมกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีแล้ว ภายหลังการทบทวน กรอบงบประมาณใหม่ โดยกระทรวงการคลังได้ประเมินรายได้ปี 2551 ลดลง 25,000 ล้านบาท ทำให้รายได้ลดลงจาก 1.515 ล้านล้านบาท เหลือ 1.495 ล้านล้านบาท และคาดว่ารายจ่ายประจำปีงบประมาณจะอยู่ที่ 1.66 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกรอบเดิมที่ 1.635 ล้านล้านบาท ทำให้งบประมาณขาดดุลที่ 165,000 ล้านบาท โดยวันนี้ (5 มิ.ย.) จะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อจัดสรรงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ใช้ในโครงการที่มีความจำเป็น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ “งบประมาณสำหรับการชำระหนี้ตามโครงการประชานิยมต่าง ๆ ของรัฐบาลชุดที่แล้วก็ยังต้องตั้งไว้ แต่ยอมรับว่าเมื่อรายจ่ายมีจำกัด คงจะไม่ชำระหมดในทันที ซึ่งรัฐบาลเองมีหน้าที่ในการดูแลราคาสินค้าการเกษตรไม่ให้ตกต่ำเกินไปและไม่ให้เป็นภาระต่อเกษตรกร ส่วนตัวเลขจะออกมาเป็นเท่าไรก็ต้องให้ที่ประชุมครม.เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ” นายฉลองภพกล่าวและว่า สำหรับงบประมาณในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นยังมีความจำเป็นยู่แต่คงไม่สูงมากนักสำหรับเพดานกรอบความยั่งยืนทางการคลังอยู่ที่ร้อยละ 10 และเป็นการขาดดุลที่สัดส่วนร้อยละ 1.8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ซึ่งอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก สำหรับรายได้ที่ลดลงไปนั้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอ ดังนั้น จึงต้องหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีกรอบจีดีพีในปี 2551 อยู่ที่ร้อยละ 5 ด้านการใช้จ่ายภาครัฐ พบว่า ในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ มีการเร่งเบิกจ่ายในงบลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 พึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 ทำให้การใช้จ่ายในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 มีการขยายตัวร้อยละ 40.45ส่วนการที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปี 2550 จาก 4-5% เหลือ 4-4.5% ถือว่าอยู่ในวิสัยที่น่าจะเป็นไปได้ เพราะจากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2550 ที่ออกมาก็อยู่ที่ระดับ 4.3% นับว่าอยู่ในระดับสูงกว่าที่หลายสำนักคาดการณ์ไว้ และหากในอนาคตเศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้น หน่วยงานต่าง ๆ คงต้องปรับเป้าหมายใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ที่ออกมา 4.3% นั้นถือเป็นสัญญาณที่ดี โดยเป็นผลมาจากตัวเลขการส่งออกที่มีมากขึ้นและอัตราการนำเข้าสินค้าชะลอตัวลงจึงทำให้ตัวเลขที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ และมีแนวโน้มว่าใน 2 ไตรมาสที่เหลือดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่จะทยอยประกาศออกมาก็น่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นซึ่งจะทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจเป็นไปได้ตามเป้าหมาย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">ผู้จัดการออนไลน์ 5 มิ.ย. 50</p>
คลังดันงบปี 51 เข้า ครม.วันนี้ ฉลองภพหนุนจีดีพีปีหมู 4.5%
คลังดันงบปี 51 เข้า ครม.วันนี้ ฉลองภพหนุนจีดีพีปีหมู 4.5%
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
pa_daeng · 5 มิ.ย. 2550
หมีแพนด้า · 5 มิ.ย. 2550
Dr.Anongpanuch · 5 มิ.ย. 2550
ยูมิ · 5 มิ.ย. 2550
Mrs. จุฑาทิพย์ จุลิกพงศ์ · 5 มิ.ย. 2550