เสาร์ที่ 2 มิย 50 

ไป  Museum of South Florida อีกครั้ง

หลังจากไปแล้ว ซักถามได้ข้อมูลว่า เขาเปิดให้ชมฟรีวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์ วันอื่นๆ จะ 5 $ ( 170  บาท ค่ะ) 

 เปลี่ยนแผนเลยค่ะ ประหยัดตังค์ไว้กินข้าวได้ อีก 1 มื้อ 

นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้ว  เจอ

 museum   ที่ให้ชมฟรี อาทิตย์ละวัน

ที่โตรอนโต คานาดา และที่นี่ แนะนำว่าก่อนจะเข้า Museum ควรถามก่อนจ่ายเงินซื้อบัตรเข้านะคะ ว่ามีวันชมฟรีไหม  เพราะไม่ค่อยเขียนไว้ด้วย

ที่นี่  มี 2 ชั้น ชั้นล่างจะเปลี่ยนนิทรรศการ ทุก 2 เดือน วันนี้ เรื่องประวัติศาสตร์ เกาะในรัฐอื่นๆ ของอเมริกา คนเข้าไป เยอะ เพราะผู้ชมคงเคยดูข้างบนซึ่งคงเดิมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไปแล้ว

เลยขึ้นไปข้างบนดีกว่า โล่งที่เดียวค่ะ ชั้นบน ดิฉันเดินอยู่คนเดียวในตอน 10 โมง พอใกล้เที่ยงถึงมึคนมากันเพิ่มขึ้น

 ชม พิพิธภันฑ์ ทำให้เข้าใจเลยว่า ทำไมเราเห็นคนหลายชาติหลายภาษา ที่ไมอามี่

เหมือนที่เขียนไว้ ที่ข้าง museum ในรูปค่ะ

 Your  Story, Your Community, Your Museum

เริ่มจากสมัยก่อนเชื่อกันว่าคนเดินกันมาจากไซบีเรียมาทางดินแดนที่เอเซียเดิมต่อกับอเมริกา ที่อลาสกา

พอดินแยก ทวีป แยก คนที่อยู่กลุ่มแรก เราก็ เรียกว่าเป็นพวก อินเดียนแดง แต่ต่อมาอินเดียนแดงลดลง เรื่อยๆ เพราะ ป่วย และตายจากโรคภัยไข้เจ็บ ที่คนมาเยี่ยมเอามาฝากซะเยอะ (อันนี้ มีเขียนไว้จริงๆ ในบันทึกว่า สำรวจ ปี 1900 มีอินเดียนเหลือ เพียง 80 ครอบครัว  )

สัญญลักษณ์ ของ อินเดียน เรียก Totem pole และของที่เก็บได้มาจากหมู่บ้านอินเดียน

ขอ อภัย ค่ะ เพิ่งมาพบว่ารูปหัวกลับ แหะๆ

หลังโคลัมบัสพบ อเมริกา ไมอามี่ก็โดนยึดครองจาก นักเดินเรือเสปนเป็นส่วนใหญ่ และมีชาติ อังกฤษ ฝรั่งเศษ และสหรํฐ อเมริกาเข้ามาแจม เขาเรียกว่าเป็น international rivalry ใครๆ ก็อยากได้แหลมฟลอริดา

ตอนนี้เองที่เสปนนำเอาคนผิวดำจาก อัฟริกามาทำงาน เป็นทาส ในไร่อ้อย และยาสูบ จนในที่สุดมี คนผิวสี 7 ล้านคนในปี 1800 เดิมอยู่รวมกันเรียก เมืองที่อยู่ว่า เมือง Colour town ตอนหลังเพี้ยนเป็น Over town

ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 คนเพิ่มมาจาก อเมริกาเหนือ คาริบเบียน และลาติน อเมริกา

พอ หลังสงคราม สงบ คนอพยพมาฟลอริดาอีกมาก ทั้งยุโรป คนยิว อเมริกากลางและใต้

ปี 1959 เกิด การปฏิวัติในคิวบา ฟิเดล คาสโตร ยึดอำนาจ มีการอพยพจากคิวบา ครั้งใหญ่มาก คน อพยพมา ทางน้ำ ล่องเรือมา เสียชีวิตเรือล่มก็ เยอะ แต่รอดมาถึงอเมริกา รวม หกแสนกว่าคน เขาเรียกการหนีครั้งนี้ว่า   Freedom Flight

(มี อนุสรณ์ เป็น  ตึกสีเหลือง (ในรูป) กลางเมือง ไมอามี่ เดิมตึกนี้เป็นที่ทำการหนังสือพิมพ์ ไมอามี่นิวส์ แต่พอมีชาวคิวบาอพยพมา พักในตึกหลังขึ้นจากเรือ และชุมนุมกันจนได้เปลี่ยนสัญชาติก็เลยกลายเป็นเรียก ชื่อตึก ว่า  Freedom Tower  )

หลังจากนั้นคนอพยพมาจาก ไฮติ นิคารากัว โคลอมเบีย จาไมก้า และอื่นๆ อีกหลายๆ แสน 

ปัจจุบันยังมีลักลอบมาอีกเรื่อยๆ

ดังนั้นภาษาเสปนจะเป็นภาษาที่คนใช้กันเยอะ ทั้งได้ยิน ทั้งเห็นเขียนบนป้ายประกาศ คู่ ภาษา อังกฤษ ทั่วเมือง

พบคุณป้าที่มาจากนิวยอร์ก แกต่อต้าน ภาษาสแปนิช แกบอกว่าอยู่ไมอามี่นี่นะ บางทีรู้สึกเหมือนอยู่ประเทศโลกที่ 3 เลย มีคนทุกประเภท แถมคนเหล่านี้อยู่อเมริกานะ ยังไม่พูดภาษาเขาอีก พูด สแปนิช พวกนี้เนี่ย  แล้วค้อน หนึ่งตลบใหญ่

นี่เอง เวลาเดินไปไหน ดูคนที่เดินไปมา จะเห็น ประชากรเกิน ครึ่งเป็น คนลาติน ส่วนที่เหลือ เป็นคนผิวดำ และส่วนน้อยเป็นฝรั่ง คนเอเซียจะมีน้อยสุด ก็ เลยทำให้คนเอเซียอย่างดิฉัน เป็นจุดสังเกตุ

เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟฟ้าหลายสถานีจะจำดิฉันได้ และชอบทักทายโดนทัก ว่าเป็น ญี่ ปุ่นหรือจีน เรื่อย

เมื่อวานโดนเจ้าหน้าที่ถามว่า Are you China? 

 อดยิ้มไม่ได้ ตอบไปว่า No,I am from Thailand. 

ลุงก็ยิ้มแล้วพูดต่อว่า  

Oh you are Thailand   

โห เรานี่ ตัวโต ขนาดเท่าประเทศจีน ไม่ก็ไทยเลยรึ

แถมตอนจะกลับ ว่า

เจอกลุ่มเด็กที่ มีคุณแม่ ลาตินอเมริกัน ผิวขาว แต่พาเพื่อนบ้านผิวสี มาเล่นในมุมของพิพิธภัณฑ์ ด้วย สนุกกันใหญ่ใส่ตาเดียว เด็กๆบอกว่า เขาเป็น  Pirates of the Caribbean

 

เด็กๆมาทักทาย มาคุย มาแนะนำตัว และ ทำท่าทางตื่นเต้น

ที่รู้ว่า

คนนี้หรือ มาจาก Thailand