คนจนไม่จำเป็นต้องเป็นคนชั่วก็ได้ ถ้าหัวใจเราเป็นคนดี

เล่าย้อนหลังถึงความเป็นมาของเหตุการณ์นี้ก่อน

เมื่อภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสสอนให้กับนักศึกษากลุ่มโครงการพัฒนาครูประจำการเพื่อให้ได้รับวุฒิปริญญาตรีทางการศึกษา สาขาวิชาการประถมศึกษา รุ่นที่ 2

สอนวิชา นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องราวของกระบวนการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา

หลังจากการสอบปลายภาคเสร็จสิ้น ... มีนักศึกษาผู้หญิงคนหนึ่งได้เข้ามาพบผมในห้อง

เอาเกียรติประวัติของนักศึกษาผู้นี้ก่อน เป็นครูชำนาญการ อาจารย์ 3 ระดับ 8 หรือ 9 นี่แหละ จำไม่แม่นนัก อยู่โรงเรียนมัธยมศึกษาที่เป็นโรงเรียนในฝันประจำอำเภอ (ของอดีตนายกฯ สมัยที่ผ่านมา)

เป็นคนมีความตั้งใจและความมุ่งมั่นในการศึกษาหาความรู้อยู่ในระดับสูง แกเป็น 1 ใน 2 คนที่ได้รับเกรด A ในวิชาผม หลังจากผ่านการประเมินผลแล้วทั้งหมด

บอกก่อนว่า นักศึกษาท่านนี้เข้ามาพบผมก่อนที่เกรดจะออก

บังเอิญวันนั้นค่ำแล้ว ผมอยู่เคลียร์งานอยู่คนเดียว แกเข้ามาพบแล้วก็คุยเยอะแยะมากมาย

แต่เรื่องหลัก ๆ ที่เป็นที่ประทับใจของผม คือ แกน่ะ ถูกหวยมา 10,000 บาท เอาเงินไปทำบุญบ้างแล้ว แต่พอมาผม ก็บอกว่า แกอยากให้อาจารย์เป็นสินน้ำใจ และรู้ว่า พี่น่ะเงินเดือนเยอะกว่าอาจารย์แน่นอน (ก็ผมเด็กกว่าเยอะนี่ แกว่า) คุย ๆ นิดหน่อย แล้วก็ล้วงเอาเงินมาให้ผม 2,500 บาท

ผมก็ตกใจนะ ... ในใจน่ะไม่รับแน่ ๆ แต่ปากหนัก ยังไม่ยอมพูดอะไรมากกว่านี้ ได้แต่ยิ้ม แต่ในใจร้อนรนอึดอัดมาก เห็นแต่มีความต้องการมาก ๆ ผมจะให้แกวางไว้ที่โต๊ะ

หลังจากนั้น แกกลับไป ผมเอาเงินใส่ซองสีขาวไว้ เก็บไว้ในลิ้นชัก และใช้ความคิดว่า ยังไงก็ต้องคืน เพราะอีกไม่กี่วันแกต้องมาพบผมอยู่แล้ว

แต่ในระยะเวลาหลายวันจะคืนเงินนี่สิ ... ทุกข์มาก อึดอัดใจ คือ ผมเคยเห็นอาจารย์มหาวิทยาลัยรับของโน้นของนี่จากคนอื่น ผมรู้สึกไม่ดี และคิดว่านี่มันเป็นการคอรัปชั่นนี่นา ทำไมเค้าถึงทำได้

ผมจึงตั้งปณิธานไว้ว่า ผมจะไม่มีวันเป็นแบนนั้นแน่นอน ถึงยากจนแค่ไหนก็ไม่ทำเด็ดขาด

คุณอาจจะถามว่า ทำไมผมถึงไม่คืนเขาเลยล่ะ .. ผมจะบอกคุณว่า ประการแรก คือ ผมตกใจ ประการที่สอง คือ ผมเกรงใจในความปรารถนาดีของเค้า แต่มันไม่ถูกต้อง

ทำให้ผมพาลคิดไปว่า วิธีการของแกแบบนี้ ถึงแม้จะบริสุทธิ์ใจอย่างไรก็ตาม แต่ไม่เหมาะและไม่ควรอย่างยิ่ง ... ประเพณีปฏิบัติที่ทำงานแกเป็นแบบนั้นเหรอ อะไรประมาณนี้ (นั่นนะ ข้าราชการนะ ข้าของแผ่นดิน) แล้วคนอื่น ๆ ที่อยู่แบบแก จะไม่ทำแบบนี้หรือ

ทุกข์มาหลายวัน ในที่สุด แกก็มาพบผม แล้วจะนำซองขาวใส่เงินของแกมาคืนให้แก (ผมไม่เคยสัมผัสเงินนั้น ตั้งแต่วันรับมาไว้ในลิ้นชัก เพราะมันไม่ใช่เงินผม)

ผมบอกแกว่า อาจารย์ครับ ผมรับเงินอาจารย์ไม่ได้นะครับ ถ้าอาจารย์อยากจะเอาอะไรมาฝากผม ขอเป็นขนมก็พอแล้ว (คือไม่อยากให้แกเสียใจน่ะครับ)

ผมเข้าใจว่า แกคงรู้สึกดีไม่น้อยที่ได้รับความรู้จากผมไปในเทอมที่ผ่านมามาก และแกบอกว่า แกได้นำผลงานที่ทำในวิชาผม ไปเสนอจังหวัด ทำให้แกได้รับรางวัลชนะเลิศการผลิตสื่อภาษาอังกฤษด้วย

ผมน่ะ ก็ภูมิใจที่มีลูกศิษย์เก่ง ๆ แบบนี้ แต่ยังไง วิธีการรู้สึกดีของแก ผมไม่สามารถรับได้ เรื่องนี้

เป็นเรื่องที่ผมจดจำมาก และดีใจที่ตัวเองมั่นคงพอที่จะทำตามอุดมการณ์และปณิธานที่ตัวเองตั้งใจไว้

ขอบคุณพ่อแม่ของผมที่สอนให้ผมเป็นคนดี ถึงแม้จะไม่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม

เอาเป็นกรณีศึกษาครับ ... คนจนไม่จำเป็นต้องเป็นคนชั่วก็ได้ ถ้าหัวใจเราเป็นคนดี

บุญรักษา ครับ :)