เมื่อวาน ผมและครอบครัวร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยง โดยรวมเอางานสองงาน คือ การทำอากีเกาะห์ (เป็นการเลี้ยงเพื่อการต้อนรับลูกคนใหม่) กับงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ ไว้ในงานเดียวกัน ทำเอาหลายคนสงสัยว่า ได้ลูกคนที่สามแล้วหรือ จริงๆ ไม่ใช่คนที่สามครับ แต่เลี้ยงรับลูกคนที่สอง (เตาฟิก) เนื่องจากตั้งแต่เตาฟิกลืมตาดูโลก ผมยังไม่ได้เลี้ยงต้อนรับและขอบคุณอัลลอฮ์เลย เพราะรอที่จะเลี้ยงพร้อมกับการขึ้นบ้านใหม่ ฮิฮิฮิ (ลดต้นทุนครับ)
บ้านใหม่หลังนี้ เซนต์สัญญาสร้างบ้านในวันที่เตาฟิกคลอดพอดีครับ เลยไปเซนต์กันที่โรงพยาบาล ดังนั้นสรุประยะเวลาการสร้างได้ 11 เดือน เท่าๆ กับอายุของเตาฟิกพอดี
แต่เนื่องจากคนรู้จักเยอะครับ ถ้าจัดเลี้ยงเล็กๆ มักจะโดนเพื่อนฝูงต่อว่าว่าทำไมไม่เชิญ ก็เลยจะจัดเลี้ยงแบบให้ทุกคนได้ไปร่วมกัน จึงต้องรวมเอาสองงานมาจัดวันเดียวกัน
ผมต้องลุ้นหลายอย่างครับ อย่างแรกคือ อาหารจะพอกับคนที่เชิญมาหรือเปล่า สรุปว่า พอดีครับ แต่ด้วยความรอบคอบของพี่สาวคนโตไม่ค่อยสบายใจสั่งเพิ่มมาอีกเมนูหนึ่งไว้สำรอง
ลุ้นอย่างที่สอง คือ เรื่องน้ำครับ เนื่องจาก เพิ่งเจาะบ่อบาดาลเสร็จเมื่อวันพฤหัส ไม่แน่ใจว่าน้ำจะพอหรือเปล่า ปรากฏว่า น้ำพารอดตลอดงาน
ที่ต้องมาลุ้นระทึก และทำให้ผมต้องนอนโดยไม่อาบน้ำ ก็คือ ไฟฟ้าครับ ตลอดคืนไฟฟ้าตก (เฉพาะที่บ้านผม) ตัวตัดไฟจึงทำงาน ไฟจึงดับทั้งบ้าน ดีว่าระบบไฟฟ้า ออกแบบมาค่อนข้างดี มีเบรกเกอร์ย่อย จึงต้องปิดไฟเป็นบางห้องเพื่อให้ไฟพอ แต่จากไฟไม่พอทำให้มอเตอร์น้ำมีปัญหา ต้องใช้น้ำดื่มที่เหลือจากงานเลี้ยงจำนวนมากมาเป็นน้ำใช้แทน มาตอนเช้า ผม น้องชายและพ่อ ช่วยการซ่อมมอเตอร์จนใช้การได้ในตอนเช้า ระบบไฟฟ้า คงจะยังปัญหาให้ผมไปอีกหลายวัน (อาจจะเป็นปีก็ได้ครับ) เพราะบ้านผมอยู่ในซอยลึก และยังไม่มีเสาไฟฟ้าเข้า จึงต้องใช้มิเตอร์ชั่วคราวอยู่ จนกว่าจะมีการลงเสาไฟฟ้าให้ ไม่งั้นก็ต้องลงทุนเอง ซึ่งคิดว่าไม่คุ้มเท่าไร
งานเลี้ยงเมื่อวาน นอกจากจะสร้างความสับสนให้กับหลายคนเกี่ยวกับจำนวนลูกของผม ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งครับที่คนงงกันเป็นแถว คือ หลายคนเจอหน้ากันปั๊บ ก็ทำหน้างงว่า ทำไมผมเดินได้เหมือนคนปกติ หรือไม่ก็เมื่อกี้เจออยู่หน้าบ้าน แล้วเข้ามานั่งอยู่ในบ้านได้อย่างไร
ฮาฮาฮา ก็เพราะน้องชายผมกับผมหน้าเหมือนกันนะสิครับ (แฝด ครับ แฝด) คนที่ไม่เคยรู้มาก่อนก็เลยงงจริงๆ จนต้องถาม
ส่วนพี่สาวคนโตของผม ก็ได้เจอกับบล็อกเกอร์คนโปรดครับ คือ อ.อาลัม พี่สาวผมคุยกับผมบ่อยๆ ว่า ชอบอ่านบล็อกของ อ.อาลัม เพราะได้ความรู้และแง่คิดดี เมื่อวานเลยแนะนำให้รู้จักเสียเลย จริงๆ ก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนสมัยมัธยมต้นของพี่เขยผมนะแหละครับ
อีกคนหนึ่งที่น่าประทับใจ คือ พี่จิ๋ม เจ้าหน้าที่อนามัยเขาตูม เพื่อนพี่สาว มาร่วมงานเลี้ยงด้วยครับ แต่เนื่องจาพี่จิ๋มอยู่ในชุมชนมุสลิมมานาน เลยรู้ธรรมเนียมครับว่า สำหรับคนต่างศาสนา เวลาเขาทำอากีเกาะห์จะมีอาหารบางชนิดที่ท่านห้ามทาน ไม่งั้นเจ้าภาพต้องจัดเลี้ยงใหม่อีกครั้ง ผมเลยต้องขอโทษพี่จิ๋มก่อน แต่พี่เขาก็ทราบเงื่อนไขนี้ดีครับ ก็ไม่เป็นไรนะครับ มีอีกหลายกับข้าวที่พี่ทานได้ กับข้าวที่ห้ามทานคือ กับข้าวที่ทำจากสัตว์ที่เชือดเพื่ออากีเกาะห์ ซึ่งเวลามุสลิมในปัจจุบันเลี้ยงก็จะเตรียมเนื้ออย่างอื่นสำหรับการรับแขกเฉพาะไว้ต่างหาก ครับ ผมว่าเป็นการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่น่ารักครับ
สวัสดีและขอบคุณครับ
pa_daeng ผมเดาว่า pa_daeng คงงงกับงานเลี้ยงอากีเกาะห์ใช่มัยครับ จริงๆ มันไม่ได้ซับซ้อนอะไรครับ เป็นเพียงการเลี้ยงอาหารหรือการแจกจ่ายอาหาร อันเนื่องจากการได้ลูกครับ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพ่อแม่จะทำเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ ซึ่งการเลี้ยงอาหารจะต้องทำจากเนื้อสัตว์ที่กำหนดไว้ 1 ใน 7 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นิยมใช้แพะครับ ซึ่งก็จะมีข้อกำหนดว่า ใครที่จะสามารถรับประทานเนื้อที่เลี้ยงได้บ้างเท่านั้นเองครับ
ขอบพระคุณอาจารย์
JJ
สำหรับพรดีๆ จากคนดีๆ ครับ
เมื่อ อา. 25 พ.ย. 2550 @ 13:22
470099 [ลบ]
ขอให้อัลเลาะห็คุ้มครองเจ้าตัวน้อยๆทั้งสองคนตลอดไปค่ะ
แหม ถ้าอยู่ใกล้ๆ จะตามไปกินแพะด้วยคนนะเนี่ย.......
ขอบคุณครับ
anita และอ.
ขจิต ฝอยทอง
เพิ่งรู้ว่า อาจารย์มีแฝดด้วย ฮิฮิ บางทีเราคิดว่า ไม่เหมือน แต่คนอื่นบอกเหมือนก็มีนะครับ
แต่ก่อนเวลาคนทักว่า หน้าเหมือน ผมมักจะค้าน บอกว่า เราสองคนหน้าไม่เหมือนกัน แต่สุดท้ายมาพลาดเอง หยิบรูปถ่ายน้องชาย (นึกว่าเป็นรูปถ่ายตัวเอง) ไปส่งให้อาจารย์ เพื่อทำใบรบ. ฮาฮาฮา
ต้องชมคุณแม่ที่ตอนผมเล็กๆ ท่านจำไม่ผิดตัว แอะหรือว่าจำผิดไปแล้ว ออ.มีครั้งหนึ่งคุณจำผิด เห็นผมนอนดูทีวีอยู่ในบ้าน ก็เดินเข้ามาแล้วใช้ให้ไปแบบกระสอบข้าวสารเข้ามาในบ้าน ผมนอนยิ้ม แม่เลยสงสัยหันมามองอีกที แล้วพูดขึ้นว่า อ้าว นึกว่าน้องมึง ฮาฮาฮา (จะให้ผมไปแบกกระสอบข้าวยังงัย ขนาดตัวเองยังพาเดินไม่รอดเลย)