พวกเราต่างก็ร้องเฮกันใหญ่เพราะเห็นกับตาจะ ๆ ว่าเครื่องบินถูกลูกปืนแล้ว

 

 

 

เรียนคุณตันติราพันธ์ ฯ เอาตอนสงครามก่อนก็ได้ครับ  แต่เป็นตอนปลายสงครามนะครับ  วันเวลาพศ.ไม่ต้องพูดถึงนะเพราะจำไม่ได้แล้ว  ตอนนั้นยังหนุ่มมาก เป็นเด็กวัดอยู่ที่วัดระฆังฯ ฝั่งธนบุรีตอนประมาณเกือบเที่ยงวันของวันนั้นเห็นจะได้ เสียงไซเรนแจ้งภ้ยทางอากาศดังขึ้นอย่างโหยหวลในเขตกรุงเทพฯ เหล่าสุนัขทั้งหลายก็หอนตามไปด้วยเป็นที่วังเวงใจน่าตื่นกลัวยิ่งนัก  พวกเราต่างก็เตรียมตัวหลบภัยกันให้วุ่นไปหมด  ผมอุ้มมารดาของอาจาริย์ซึ่งชรามากแล้วลงไปเข้าหลุมหลบภัยใกล้ ๆ กับกุฏิ  พักใหญ่ก็ได้ยินเสียงเครื่องบินของสัมพันธะมิตร  ดังใกล้ เข้ามา  แล้วก็เห็นลำตัว เป็นเครื่องบินแบบใบพัด 4 เครื่องนต์ บินมาลำเดียว จากด้านโค้งน้ำหน้าวัดอรุณฯ  เครื่องบินมา ในระดับต่ำมาก แล้วเครื่องก็ทิ้งร่มชูชีพลงมาที่บริเวณท้องสนามหลวง  2-3 ร่ม  แล้วบินเลยไป  จากนั้นก็วกกลับบินตัดผ่านเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา เกือบจะเหนือบริเวณวัดระฆังฯไปทางทิศตะวันตก   ช่วงตอนเครื่องผ่านเหนือแม่น้ำ  พวกเรามองเห็นว่าประตุกลางลำต้วเครื่องบินเปิดโล่อยู่ เห็นมีคนยืนอยูริมขอบประตูคนหนึ่งด้วย    ทัีนใดนั้นเอง  พวกเราก็ได้ยินเสียงปืนกลขนาดใหญดังขึ้นหลายชุด ทราบภายหลังว่าเป็นปืนจากเรือดำน้ำของเราที่จอดเทียบท่าอยู่บริเวณหน้าท่าราชวรดิษฐ์ ที่ท่าช้างวัีงหลวง  พวกเราเห็นแนวกระสุนส่องวิถีสีส้ม พุ่งเข้าหาเครื่องบินจากล่างขึ้นบนและลงล่างอีกรวม 2-3 ครั้ง  พวกเราต่างก็ร้องเฮกันใหญ่เพราะเห็นกับตาจะ ๆ ว่าเครื่องบินถูกลูกปืนแล้ว  แต่เครื่องยังไม่เป็นไรคงแล่นต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...(มีต่อครับ)