เราต้องเข้าใจเขา เข้าใจเรา เข้าใจซึ่งกันและกันที่จะช่วยกันพัฒนาการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีความฝันร่วมกัน ที่จะอยู่อย่างสร้างสรรค์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

      เมื่อวานนี้ (๒๔ พย ๕๐) ผมได้ใช้เวลาทั้งวัน เดินทางสำรวจพื้นที่ตะเข็บรอยต่อป่าเขาใหญ่ และป่าทับลาน ที่เป็นผืนป่าแหล่งสุดท้ายที่ยังสมบูรณ์ที่สุดของภาคอีสาน 

071124+093 

แต่เดิมก่อนการสร้างถนนสายยุทธศาสตร์ ๓๐๔ ปักธงชัย-กบินทร์บุรี เมื่อประมาณปี ๒๕๐๐ ป่าทั้งสองนี้เป็นป่าเดียวกัน 

หลังการสร้างถนนสายนี้ ก็เป็นการเริ่มเกิดแนวแบ่งแยกพื้นที่ทั้งสองออกจากกันแต่ก็ไม่ชัดเจนนัก เพราะเป็นแค่ทางลูกรัง แต่เมื่อมีถนน ก็มีคนเข้ามาตั้งบ้านเรือน ก็เป็นพื้นที่กั้นขวางการเคลื่อนที่ของสัตว์ป่า ที่เคยเดินทางไปมาในพื้นที่นี้ ที่เคยเป็นผืนเดียวกัน 

การขยายตัวของชุมชนสองข้างทางเกือบตลอดแนวถนน ยิ่งทำให้ป่าทั้งสองเกือบถูกตัดออกจากกันโดยสิ้นเชิง เหลือเพียงแถบแคบๆ ๒ แถบ ระหว่างหลัก กม. ที่ ๒๗-๒๙ และ ๔๒-๔๔ ที่เกือบจะเป็นสายใยบางๆ ๒ เส้นสุดท้ายที่จะเชื่อมสายชีวิต และ วิญญาณ ป่า ทั้งสองเข้าด้วยกัน ให้ใกล้เคียงของเก่ามากที่สุด เท่าที่จะทำได้ 

แต่ ๒ สายใยนี้ก็ใกล้ขาดเต็มที เพราะ ขนาดความกว้างของถนน ๔ เลน และการจราจรที่คับคั่ง ทั้งวันทั้งคืน และชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นมิตรบ้าง คงยากที่มีสัตว์ชนิดใดกล้าเดินทางผ่านแนวกั้นที่น่ากลัวเหล่านี้บ้าง 

แม้จะตั้งป้ายโชว์ว่า ทางเสือผ่านระวังช้างข้ามถนนดงงูเห่า ให้คนระวัง ก็ตาม 

ยิ่งกว่านั้นทั้งสองแถบบางๆนี้ยังเป็นสภาพหน้าผาสูงชันที่ยากต่อการเดินทางของสัตว์ เพราะที่ราบๆ นั้นได้กลายเป็นบ้าน ร้านค้า สวน ไร่ นา ไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ 

071124+039

แนวทางที่เสนอเพื่อการฟื้นฟู Biodiversity corridor ก็มีหลายแนวทางด้วยกัน เช่น

  • การสร้างอุโมงค์ลอดเขา แทนถนนสาย ๓๐๔ ในบางตอน เพื่อเปิดโอกาสให้ พื้นที่ผิวดินเป็นเส้นทางการเดินทางของสัตว์

  • ทำสะพานกว้างๆ ปลูกต้นไม้ข้ามถนนเป็นระยะๆ เป็นทางให้สัตว์เดินข้าม

  • ทำท่อสี่เหลี่ยมคร่อมถนนตลอดแนว แล้วถมดินบนท่อสี่เหลี่ยม ปลูกต้นไม้ให้ใกล้เคียงธรรมชาติ

 ความพยายามทั้งหมดนี้ จะไร้ความหมาย ถ้าปราศจากความร่วมมือของประชาชนที่อยู่ใกล้แถบสายใยป่า ที่มีทั้งหมด ๑๑ ชุมชน ที่มีความหลากกลายแนวคิด การประกอบอาชีพ และขีดความสามารถในความร่วมมือภายใต้โครงการนี้ 

จากการสำรวจ ผมพบว่าจาก ๑๑ ชุมชน ที่อยู่ตามรอยต่อ หรือเป็นปัจจัยแบ่งแยกป่าทั้งสองออกจากกันนั้น มี ๓ ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกันคือ 

  1. ชุมชนที่ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่า และสนใจที่ทำงานร่วมกับทางราชการและองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานในพื้นที่ เป็นอย่างดี ในทุกแง่ทุกมุมมีอยู่ประมาณ ๑ ในสามของชุมชน และประชากรในพื้นที่
  2. ชุมชนที่มีความสามารถและถนัดที่จะใช้ป่าในการดำรงชีวิต เป็นนักล่า และเก็บหาของป่ามืออาชีพ ทำงานอื่นไม่ค่อยเป็น และไม่ชอบอาหารที่มาจากตลาดมีอยู่ไม่มาก ตามแนวเขตป่า แต่ก็เป็นกลุ่มที่สร้างผลกระทบต่อทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าค่อนข้างมาก
  3. ชุมชนที่อยู่ประมาณกลางๆ เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ แต่ก็ใช้ประโยชน์จากป่าไม้บ้างเป็นครั้งคราวแบบการพักผ่อน และหรือ รายได้เสริม ที่สร้างผลกระทบบ้างพอสมควร และกลายเป็นเกราะชุมชนป้องกันการดำเนินการกับกลุ่มเล็กๆ ตามแนวเขตที่สร้างผลกระทบที่รุนแรง

 ความร่วมมือของชุมชน ที่จะช่วยกันลดผลกระทบต่อระบบป่าไม้ และสัตว์ป่า จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งยวด เราจะต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ว่าทุกคนจำเป็นอยู่รอดก่อนจะให้ความร่วมมือกับใคร เพื่อช่วยใคร ทำอะไร

 เราต้องเข้าใจเขา เข้าใจเรา เข้าใจซึ่งกันและกันที่จะช่วยกันพัฒนาการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีความฝันร่วมกัน ที่จะอยู่อย่างสร้างสรรค์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

071124+021 

071124+049 

071124+152 

วันนี้ผมจะไปจับเข่าคุยกับผู้นำชุมชนต่างๆ ก่อนที่จะสรุปประเด็นหลักๆ หารือกันในการประชุมกับที่ประชุมผู้นำชุมชน ในบ่ายวันพรุ่งนี้ ข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะนำมาสรุป เสนอต่อที่ประชุมผู้ร่วมทำงานทั้งหมดในพื้นที่ ทั้ง

  • หน่วยงานราชการ
  • หน่วยงานพัฒนาเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ
  • หน่วยงานวิชาการ
  • ประชาชน ผู้นำชุมชน
  • และ องค์กรภาคประชาชน

 เพื่อดูข้อมูลที่ผมรวบรวมมาได้ ความน่าเชื่อถือ ทางเลือก และทางออกในการทำงาน แล้วเราจะได้ช่วยกันรักษาสายใยป่าเขาใหญ่-ทับลาน ให้ยังคงเป็นสายเชื่อมวิญญาณป่าแห่งนี้ ให้อยู่ได้ต่อไป เป็นโครงการต่อเนื่อง ๔ ปี ขณะนี้ ที่ผมเข้ามาช่วยงานแบบฉุกเฉิน ก็เกือบหมดปีที่หนึ่งแล้ว จึงยังเหลืออีก ประมาณ ๓ ปี ที่จะดำเนินงานต่อไปครับ ทั้ง

 

  • งานข้อมูลพื้นฐาน การใช้ที่ดิน การใช้ทรัพยากร การประกอบอาชีพ และการพึ่งพาทรัพยากรป่าไม้

  • งานทางเลือก และการทดสอบแนวทางการพัฒนาสายใยวิญญาณป่า

  • งานพัฒนาขีดความสามารถของนักศึกษาปริญญาโท ชุมชน และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

 ก็ทำอย่างรีบเร่งแบบสุดๆ ในการช่วยกันรักษามรดกธรรมชาติของโลก ผืนนี้ไว้ครับ 

มีความก้าวหน้าอย่างไร จะเรียนให้ทราบครับ