เห็นชัดแจ้งถึงอานุภาพชาวบล็อกนั้นล้ำลึกเหลือประมาณ ถ้าอยากจะอ่านรายงานนี้ต่อ คงต้องอดใจรอตอนต่อไปแล้วละครับ รักแล้วรอหน่อยนะน้านะ

  

ไม่รู้จะตั้งต้นเล่าเรื่องราวชาวบล็อกมาเจอกัน ให้ใจความสมบูรณ์ได้อย่างไร  ในเมื่อแต่ละช่วงมันกระชากความรู้สึกจนแทบละลานใจ แต่คนแต่ละก้าวแต่ละตัวตน กระตุ้นความรู้สึกคึกคิดแบบธรรมดาที่ไหนเล่า ท่านHandyเดินทางอย่างโชกโชนเพราะเป็นช่วงเทศกาล พวกเราทราบจุดที่ท่านต่อรถด้วยความระทึกระทวยใจ ตั้งแต่ออกจากเมืองสองแควมาถึงบุรีรัมย์ วิญญาณบล็อกเกอร์ได้ส่งรายงานว่ามาโชว์ตัวที่บุรีรัมย์แล้วตอนเช้ามืด เราติดต่อครูพันดาให้ไปรับเข้ามา ดีใจที่ท่านแหกด่านจราจรทางบกเข้ามาได้ จัดการหยอดน้ำข้าวต้มทันที มีแรงค่อยคุยกัน  

   

หลังจากนั้นไม่นาน สายลมกับสายใจโทรมาไต่ถามทางเข้า เราก็เริ่มใจตึ๊กๆสนุกกับเกมส์ค่ายกลอีกแล้ว เผลอนิดเดียวดอกแก้วโผล่มายังไงก็ไม่รู้พาหวานใจมาแนะนำ ถ่ายภาพร่วมกันแว๊บหนึ่งคุณจืดขอลากลับไปทำธุระสำคัญ เรียกว่ามาแว๊บไปวับ ทีมสิงห์ป่าสักน่ารักตรงที่ขนกันมาทั้งบ้าน มีคุณแม่คุณลูกสาวลูกชาย เจ้าตัวเล็กท่าทางเอาการทีเดียว สะท้อนแววลูกบล็อกเกอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เหมือนกับลูกหลานชาวบล็อกเกอร์รุ่นที่1 

   

ดร.กมลวัลย์ชวนคุณพ่อคุณแม่มาให้ประทับใจถึงขีดสุด กับอาการยิ้มแย้มแจ่มใสของคุณพ่อคุณแม่ที่ยังแข็งแรง ท่านคงดีใจที่ได้ออกมาเที่ยวกับคุณลูก ครอบครัวครูอ้อยก็มีวิธีให้เราตั้งตารออีกแบบ ด้วยการรายงานเป็นระยะๆผ่านบล็อกเข้ามา แบบไม่ได้ให้เราได้ตั้งตัวตั้งใจกันเอาเสียเลย รถยนต์แต่ละคันทิ้งช่วงได้ระยะๆพอดี เรียกว่าพอต้อนหน้าต้อนหลังคุยกันได้ครึ่งทาง  

   

อ้าวป้าเจี๊ยบขนลูกหลานที่อยากจะรู้อยากจะทำทุกเรื่อง มาสร้างบรรยากาศกะตู้วู้ขึ้นขีดสุด ยังไม่ได้ไขลานความรู้สึกกลับที่เดิม อาจารย์แป๋วกับท่านบางทรายมาดีดกลับความตื่นใจให้พุ่งปรี๊ดอีก โผกอดมะรุมมะตุ้มกันยังไม่แล้วเสร็จ อ๊อตเล้าข้าวย่องมาคนเดียวเงียบๆ มาเงียบนี่ก็สร้างความรู้สึกอีกแบบนะจะบอกให้ ใครไม่เป็นเครือญาติชาวบล็อก  บอกได้เลยว่า ไม่มีวาสนาที่จะได้รับความรู้สึกที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความปรารถนาดีอย่างนี้หรอก 

   

อย่าคิดว่ามาถึงจะพักเหนื่อย ทุกทีมไม่รีรอง้อเจ้าบ้าน หลังจากรับประทานอาหารมื้อเที่ยงเอาแรงแล้ว ทุกคนถือกล้องถ่ายรูปเดินไปคนละทิศละทางเหมือนผึ้งแตกรัง คงจะมีที่โคจรไปจ๊ะเอ๋กันบ้าง เม็กดำ1กับลูกศิษย์ของครูขจิตไปเตรียมการปลูกต้นไม้ ผมตามไปทีหลังเห็นทุกคนขะมักเขม้นโกยปุ๋ยโกยดินกลบหลุม  ตั้งอกตั้งใจจนเหงื่อซึมแถมยังส่งเสียงลั่นจนป่าสะเทือนไหว  

หลังจากกลับมายังที่พัก นึกว่านักกิจกรรมจะเหนื่อยอ่อน มองไปไหนก็ไม่มีใครปากว่างสักคน ก้มหน้าก้มตาแลกความในใจกันเป็นกลุ่มๆ เกิดวงสุนทรีย์สนทนาKM.แบบธรรมชาติ ต่างคนต่างงัดของฝากมาอธิบายสรรพคุณ ของอาจารย์แป๋วกินก็ได้ปลูกก็ได้ ของป้าเจี๊ยบเป็นขนมเค้กก้อนแรกและชิ้นเดียวที่ทำด้วยตนเองเป็นครั้งแรกในโลก ของออตของพี่องุ่นของดอกแก้วของสิงห์ป่าสัก ล้วนแล้วแต่ไม่ธรรมดาเลยจริงจริ๊งๆ  เห็นชัดแจ้งถึงอานุภาพชาวบล็อกนั้นล้ำลึกเหลือประมาณ ถ้าอยากจะอ่านรายงานนี้ต่อ คงต้องอดใจรอตอนต่อไปแล้วละครับ รักแล้วรอหน่อยนะน้านะ