ยินดีมากค่ะที่ขณะนี้หน่วยงานทางการศึกษา เห็นความสำคัญของการจัดการความรู้เพิ่มมากขึ้น ทั้งที่ในความเป็นจริงจะเป็นเพราะถูกบังคับให้เห็นความสำคัญหรือไม่ก็ตาม แต่ในขณะนี้ ตั้งแต่หน่วยงานเบื้องบนลงมาก็เห็นดีเห็นงามในเรื่องของการจัดการความรู้แล้ว
เมื่อวานนี้ดิฉันได้รับโอกาสพิเศษจากรุ่นพี่ ป.โทคนหนึ่งที่คบหากันมานานนับสิบปี ให้ได้เข้าไปสังเกตการณ์ในการประชุมปฏิบัติการสร้างความเข้าใจในแนวทางการขับเคลื่อนการคิดสู่ห้องเรียนให้ทีมแกนนำ ณ โรงแรมเอสดี อเวนิว กรุงเทพฯ โดยวิทยากรพิเศษซึ่งเป็นอาจารย์ของดิฉันและพี่สาว คือ รศ.ดร.อรจรีย์ ณ ตะกั่วทุ่ง จากคณะคุรุศาสตร์ จุฬาฯนั่นเอง
ดิฉันตั้งใจเข้าไปฟังว่าเขาทำอะไร อย่างไรกันบ้าง ตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น เนื่องจากตัวดิฉันได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานด้านการพัฒนาการคิดของผู้เรียน โดยในปีนี้ดิฉันได้เริ่มการวิจัยไปพร้อมกับหลาย ๆ ท่านบนสำนักงานเขตฯ โดยพาผู้บริหารและคุณครูดำเนินการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนารูปแบบแนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์
เสียดายที่พลาดช่วงของการวิพากษ์แผนพัฒนาการคิดผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาการคิดในเมืองไทย 10 ท่าน ซึ่งนำโดย รศ.ดร.ทิศนา แขมมณี จากคณะคุรุศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งผ่านไปแล้วเมื่อบ่ายวันก่อน จึงได้แต่อาศัยพูดคุยขอข้อมูลจากกับพี่ศึกษานิเทศก์ท่านหนึ่งซึ่งได้เข้ามาเป็นคณะทำงานของชุดนี้
ในวันนี้อาจารย์อร (เป็นชื่อเรียกที่บรรดาลูกศิษย์ลูกหาเรียกกัน) ได้มาปูพื้นความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการความรู้ให้กับทีมงาน ดิฉันเองได้มีโอกาสย้อนทบทวนความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง มีตัวอย่างหนึ่งที่อาจารย์หยิบยกขึ้นมาแล้วทำให้ดิฉันนึกว่าที่ผ่านมายังไม่เคยคิดอย่างนี้เหมือนกัน คือ อาจารย์บอกว่าเวลาที่เราจะจัดการความรู้เราควรตั้งเป้าหมายว่าเราจัดการความรู้นี้ไปเพื่ออะไร ภาษาที่เราคุ้นเคยซึ่ง สคส.เป็นผู้เผยแพร่ก็คือ การกำหนด “หัวปลา” อันเป็นเป้าหมายความสำเร็จ ที่เราจะมุ่งไปสู่จุดนั้นร่วมกัน
อาจารย์ได้กรุณายกตัวอย่างในชีวิตจริงของท่าน คือท่านได้กำหนดความสำเร็จในชีวิตโดยระบุสิ่งเหล่านี้ตามลำดับ คือ
1. วิสัยทัศน์ของอรจรีย์ ว่าท่านมีเป้าหมายในชีวิตที่อยากจะมีความสำเร็จด้านใด ในข้อนี้ท่านระบุเป็นตัวอย่างว่า “อรจรีย์จะเป็นผู้นำทางวิชาการด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยใน 5 ปี”
2. พันธกิจของอรจรีย์ กำหนดเพื่อให้เห็นภารกิจที่ท่านต้องทำมีอะไรบ้างจึงจะนำไปสู่ความสำเร็จนั้นได้
3. เ้ป้าประสงค์ของอรจรีย์ เป็นการบอกว่าเมื่อปฏิบัติภารกิจเหล่านั้นแล้ว จะเกิดผลสิ่งใดขึ้นในชีวิตของท่าน
4. ปัจจัยสำคัญของอรจรีย์ หรือปัจจัยแห่งความสำเร็จ หมายความว่าถ้าจะทำตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ ให้บรรลุเป้าประสงค์ มีสิ่งใดที่จะช่วยส่งเสริม สนับสนุนได้บ้าง
5. นโยบายของอรจรีย์ เป็นการระบุแนวทางการปฏิบัติตนให้ชัดเจนมากขึ้นว่าจำเป็นต้องทำเรื่องใดบ้าง เพื่อให้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้
6. กลวิธีของอรจรีย์ ท่านได้แจกแจงเป็นข้อ ๆ ไว้เหมือนกับการบ่งข้อเสนอพิเศษ หรือเทคนิค เคล็ดลับที่จะช่วยเสริมให้ท่านประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น
7. แผนงานของอรจรีย์ ทำให้เราเห็นแผนการทำงานของท่านว่าต้องทำอะไรบ้าง เช่นแผนงานพัฒนาความรู้และทักษะ แผนงานผลิตผลงานตำราและหนังสือ ฯลฯ เป็นต้น
8. โครงการของอรจรีย์ เป็นการระบุรายละเอียดเพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานที่วางไว้ โดยมีขั้นตอนกิจกรรมที่ละเอียดมากยิ่งขึ้น
ดิฉันฟังแล้วก็มานั่งนึกว่าสิ่งเหล่านี้ ก็ทำกันมาเยอะในการทำงานของตัวเอง แต่ไม่ยักเคยนึกว่าจะลองมากำหนดสิ่งเหล่านี้ในชีวิตของตัวเองดูบ้าง...คิดว่าเป็นเรื่องสนุกหากจะได้กำหนด “หัวปลา” ในชีวิตของตัวเองดูบ้าง ชีวิตการทำงานนั่นส่วนหนึ่ง ชีวิตส่วนตัวก็ด้วย มีเรื่องต้องคิดแล้วค่ะ
วันนี้และวันพรุ่งนี้ทีมงานยังคงประชุมอยู่ โดยทราบว่าในวันนี้จะมีการกำหนดแผนการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาการคิดและในวันพรุ่งนี้จะมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิร่วมสะท้อนความคิด ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการความรู้และการนำไปสู่การปฏิบัติ โดยมีท่าน ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด จาก สคส. ท่าน อ.ทรงพล เจตนาวณิชย์ จาก สรส. ท่าน ผศ.ดร.เลขา ปิยะอัจฉริยะ จาก EdKM ท่าน อ.ธเนศ ขำเกิด ศึกษานิเทศก์ สพท.นนทบุรี เขต 1 และ ท่าน ผอ.ฉลวย วงษ์ขวัญเมือง จาก ร.ร.วัดท่าไชย สพท.สุพรรณบุรี เขต 2 คนเก่งของเราร่วมคณะอยู่ด้วย
บังเอิญว่าพรุ่งนี้ดิฉันติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถขอไปร่วมสังเกตการณ์ได้ คงต้องติดตามความเคลื่อนไหวจากท่าน ผอ.ฉลวย และติดตามอ่านจากบล็อกของท่าน อ.ธเนศ ซึ่งคาดว่าท่านจะกรุณาเขียนถึงเรื่องราวเหล่านี้ เพราะปกติท่านไปทำอะไร อย่างไรมา ท่านมักจะมาบอกเล่าให้ฟังอยู่เสมอค่ะ
เมื่อวานดิฉันเดินทางกลับสุพรรณบุรีด้วยความชอบใจ ที่ได้มารับรู้ว่าต่อไปนี้เราจะได้ทำงานเรื่องการพัฒนาการคิดในรูปแบบของการจัดการความรู้ ซึ่งคนข้างบนจะเปิดใจรับฟังคนข้างล่างซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติอยู่ที่โรงเรียนมากขึ้น หลังจากเห็นรายชื่อของคณะทำงานแล้ว ก็เชื่อมั่นว่าท่านทั้งหลายจะทำหน้าที่และบทบาทของ "คุณอำนวย" พาพวกเราไปได้ถูกทิศถูกทาง ยกระดับขับเคลื่อนการพัฒนาการคิดสู่ห้องเรียนได้เป็นผลสำเร็จในวันข้างหน้าได้
นับแต่นี้ "ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน" ต้องอาศัยทั้งเวลาและความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่จะช่วยให้การจัดการความรู้เพื่อพัฒนาการคิดไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย เกิดผลลัพธ์ให้ เด็ก ๆ สามารถคิดดีในการดำเนินชีวิตประจำวันและคิดดีจนเป็นนิสัย คุณครูมีทักษะความสามารถในการสอนคิด ห้องเรียนเอื้ออำนวยให้เกิดการสอนคิด และเป็นโรงเรียนที่เน้นการพัฒนาการสอนคิด
"หัวปลา" ของชีวิต
ดิฉันตั้งใจเข้าไปฟังว่าเขาทำอะไร อย่างไรกันบ้าง ตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ยางลบหัวใจที่ชื่อ "เสียสละ" · 14 ม.ค. 2550
pupae · 14 ม.ค. 2550
เมตตา · 14 ม.ค. 2550
เด็กอนามัย · 14 ม.ค. 2550
นาย ณัฐพงศ์ คงศรี · 14 ม.ค. 2550
ไม่ได้ไปครับ ผมอยู่มหาวิทยาลัย ไม่มีวันครู งง งง อยู่เหมือนกันครับ ว่าทำไม ขอบคุณมากครับที่แวะไป ขออนุญาตเรียกว่าพี่กุ้งได้ไหมครับ
ขอคุณมากครับพี่กุ้ง พี่กุ้งใจดีจัง รอกลับไปทำงานที่ ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จะไปทักทายถึงที่ทำงานครับ
ตามมาให้กำลังใจคุณป้ากุ้ง
ชอบอ่านงานที่คุณป้ากุ้งเขียนค่ะ คนที่เป็นครูนี้เขียนเก่ง อธิบายเก่ง เข้าใจได้ง่าย ทุกคนเลยนะคะ
สมพรเป็นคุณอามีหลานคนโตอายุ 26 แล้วค่ะ อิอิ (ไม่ได้แก่....อ่ะนะ)
มาลงชื่อให้กำลังใจนะค่ะ ได้แง่คิดดีๆเกี่ยวกKMเพิ่มด้วยค่ะ ขอบคุณที่ไปเยี่ยมนะค่ะ
ข้อคิดหัวปลาแห่งชีวิตเป็นประโยชน์มาก..ขอคัดลอกนำไปค้นหาคำตอบให้กับตนเองด้วยค่ะ..คิดถึงคุณกุ้งเสมอค่ะ
ชิวิตต้องสู้ค่ะ