ถ้าหนึ่งปีที่แล้วผมไม่ได้บังคับใจตนเองให้เขียนบันทึก ผมก็คงจะไม่มีนิสัยชอบบันทึกอย่างวันนี้แน่นอน ไม่ได้ทำงานแบบจัดการความรู้ ไม่ได้พัฒนาตนเอง ไม่ได้มีกัลยาณมิตร ไม่ได้มีเพื่อนที่ดีๆอย่างในชุมชนบล็อกนี้ซึ่งมีมากมาย เอ่ยชื่อไม่หวาดไม่ไหว...มากมายจริงๆ ไม่ขอเอ่ยก็แล้วกัน มันน่าเสียดายขนาดไหนถ้าวันนั้นเราตัดสินใจไม่เขียน สิ่งดีงาม สิ่งที่มงคลกับชีวิตเหล่านี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น

วันนี้ตั้งใจจะนำภาพบรรยากาศการศึกษาดูงานของ กศน.จังหวัดนครพนม ที่มาดูงาน KM ชุมชน(อินทรีย์)ที่นครศรีธรรมราช มาเขียนและสาระการพูดคุยกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและ รศ.ปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ จาก มธ. อ.ภีม ภคเมธาวี จาก มวล.และคณะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคม ในช่วงของอาหารมื้อเย็นที่ร้านอาหารชาวเรือ นครศรีธรรมราช มาสะท้อนให้ได้รับทราบ แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเป็นการนำเรื่องของตัวเองที่เขียนบันทึกในบล็อกgotoKnow ครบหนึ่งปีมาเขียนแทน

5 พ.ค. 49 คือวันเริ่มต้นเขียนบันทึกแรกของผม บันทึกแรกชื่อ ฝึกหัดทำบล็อก ลิ้งค์ จวบจนวันนี้นับได้ 1 ปี ก็ถือโอกาสนี้ AAR ทบทวนตนเองเพื่อเป็นบทเรียนให้ตนเองก็แล้วกัน

ผมเขียนบันทึกจากการที่ อ.ภีม ภคเมธาวี จาก มวล.ขอร้อง ไม่ได้เขียนจากความอยากหรือความชอบของตนเองเลย แต่เป็นการฝืนใจ บังคับใจตนเองให้เขียน เพราะคล้อยตามเหตุผลสำคัญที่อาจารย์ภีมพูดไว้น่าคิดว่าจะทำงานจัดการความรู้แล้วไม่ share @ learn คงพูดได้ไม่ถนัดว่าทำงานจัดการความรู้ ปฏิเสธเหตุผลนี้ไม่ได้ ผมจึงเรียนรู้ ทำความเข้าใจบล็อก ,  ICT ,  gotoKnow กับวิธีการเขียนฯลฯ เรียกว่านับหนึ่งเลยเพราะไม่มีพื้นทางนี้

จากการที่ผมฮึดจนเกิดบันทึกแรกได้ ก็มี ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช และ อ.โอ๋ -อโณ ส่งแรงใจให้ ผมก็เกิดกำลังใจที่จะเขียน จากนั้นก็ได้เขียนเรื่อยมา ยิ่งเขียนก็ยิ่งมีเพื่อน เพิ่มกัลยาณมิตรได้เรื่อยๆ เรียกว่า share @ learn อย่างสนุกสนาน จนสิ่งที่เรียกว่าทำตามที่คนอื่นบังคับหรือขอร้องกลายเป็นความอยากหรือความชอบส่วนตัวขึ้นมา เปลี่ยนแปลงตนเองได้ วันใดไม่ได้เขียนก็เหมือนว่าขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง ประมาณนั้นเลย

กำลังใจจึงคือสิ่งสำคัญสำหรับคนเขียนบันทึกบล็อกโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เริ่มบันทึกใหม่ๆ

สิ่งที่ผมได้จากการเขียนบันทึกบล็อกคือได้พัฒนาตนเองได้ลงมือทำอะไรด้วยตนเอง ร่วมกำหนดหัวปลาเอง ร่วมทำกระบวนการด้วยตนเอง และเขียนบันทึกหลักฐานร่องรอยต่างๆรวมทั้งบันทึกบล็อกที่เป็นส่วนของหางปลาด้วยตนเอง ผมได้รู้อะไรขึ้นมาบ้าง อย่างที่เขาพูดๆกันนั่นแหละว่า KM ถ้าไม่ทำไม่รู้ KM เป็นสิ่งประณีตละเอียดอ่อน ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจไม่ได้ ต้องใส่ใจ สนใจ เกาะติด และลงมือทำสิ่งนั้นเพื่อเพิ่มคุณค่าด้วยตนเองให้ได้โดยเฉพาะสิ่งเล็กๆน้อยๆที่คนมักจะมองข้าม อย่างเช่นการเขียนบันทึกนี้เป็นต้น ซึ่งคนที่จะเขียนอะไรต่ออะไรได้ถ้าไม่ทำกระบวนการของโมเดลปลาทูมาตั้งแต่ส่วนของหัวปลา ก็คงจะเขียนอะไรไม่ได้ ต้องมีงานมีกระบวนการก่อนแล้วจึงจะเขียนได้ การเชียร์ให้คนมาเขียนบันทึกบล็อกคือการส่งเสริมให้คนมาทำโมเดลปลาทูทั้งตัวนั่นเอง

ถ้าหนึ่งปีที่แล้วผมไม่ได้บังคับใจตนเองให้เขียนบันทึก ผมก็คงจะไม่มีนิสัยชอบบันทึกอย่างวันนี้แน่นอน ไม่ได้ทำงานแบบจัดการความรู้ ไม่ได้พัฒนาตนเอง ไม่ได้มีกัลยาณมิตร ไม่ได้มีเพื่อนที่ดีๆอย่างในชุมชนบล็อกนี้ซึ่งมีมากมาย เอ่ยชื่อไม่หวาดไม่ไหว...มากมายจริงๆ ไม่ขอเอ่ยก็แล้วกัน มันน่าเสียดายขนาดไหนถ้าวันนั้นเราตัดสินใจไม่เขียน สิ่งดีงาม สิ่งที่เป็นมงคลกับชีวิตเหล่านี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น

สิ่งที่ผมจะทำต่อไปคือเขียนบันทึกและแนะนำคนอื่นมาเขียนบันทึกครับ ทำตนเองเป็นผู้เรียนที่จะเรียนรู้เพื่อ share @ learn ประสบการณ์การทำงานกันต่อไปครับ

ขอบคุณครับ gotoKnow