การฟัง เป็นการแก้ลำวิธีการสำคัญ การปรึกษาถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเยียวยาผู้คนอีกด้วย

มีพยาบาลโทรมา Ward ให้ ผมรับผู้ป่วยคนหนึ่ง ที่ต้องการมาขอรับคำปรึกษา ที่โรงพยาบาลเราไม่มีนักจิตวิทยา ไม่มีพยาบาลจิตเวช ผมอาสาเพราะ งานนี้ท้าทายและถือว่าเป็นโอกาสได้ทำบุญไปด้วย

ด้วยความรู้ที่พอมี จากการรีเฟรชชิ่ง หลายครั้ง (ยังไม่ได้อบรมหลักๆเลย...แต่รีเฟรช เสียแล้ว)  เกี่ยวกับ "การให้คำปรึกษา" แต่ผมก็รักงานนี้ เพราะผมคิดว่าผมเอาจิตใจทำความเข้าใจผู้รับคำปรึกษาแต่ไม่เก็บเอามาเป็นอารมณ์

ผู้รับคำปรึกษา มักจะเดินออกห้องทำงานผมไป ด้วยอารมณ์แตกต่างจากตอนเดินเข้ามา ผมเชื่ออย่างนั้น(ประเมินจาก สีหน้า แววตาและความรู้สึก...ผมไม่ได้ Bias นะ) และหลายๆครั้ง คนเหล่านั้นก็กลับมาอีกครั้งด้วย ความทุกข์ที่สุมอก คลายไป


 

เช้าวันหนึ่ง มีชายคนหนึ่ง  รอผมอยู่ที่ห้อง ใช่แล้วครับ!!!

ผมนัดเขามาฟังผลเลือด...

ผมเตรียมข้อมูลไว้ก่อนแล้ว...เพื่อเตรียมที่จะบอก"ข่าว"ให้เขา

สวัสดีครับ เขายกมือไหว้ผม  ผมรีบยกมือรับไหว้ เขา

ผมดูท่าทางเขาอิดโรย ตาเขียวคล้ำ แววตาดูไม่ค่อยสบายใจนัก ท่าทางซึมๆของเขา ดูเหมือนจะยอมรับ คำตอบของผม ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า

ผมเองก็ลำบากใจ กระบวนการให้คำปรึกษาของผม ที่บางทีก็แหกกฏบ้าง แต่ทั้งนี้ผมก็ดูอารมณ์และปัญหาของผู้รับคำปรึกษา

Case นี้เราพูดคุยกัน นานเรื่องของ "ชีวิต" ทั่วๆไป ก่อนที่จะวกเข้ามาเรื่องผลเลือดของเขา ...

เขาเล่าชีวิตของเขาอย่างสนุก แววตาที่เคยสลด กลับวาววับเมื่อเขาพูดถึง สิ่งที่เขาประทับใจ ติดตรึงใจและสลดลงอีกครั้งเมื่อเล่าถึงสิ่งที่เขาโดนกระทบ

ผมได้นั่ง ฟัง...แล้วก็ฟังเขา อย่างสนใจ  ใส่ใจ

ชีวิตก็เป็นอย่างนี้หละ   ละครโรงใหญ่ แล้วแต่กรรมเวร  ผมคิด

"คุณXXX ครับ ผมอยากจะคุยเรื่องผลเลือดของคุณครับ?"

ผมเอ่ยหลังจากที่คุยกันมานานพอสมควร

"บอกเถอะครับ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด...." เขาหยุดพูด ก่อนที่จะ มองหน้าออกนอกหน้าต่างห้องทำงานผม

"เลือดผมมีปัญหาใช่มั้ยครับ ?" เขาโพล่ง คำถามใหม่ที่ผม เองก็ลังเลที่จะเริ่มบทสนทนา

"เอ่อ...คือย่างนี้ครับ" (ผมใช้บ่อย ประโยคนี้ เพื่อทิ้งอารมณ์ ของตัวเองสักระยะ)

"คือ...ผลเลือดของคุณXXX มีปัญหาครับ ตรวจแล้ว 

ผลเลือดของคุณ ผลเป็น เลือดบวกครับ บวกเอดส์" (ผมพูดภาษาง่ายๆให้เขาเข้าใจ)

"อะไรนะครับ...?!!? " เขาถามย้ำผมอีกครั้ง 

เขานั่งอึ้ง...ไปนานพอสมควร ...ก่อนที่จะถาม ผมต่อด้วยเสียงสั่น...เครือ

เขาตั้งท่าจะ่ถาม พอจะเอ่ย เสียงที่จะพูดก็สั่น ..เบา ...ฟังไม่ได้ความ 

ผมทิ้งระยะเวลาไว้สักครู่.....เงียบ 

"คุณรู้สึกยังไงบ้างครับ??? สิ่งทีผมบอกคุณไป..." ผมถามหลังจากนั้น

"ผมไม่เป็นไรครับ... (เสียงเขาสั่นเครือ) แต่...แต่...ผมจะทำยังไงต่อดีละครับ???"  เขาถามผมต่อ...

บทสนทนาของผมกับเขา ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนเสร็จ

.......

...แต่ ผมบอกเขาว่า ชีวิตเขาต้องเดินทางต่อ ด้วยความหวังและพลังใจ

เขายิ้มน้อยๆกับคำพูดผม...

แต่เขาคิดอะไรในใจเขา..ผมไม่อาจทราบได้ 

 


ผู้รับคำปรึกษา แต่ละคน แต่ละปัญหา มีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไป คนไข้ที่ติดเชื้อ HIV+ ก็มีวิธีการยอมรับความจริงที่ต่างกันออกไป

เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่ "คนชายขอบ" กลุ่มนี้ จะยอมรับข่าว ที่เขาไม่อยากจะรับฟัง.....แต่ทว่า จำเป็น 

บทบาทของผู้ให้คำปรึกษา ไม่ได้แค่ทำงานในห้องสี่เหลี่ยมแล้ว จบลงตรงนั้น การติดตามการใส่ใจเรื่องเล็กน้อย เป็นเรื่องต่อเนื่องที่ต้องทำกับคนชายขอบเหล่านี้

การปรึกษาเพื่ออิสระภาพของมนุษย์ ใช้วิธี "แก้ลำ" (Contradiction) ในการช่วยแก้ปมทางจิตใจ

การแก้ลำ

คือการทำให้ผู้ที่มาปรึกษาได้มองอีกด้านหนึ่งเพื่อให้เห็นศักยภาพและคุณค่า ด้านมนุษย์สมบูรณ์แบบภายในตัวเอง

การฟังเป็นการแก้ลำวิธีการสำคัญ  การปรึกษาถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเยียวยาผู้คนอีกด้วย

การฟังอย่างใส่ใจ ปราศจากอคติและการตัดสิน จะช่วยให้ผู้พูดรับรู้ว่ามีคนยอมรับตัวเองอย่างแท้จริงทำให้รู้สึกปลอดภัยและเกิดความรู้สึกไว้วางใจระหว่างกัน

การช่วยให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงเรื่องราวของชีวิตในบางด้าน โดยเฉพาะด้านที่เป็นแบบแผนแห่งความทุกข์ สามารถทำได้โดยการฟังอย่างแท้จริง...การฟังอย่างใส่ใจจะทำให้ผู้เล่าสามารถพูดถึงเรื่องของตนที่เต็ฒไปด้วย

ความรู้สึกอย่างเต็มที่...เมื่อเราได้สัมผัสกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในเบื้องลึกของตน จะส่งผลให้เราตระหนักรู้ถึงความต้องการของตนเองในฐานะ "มนุษย์คนหนึ่ง"

 


ผมไม่สรุป เรื่องราวผู้รับคำปรึกษาคนนี้ให้ในบันทึกนี้ แต่ขอถ่ายทอดเป็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิต ที่ "คนชายขอบ" คนหนึ่ง เผชิญอยู่... 

                                                                                   Time@Being 

                             ถอดบทเรียน งานประจำ ในวันหนึ่งที่เป็นอดีตของผม