นึกไม่ออกจริงๆค่ะ ว่าจะขัดใจใครเพื่อจะตามใจใคร?
บ่ายวันนี้พอมีเวลาว่าง พี่เม่ยจึงพาเด็กๆไป"ตลาดกิมหยง"ค่ะ  เราวางแผนที่จะไปซื้อชุดนอนใหม่กันคนละ 3 ชุดค่ะ
ก่อนไปก็ต้องสอบถามกันก่อนว่าใครต้องการแบบไหน? เพื่อความสะดวกรวดเร็วเวลาบอกให้คนขายหยิบให้ดูค่ะ  (ทำรีรอชักช้าเดี๋ยวเพื่อนดุให้หล่าว!...)
ความจริงแล้ว พี่เม่ยก็พอจะทราบอยู่ค่ะว่าใครชอบแบบไหน แต่ก็ต้องถามใหม่ทุกทีเผื่อจะเปลี่ยนไปชอบแบบอื่นบ้าง  สุดท้ายก็ได้บทสรุปเหมือนเดิมค่ะ คือ...
  • น้องยิ้มชอบเสื้อคอปกฮาวาย ขายาว
  • น้องจิ้นของขอเป็นเสื้อคอกลม ขาสั้น
  • คุณพ่อบ้านชอยชอบเสื้อคอกลม แต่ขายาว
  • พี่เม่ยชอบชุดกระโปรงนอน (เด็กๆแซวว่า ชุดแม่บ้าน)
เฮ้อ! นี่ขนาดชุดนอนอย่างเดียวนะคะ....ยังต่างใจต่างชอบกันขนาดนี้...
การเลือกซื้อของในตลาด เป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วค่ะ ว่าต้องมีการต่อรองราคากันเล็กน้อยแต่ยาวนาน (คือลดได้เล็กน้อย แต่ใช้เวลานานกว่าคนซื้อกับคนขายจะยอมความกันได้)
ต่อราคากันมากๆเข้า คนขายก็แนะนำว่า "พี่เอาเป็นแบบเดียวกันยกโหลไปเลยสิ จะคิดราคาโหลให้"
พี่เม่ยลังเลใจอยู่พักหนึ่ง ปล่อยให้อารมณ์นักประหยัดเข้าครอบงำ...นึกถึงประโยคเด็ดที่เป็นชื่อหนังสือแปลชื่อดังสมัยเด็กๆ ที่แม่เคยพาไปอ่านที่ห้องสมุดประชาชนค่ะ "เหมาโหลถูกกว่า".....ความจริงเราทำไม่รู้ไม่ชี้ ซื้อชุดนอนแบบเดียวกันไปยกโหลก็ได้นะคะ บังคับใส่กันไปเดี๋ยวก็ชินไปเอง...
แต่....พอคิดไปคิดมา....ไม่ได้อย่างเด็ดขาดค่ะ สำหรับพี่เม่ยแล้ว ทุกคนในบ้านสำคัญเท่ากันหมด  ไม่มีเหตุผลที่เราจะต้องขัดใจใคร..เพื่อที่จะตามใจใคร 
ถึงแม้เราสามารถประหยัดได้สักสิบยี่สิบบาท แต่ถ้าต้องแลกกับความสุขใจของผู้สวมใส่ที่จะได้ของที่ตัวเองพอใจอย่างมาก ไม่คุ้มค่ะ!

ด้วยเหตุนี้ พี่เม่ยจึงซื้อแบบ "เหมาโหล" ไม่ได้

ทั้งๆที่รู้อยู่....ว่าเหมาโหลถูกกว่า...