คำถามที่มีคนถามมากที่สุดในวันนั้นคือ..

เมื่อวานเข้าสอนนักศึกษาเป็นวันแรกของเทอม

นักศึกษาปี ๒ บางคนมารออยู่หน้าห้องเรียนอยู่แล้ว

คุยกันจ๊อกแจ๊กเป็นนกกระจอกแตกรัง สนุกสนานที่ได้มาพบเพื่อนหลังจากปิดเทอมไปอยู่หน้าห้อง ไม่มีใครเดินเข้าไปนั่งรอในห้องสักคน..ราวกับเป็นดินแดนต้องห้าม

ดิฉันเรียกเข้าห้องเรียน เอ้า..เด็กๆ... เข้าห้องเรียนจ้า...

เฮ้ย...อาจารย์มาแล้วเว้ย...เข้าห้อง เข้าห้อง....

หาที่นั่งเลยค่ะ...

เสียงดังจ๊อกแจ๊ก ก็ดำเนินต่อไป ตามจำนวนของนักศึกษาจำนวนมากที่ทยอยเดินเข้ามาในห้องเรียน..

ดิฉันเริ่มแจกแผนการสอนที่เตรียมมา ห้องนี้ควรจะมีนักศึกษาลงประมาณ ๕๐ คน แต่ดูไปดูมา...สงสัยจะไม่ใช่ เพราะที่นั่งในห้องเริ่มหมดลง นักศึกษาเริ่มเดินไปเอาเก้าอี้จากห้องข้างๆ มา..จึงมีคนเดินเข้าเดินออกตลอดเวลา

กว่าจะลงตัวมีที่นั่งกันก็ปาไปไม่ต่ำกว่า ๑๕ นาที..ดิฉันก็เริ่มถามว่านักศึกษามาเรียนวิชานี้เพื่ออะไร แล้วก็ถามว่า เป็นไง ปี ๑ ผ่านไปแล้ว ดีไหม... เด็กหลายคนค่อยๆ ตอบพร้อมหัวเราะ(ฝืดๆ) เป็นเสียงเดียวกันว่า.. “D..ครับ/ค่ะ

ดิฉันก็ให้กำลังใจไปในทำนองว่า..ต้องสู้นะ..เกรดไม่ใช่ทุกอย่าง..เราต้องมาเรียนเพื่อรู้..ไม่ได้มาเรียนเพื่อเกรดเพียงอย่างเดียว..

หลังจากนั้นอธิบายแผนการสอน ตั้งแต่ชื่อวิชา รายละเอียดของวิชา แนวทางการตัดเกรด การให้คะแนนในส่วนต่างๆ ... รวมถึงความสำคัญของการเรียน บทบาทของนักศึกษา บทบาทของอาจารย์ ...

เป็นการตะโกนใส่ไมโครโฟน แข่งกับเสียงนกกระจอกน้อยทั้งหลาย.. ระหว่างที่มีอธิบายก็มีนักศึกษา ๑ คน เดินไปมาอยู่หน้าห้อง ตรงประตูทางเข้าห้องที่เป็นกระจกใส ซึ่งมีทางเดียวอยู่ใกล้ๆ ตรงที่ดิฉันยืนพูดอยู่..

๑ รอบ.. ๒ รอบ ๓ รอบ เด็กๆ เริ่มเห็นเพื่อนที่สวนสนามหน้าประตูห้อง แล้วก็เริ่มหัวเราะ..ดิฉันหันไปก็ยังเห็นเขาเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องแบบจงใจ...ดิฉันก็ถาม.. เอ้า..แล้วจะเข้ามาไหมเนี่ย..

ในที่สุดชายหนุ่มหน้าเป็น ก็เดินเข้ามา เพื่อนๆ เริ่มปรบมือ เฮ... ดิฉันว่า..แปลกดีที่อาการแปลกๆ ของเด็กคนหนึ่งสามารถทำให้เพื่อนๆ รู้สึกสนุกได้... หรือว่าเราสอนไปต้องเล่นตลกไป เด็กถึงจะสนใจกันเนี่ย.. (ฮา..)

สุดท้ายก็สามารถอธิบายจนจบ..ดิฉันพบว่าห้องเรียนเล็กไป ก็ไปเจรจากับคณะขอห้องใหญ่ขึ้นมาแล้วหลังจากเลิก class   สุดท้ายตรวจรายชื่อผู้ลงทะเบียนทางเน็ต พบว่ามีคนลงทะเบียนถึง ๗๐ คน แต่มีคนมาเรียน ๖๕ คน แล้วดิฉันยังเซ็นลงทะเบียนเพิ่มให้เด็กตกค้างไปอีก ๖ คนได้ เผลอๆ ห้องนี้จะมีคนเรียนถึง ๘๐ คน.. ก็คงต้องเตรียมตัวสอนมากขึ้นเพื่อให้เด็กเหล่านี้เรียนได้ความรู้ทั่วถึง..

ตอนอยู่ในห้อง ดิฉันพยายามจะให้เด็กไปลงในตอน ๒ ซึ่งดิฉันสอนอีกวันหนึ่ง แต่เด็กส่วนใหญ่ติดวิชาอื่นๆ ลงไม่ได้ ก็เลยต้องยอมให้มี ๗๐-๘๐ คนในห้องนี้

ตอนเลิก class มีเด็กหลายคนมาถามดิฉันในเรื่องต่างๆ มีคำถามแปลกๆ คำถามหนึ่ง..

อาจารย์ครับ เรียนยังไงถึงจะไม่ง่วงครับ... ผมเรียนวิชาบรรยายแล้วง่วงทุกที... เล่นเอาดิฉันงง..ไปเลยค่ะไม่คิดว่าจะเจอปัญหาแปลกๆ แบบนี้..ชายหนุ่มคนนี้บอกว่าเรียนตอนบ่ายแล้วชอบหลับ  ^ ^ จะบอกว่าอาจารย์ก็เป็น (แต่ไม่ได้บอก...ฮา) ดิฉันก็คุยแนะนำเขาไปเล็กน้อย...

สรุป...

คำถามที่มีคนถามมากที่สุดในวันนั้นคือ..

วันนี้อาจารย์เช็คชื่อหรือเปล่าครับ/ค่ะ

คำถามแปลกที่สุดในวันนั้นคือ..

อาจารย์ครับ เรียนยังไงถึงจะไม่ง่วงครับ

ส่วนคำถามที่กวนที่สุดคือ....

อาจารย์ครับ สายกี่นาทีเรียกว่าสายครับ..  อันนี้เป็นคำถามของหนุ่มหน้าเป็นที่สวนสนามหน้าห้องก่อนเข้าห้องค่ะ.. ^ ^

เอามาเล่าสู่กันฟัง สนุกๆ ค่ะ...