บางที่แผนที่วางไว้อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาทีครับ จากที่คิดว่าจะเป็นนักเรียนนอกกับเขาบ้าง ก็กลายเป็นว่าเป็นนักศึกษาในประเทศกับสถาบันเดิม ในหลักสูตรใหม่ที่ชื่อว่า ภาวะผู้นำและนวัตกรรทางการศึกษา

ผมตั้งใจในเรื่องของการเรียนต่อมาหลายปีมากแล้วครับ ครั้งแรกคือตอนเรียนจบปริญญาโทใหม่ๆ เพื่อนที่เรียนด้วยกันซื้อใบสมัคร ป.เอกที่รามคำแหงมาให้ ผมก็ไปสอบครับ เพราะเสียดายค่าใบสมัคร สุดท้ายก็ยอมรับว่าเรียนไม่ไหวแน่ๆ เพราะค่าเทอมแพงมาก และผมต้องเดินทางขึ้นลงระหว่างกทม.กับปัตตานีทุกสัปดาห์แน่

จากนั้นเมื่อมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา คำถามแรกที่ท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการฯ ถามคือ จะเรียนต่อไหม ผมตอบอย่างมั่นใจครับว่า เรียนต่อแน่นอนครับ ท่านบอกกับผมว่า ดีมาก อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ได้รับตำแหน่งบริหาร ท่านก็ถามผมอีกครั้ง(เมื่อสามปีก่อน) ว่า จะเรียนต่อไหม? ผมตอบว่า เรียนครับ กำลังหาที่เรียนอยู่ แต่คราวนี้คำตอบของท่านเปลี่ยนไปครับ ท่านตอบผมว่า ต้องหาแบบ parttime นะ ผมก็รับปากท่านครับว่า ถ้าจะไปเรียนจะไม่ให้กระทบกับงานที่ได้รับมอบหมายไว้

เมื่อปีที่แล้ว ผมก็แจ้งให้สาขาวิชาทราบว่า ปีหน้าผมจะไปเรียนต่อแบบพาร์ทไทม์ครับ แต่มาเรียนแจ้งให้ท่านคณบดีทราบไว้ว่า ปีหน้าผมจะไปเต็มเวลาครับ (เพื่อให้ท่านเตรียมคนใหม่มาทำหน้าที่แทนผม ล่วงหน้า)

ผมตั้งใจว่าซัมเมอร์นี้จะไปติวเข้มภาษาอังกฤษที่มาเลเซียสักสองสามเดือน แต่แล้วเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อนอาจารย์ท่านหนึ่งมาบอกผมว่า ตอนนี้มอ.ปัตตานี เปิดป.เอก เทคโนโลยีฯ แล้ว ไปสมัครสิ

ตอนนั้นเลยครับ ผมเปิดเวปมอ.ทันทีครับ แต่ว่าเปิดไม่ได้ก็เลยไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม ต่อมาวันที่ 19 ผมก็ได้ข้อมูลทั้งหมดจากเวป ซึ่งถ้าผมจะสมัครจะต้องเตรียมหลักฐานสองสามอย่างครับ ที่สำคัญคือ ใบรับรองประสบการณ์การทำงาน และเค้าโครงวิทยานิพนธ์ ซึ่งสองอย่างนี้ลำบากครับ เพราะช่วงนั้นคณบดีไปต่างประเทศ ที่สำคัญจะหมดเขตรับสมัครในวันที่ 21 พ.ค. ผมเลยคิดเงื่อนไขเล่นๆ ว่า ถ้าสมมุติว่า เช้าวันที่ 21 สองอย่างนี้พร้อมและผมไม่ติดภาระงานสำคัญใดๆ ผมจะไปสมัครทันที

ปรากฏว่าผมได้ทราบว่า วันที่ 21 ท่านคณบดีกลับมาจากต่างประเทศแล้วและนัดประชุมคณะกรรมบริหารคณะ นั่นหมายถึงหนังสือรับรองประสบการณ์ไม่มีปัญหาแล้ว

เหลืออีกหนึ่งเงื่อนไขครับคือ เค้าโครงวิทยานิพนธ์ (ส่วนภาระกิจอื่นๆ เคลียร์ได้หมดแล้ว) ก็เป็นเรื่องแปลกครับ ที่ผมเขียนเสร็จภายในหนึ่งวันกับหนึ่งคืนครับ และในส่วนตัวรู้สึกว่า เค้าโครงวิทยานิพนธ์นี้ผมเขียนได้ค่อนข้างดี น่าจะเหมาะสมสำหรับการสมัครเรียนในป.เอกแล้ว

ในวันที่ 20 ผมเริ่มลังเลใจว่า จะไปเรียนดีหรือเปล่า เพราะตอนนี้ ป.ตรี ป.โท ก็มอ.แล้ว ถ้าอีกหนึ่งปริญญาก็เป็นมอ.อีก เหมือนว่าผมยังอยู่จุดเดิมหรือเปล่า ผมจึงโทรศัพท์ไปหาอาจารย์จีระพันธ์ เดมะครับ เพื่อถามความเห็นท่าน ซึ่งผมคิดไว้เบื้องต้นว่า ถ้าท่านค้านแค่เพียงนิดเดียวผมจะไม่ไปสมัครแน่นอน ปรากฏว่า ผิดคาดครับ ท่านสนับสนุนให้ผมไปเรียนร้อยเปอร์เซนต์เต็ม ผมเป็นงงจริงๆ

สมัครวันที่ 21 ครับ วันสุดท้าย แต่ต้องเข้าประชุมคณะก่อนในตอนเช้า เพื่อขออนุญาตท่านคณบดีด้วย (และขอลายเซ็นต์ในหนังสือรับรองด้วย) ไปถึงบัณฑิตวิทยาลัยตอนบ่ายสองครับ ซื้อใบสมัคร ก็เลยถามเขาว่า มีมาสมัครกี่คนแล้วครับ เจ้าหน้าที่ตอบอย่างรวดเร็ว ยังไม่มีใครเลยค่ะ

เมื่อเปิดซองใบสมัครก็ต้องตกใจครับ ค่าเทอมแพงกว่าที่คิดไว้ เนื่องจากเท่าที่รู้มา ปกติหลักสูตรป.เอกของมอ.อยู่ที่ หมื่นสองหมื่นบาทเท่านั้นเอง แต่ปรากฏว่าหลักสูตรนี้ 57000 บาทต่อเทอมครับ แต่ใจบอกว่าจะเรียนแล้วครับ ค่าเทอมค่อยว่ากันอีกที

ยังไม่ทันยื่นใบสมัครครับ ก็มีคนมาแซงหน้าเสียก่อน เนื่องจากเขาซื้อในสมัครไปก่อนแล้ว เป็นรุ่นน้องผมหลายปีครับ และตอนนี้เป็นอาจารย์อยู่ภาคเทคโนฯ ของมอ.นี้แหละครับ ผมจึงเป็นคนที่สองของการสมัครและเป็นคนสุดท้ายด้วย


ตัวที่ทำให้ผมมั่นใจว่า ผมเรียนที่นี่ หลักสูตรนี้ได้ผล (หมายถึงได้ความรู้เพิ่มแน่ ไม่ใช่ได้แค่ปริญญาบัตร) ก็ตอนที่ทำข้อสอบครับ วันที่ 24 และ 25 พ.ค. วันแรกสอบข้อเขียนครับ วันที่สองสอบสัมภาษณ์วิทยานิพนธ์

สอบข้อเขียน ทำให้ผมเห็นมิติใหม่ของสาขาวิชาที่ผมจะเรียนครับ ทำให้ผมเกิดความท้าทายว่าสาขาวิชานี้เป็นสาขาวิชาที่ผมควรเรียนเป็นอย่างยิ่ง

สอบสัมภาษณ์ อันนี้โดยส่วนตัวมั่นใจมากอยู่แล้วครับ เนื่องจากก่อนหน้านี้ผมเสนอโครงการวิจัยมาเยอะแล้ว ดังนั้นการเสนอโครงการวิทยานิพนธ์จึงน่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ ถึงแม้ว่า เป็นงานที่ใช้เวลาทำเพียงคืนเดียวก็ตาม แต่สุดท้ายก็สร้างความประทับใจให้ผมได้ดีมากครับ เนื่องจากในการถามการตอบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกรรมการสอบสามท่านกับผม ทำให้ผมได้มิติของงานวิจัยเพิ่มขึ้นครับ

ตอนนี้ผลการสอบออกแล้วครับ ผมมีสิทธิได้เข้าไปเป็นนักศึกษามอ.อีกครั้งหนึ่ง แต่นั่นก็บอกถึงปริมาณงานของผมในปีหน้าครับว่า มากขึ้นอีกเท่าตัวเช่นกัน เนื่องจากผมจะจบช้าไม่ได้ครับ ค่าเทอมแพงครับ ช้าหนึ่งปี หมายถึงต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกเป็นแสนครับ

มีใครให้ยืมแบบไม่ทวงคืนบ้างครับ?