เมื่อวานเย็นอาจารย์แป๋วพาไปรับพี่หนิงกับน้องออย เพื่อไปถ่ายรูปคู่กับดอกแก่นตะวันค่ะ ทั้งนางแบบ(พี่หนิง+น้องออย) และช่างภาพ(อ.แป๋ว)ไม่หวั่นแม้ฝนจะตกปรอยๆ แล้วเราก็ไปที่โอเอซีสเพื่อไปกินสุกี้ตามคำเชิญของอาจารย์หมอ JJ เจ้ามือที่ไปรอก่อนแล้ว และหลังจากสุกี้มีโรตีเป็นของหวาน ก่อนที่อาจารย์แป๋วจะรีบแยกตัวก่อนเพราะมีนัดสำคัญตอนสองทุ่ม
และเมื่อวานน้องได้ไปเดินที่ซื้อของที่ makro ค่ะ เดินไปเจอ "ลูกไหน" กับ "ลูกพลัม" ลักษณะคล้ายๆกัน แต่ลูกไหนโตกว่า สีสันน่ากินทั้งคู่แต่ไม่เคยกินสดๆแบบนี้ เลยซื้อลูกพลัมมาค่ะเนื่องจากลูกดูสวยน่าทาน แถมราคาไม่แพงด้วย กลับห้องพักล้างแล้วชิมดูปรากฏว่ารสออกฝาดนิดๆเปรี้ยวหน่อยๆค่ะ แต่ก็พอใช้ได้

เช้านี้เลยอยากรู้ว่าเจ้าลูกพลัมนี่ทำอะไรอร่อยบ้าง แถมมีคุณค่าอะไรบ้างก็เปิดอินเตอร์เน็ตแล้วค้นหาค่ะ (ใช้บริการเดิมของ Google) ผลที่ได้จากหลายๆแห่ง ให้ข้อมูลรวมๆว่า
- ลูกพลัมถ้าตากแห้งก็คือ “ลูกพรุน”
- ลูกพลัม :อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันการถูกทำลายของไขมันซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในเซลล์สมองของคนเรา
- เนื้อผล ประกอบด้วยน้ำตาลวิตามินเอสูงมาก มีวิตามินซี ธาตุฟอสฟอรัส และแคลเซียมผลแห้งมีวิตามินเอสูงกว่าผลสดถึง 3 เท่า ส่วนธาตุแคลเซียมธาตุฟอสฟอรัสเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าตัว ส่วนผลสุก เป็นยาธาตุ แก้ท้องเดิน ก้านผล กลีบเลี้ยง ใช้แก้อาการสะอึก ผลดิบ ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง
และเย็นนี้ได้เมนูในการทำลูกพลัมแล้วค่ะว่าจะลองไปทำดูส่วนผสม
1. ลูกพลัมสุก 2 ลูก
2. น้ำเชื่อม 1/3 ถ้วย
3. เกลือป่น 1/4 ถ้วย
4. น้ำต้มสก 1/2 ถ้วย
วิธีทำ
1.ล้างลูกพลัมให้สะอาด ปอกเปลือกฝานเอาแต่เนื้อ
2.ใส่เนื้อลูกพลัมลงในโถปั่น ใส่น้ำต้มสุก เกลือ น้ำเชื่อมแล้วปั่นให้ละเอียด
3.ใส่น้ำแข็งลงในแก้วเทน้ำพลัมใส่พร้อมเสิร์ฟ
ที่มา :
- สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารสุข : น้ำสมุนไพร 108
ได้ความรู้ กับของดีๆ อีกแล้ว
อยากชิมสักครั้ง….ทำไงดี
การถ่ายภาพวันนั้นสวยมากเลยนะ เสียดายน้องไม่ยอมเป็นนางแบบ จะได้นำมาขึ้นบล็อกโชว์ซะหน่อย
เคยทานลูกพลัม หรือพรุนสด ที่หวานๆ ค่ะ อร่อยมากๆๆๆ แต่ที่น้องให้สูตรมานี่ก็น่าทานเนอะ แล้วจะได้ชิมมั้ยคะเนี่ย