ฟังแล้วสุดสงสารเด็กเป็นที่สุด อย่างนี้เรียกว่าบาปบริสุทธิ์ หรือไม่

         ในชีวิตของความเป็นครูบ้านนอก  สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคือสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้  จากการเป็นครูคนใหม่ เมื่อได้เข้าไปเป็นครูก็จะได้ยินครูเก่าในโรงเรียนนั้น บรรยายสรรพคุณของเด็กๆในแต่ละคน “ โอ๊ย ! เจ้านี่นะหรือใครก็กระตุ้นไม่ขึ้น ....ลองดูก็ได้ ”  ฟังแล้วสุดสงสารเด็กเป็นที่สุด  อย่างนี้เรียกว่าบาปบริสุทธิ์ หรือไม่    จากคำพูดในวันนั้นเป็นแรงบันดาลใจที่จะพยายามทำให้”เจ้านี่”ของครูคนนั้นอ่านและเขียนหนังสือให้ได้...

         ด้วยความพยายามจากวันนั้นถึงวันนี้ ไม่ยากอย่างที่คิดหรือที่ใครๆพูดและเป็นสิ่งที่ไม่เหนือบ่าฝ่าแรงสำหรับความเป็นครูบ้าน
นอก อย่างเรา.... 


        ด้วยวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็ก  จะเห็นว่าเด็กวัยประถมศึกษาจะชอบวาดภาพ ชอบการละเล่นที่สนุกสนาน  สนใจสิ่งที่ใกล้ตัว   การจับจุดตรงนี้มาเชี่ยมโยงกับการจัดกิจกรรมการเรียนโดยเริ่มจากตัวเด็กก่อนแล้วต่อด้วยสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเด็ก เช่นที่บ้าน หรือชุมชน 

          ประการแรกเรานำชีวิตประจำวันมาผสมผสานกับศิลปะ  เช่น  บ้านของนักเรียนอยู่ตรงไหน...เด็กก็จะช่วยกันตอบ(ปฏิกิริยาการตอบของเด็กจะกระตือรือร้นอย่างมีความสุข ) ครูจึงพูด คำศัพท์ “ HOUSE ” พร้อมทั้งชูภาพบ้านให้นักเรียนดู  และสนทนาต่อ “ ไหนบ้านใครมีลักษณะเป็นอย่างไร  สีอะไรลองวาดให้ครูดูหน่อยซิคะ” แล้วอย่าลืมเขียน HOUSE” ลงไปดวยนะคะ......นี่เป็นสิ่งเล็กๆน้อยสำหรับครูบ้านนอกอย่างครู “ Engฯ ”  ที่พยายามจะทำให้นักเรียนได้เรียนภาษาอังกฤษอย่างมีความสุขและไม่เบื่อ  ซึ่งครู“ Engฯ ” จะพยายามทุกวิถีทางที่จะไม่ให้มีบาปบริสุทธิ์ในโรงเรียนบ้านนอกของเรา หรือต้องไม่มีใครมาว่าเด็กของเราว่า “ โ...ง........

ครู“ Engฯ ”

unknown
 มาแล้วค่ะ

ใช่ไหมเนี่ย