ตอนที่นั่งรถจากมะนิลลาเพื่อไปทีอาร์มิเดลและคอฟฟ์ ฮาร์เบอร์ ขณะอยู่ในรถอาจารย์ประวิทย์ได้ให้พวกเราในรถได้พูดความรู้สึกเกี่ยวกับการมาทัศนศึกษาในครั้งนี้ซึ่งมีทั้งสิ้น 9 คน ทำให้ผมได้คิดวิเคราะห์เกี่ยวกับองค์ประกอบของผู้ที่ร่วมทัศนศึกษาด้วยกันทั้ง 9 คน ซึ่งผมคิดว่าเป็นองค์ประกอบที่เติมเต็มเป็นอย่างยิ่ง โดยมาจากส่วนต่างๆของระบบสาธารณสุขของไทยอย่างครอบคลุมทั้งความรู้และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน  ดังนี้

         เจ๊ซูหรือพี่สุวรรณา ตีระวณิชย์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขากุมารเวชกรรม ในโรงพยาบาลทั่วไป มีประสบการณ์ทำงานกว่า 20 ปี ในพื้นที่ชนบททางภาคเหนือของประเทศไทย มีความสนใจในเรื่องต้นทุนค่าบริการในโรงพยาบาล มีประสบการณ์สอนนิสิตแพทย์ปี 4 ของมหาวิทยาลัยนเรศวร และเป็นผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาโรงพยาบาลแพร่ ซึ่งถือเป็นรองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรด้วย

         พี่กฤช จารุชาติ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาสูตินรีเวชกรรมที่โรงพยาบาลพุทธชินราชระยะหนึ่งแล้วย้ายไปเป็นแพทย์หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม ที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ในช่วงที่มีการปรับจากโรงพยาบาลทั่วไปเป็นโรงพยาบาลศูนย์  ทำงานมากเกือบ 20 ปี มีประสบการณ์สอนนิสิตแพทย์ของคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ประมาณ 10 ปี ในสาขาวิชาเวชศาสตร์ชุมชน เวชศาสตร์ครอบครัวและอาชีวเวชศาสตร์ และรับผิดชอบงานPCUของโรงพยาบาลอุตรดิตถ์

           พี่ชัยเวช ธนไพศาล เป็นศัลยแพทย์ทรวงอก (Subspecialty) และหัวหน้ากลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลศูนย์เชียงรายประชานุเคราะห์ ทำงานมากว่า 15 ปี เคยมีประสบการณ์ฝึกอบรมศัลยแพทย์ทรวงอกที่โรงพยาบาลนอร์ทชอว์ เมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย มีความสามารถในการพูดและฟังภาษาอังกฤษดีมาก กำลังจะเข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์แพทย์ศาสตร์ศึกษาโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และรับสอนนิสิตแพทย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร

          พี่เสรี วุฒินันท์ชัย เป็นกุมารแพทย์ในโรงพยาบาลพิจิตร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลทั่วไป ที่เป็นศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวรและเปิดสอนเป็นปีแรก มีประสบการณ์ในการทำงานในเขพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างหรือภาคกลางตอนบนกว่า 15 ปี   
          หมอเดือนหรือสาวิตรี ตันเจริญ เป็นน้องเล็กสุดเพราะจบแพทย์มาได้ประมาณ 5 ปีเป็นบัณฑิตแพทย์รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเป็นแพทย์ที่ฝึกอบรมเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัวโดยตรง ปัจจุบันกลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ในภาคเหนือตอนล่าง มีประสบการณ์สอนนิสิตแพทย์  มีประสบการณ์การทำงานในโรงพยาบาลเอกชน ปัจจุบันรับผิดชอบงานPCUของโรงพยาบาลพุทธชินราช เป็นน้องโรงเรียนผมที่สวรรค์อนันต์วิทยา อ. สวรรคโลก (จ.สุโขทัย) แต่ไม่ทันกันเพราะห่างกัน 7-8 ปี

          ผม เป็นแพทย์ที่ทำงานในโรงพยาบาลชุมชนมาตลอด 12 ปี ผ่านมา 2 จังหวัด 3 โรงพยาบาล มีประสบการณ์เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลมา 3 โรงพยาบาล ทั้งขนาด 10 เตียง, 30 เตียงและ 60 เตียง  เคยอยู่โรงพยาบาลที่ไกลที่สุดของจังหวัด(120 กม.)และโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดของจังหวัด(24 กม.) เคยอยู่โรงพยาบาลที่มีแพทย์คนเดียว, 2 คน, 3 คน,4 คน,5คนและ 6 คน เคยเป็นทั้งแพทย์ประจำและผู้อำนวยการ  เคยอยู่ในจังหวัดที่มีโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่(ลำปาง) และอยู่ในจังหวัดที่มีโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก(ตาก) เคยทำงานในพื้นที่รอยต่อของจังหวัดและพื้นที่ที่อยู่ใกล้ตัวจังหวัด  เคยอยู่ในโรงพยาบาลที่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่จบใหม่อายุไม่เกิน 30 ปี กับอยุ่ในโรงพยาบาลที่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่อาวุโส และเป็นแพทย์ที่ได้เฉพาะทางด้านเวชปฏิบัติทั่วไปและเวชศาสตร์ครอบครัว

          อาจารย์หมอไพจิตร ปวะบุตร  (ศาสตราจารย์พิเศษ)เป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ทำงานในกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่ระดับอำเภอจนถึงปลัดกระทรวง มีประสบการณ์ในการเริ่มก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปัจจุบันเป็นคณะกรรมการระดับประเทศหลายชุด และเป็นคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

          อาจารย์หมอบุญชอบ พงษ์พานิช (ศาสตราจารย์) เป็นกุมารแพทย์โรคหัวใจ(Subspecialty) เป็นอาจารย์แพทย์ที่รามาธิดีจนเกษียณอายุและเคยป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์ รามาธิบดี ปัจจุบันเป็นประธานมูลนิธิโรคหัวใจเด็กแห่งประเทศไทย   ที่นำการแพทย์เฉพาะทางให้เข้าสู่ชนบท

          อาจารย์ประวิทย์  เตติวัฒน์ เป็นแพทย์โรคผิวหนังจากอเมริกาและสอบอนุมัติบัตรเวชศาสตร์ครอบครัว จบรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต(เกียรตินิยม) จากนิด้า มีประสบการณ์ทำงานภาคราชการที่โรงพยาบาลพุทธชินราช เคยทำงานในโรงพยาบาลเอกชน เคยเป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ของมหาวิทยาลัยนเรศวรในยุคเริ่มก่อตั้ง ปัจจุบันเป็นอาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรและกำลังศึกษาปริญญาเอกด้านHealth services management อยู่ที่มหาวิทยาลัยนิวอิงแลนด์ ด้วยทุนของ กพ. เป็นพี่รหัสผมที่นิด้า แต่จบแพทยศาสตรบัณฑิตรุ่นเดียวกันแต่คนละที่ อ.ประวิทย์จบที่รามาธิบดี ส่วนผมจบที่เชียงใหม่

         ทั้ง 9 คน นี้จะได้ร่วมรับฟัง ศึกษาดูงานและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเพื่อจัดทำบรรยายนำเสนอในวันสุดท้ายของการเรียน ซึ่งจะพบว่ามีทั้งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข โรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลชุมชน การทำงานในจุดที่แตกต่างกันในระบบบริการสุขภาพของไทย จะทำให้เปิดมุมมองในแต่ละส่วนที่ตนเองสัมผัสให้คนอื่นๆได้รับรู้ได้ แล้วจะนำข้อสรุปนำเสนอให้ที่ประชุมแพทย์ของเขตนิวอิงแลนด์ได้รับทราบในวันสุดท้ายก่อนกลับเมืองไทย