ขอกันดี ๆ ก็ยินดีจะให้

แค่หัวข้อ ผู้อ่านอย่าเพิ่งคิดว่าผมเป็นคนนิสัยไม่ดี ยืมหนี้สิ้นผู้อื่นมาแล้วไม่ใช้ จนเขาต้องมาทวงนะคับ  แต่ที่อยากจะเล่าให้อ่านก็คือ  ตัวผมไม่รู้เป็นอย่างไร อยู่ดี ๆ ก็มักจะมีคนมาขอเงินบ่อยมาก  หลาย ๆ ครั้งเข้ามาหา พี่ครับ ผมมาที่เพื่อนแถวนี้ ตอนนี้เงินไม่พอจะนั่งรถกลับบ้าน ขอเงินกลับบ้านหน่อย  หรือไม่ก็ ขอเงินกินข้าวหน่อย เงินหมดแล้ว อะไรทำนองนี้   แต่ที่ล่าสุด 2 เหตุการณ์ ที่ทำให้ผมคิดอะไรขึ้นมาได้ คือ  เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (22 พ.ค.)ผมขับรถไปล้างอัดฉีดที่ปั๊มน้ำมันแถว ม.เกษตร   ยืนรอให้เด็กดูดฝุ่นในรถ   มีผู้ชายค่อนข้างมีอายุแต่ไม่มากคนหนึ่ง เดินเข้ามาพูดว่า ผมขับรถมาทำธุรแถวนี้ รถจอดอยู่ตรงนั้น   เผอิญจะกลับบ้านแถวมีนบุรีแล้วน้ำมันหมด เงินผมมีไม่พอเติมน้ำมัน จะขอรบกวนสัก 100 บาท เติมน้ำมันให้พอกลับบ้านจะได้ไหมครับ  ผมก็มองหน้า เขา แล้วหันไปดูรถของเขาที่จอดอยู่ ก็หยิบเงินในกระเป๋าให้   เขาก็พูดว่า ขอบคุณในน้ำในคุณในครั้งนี้นะครับ  แล้วก็เดินไปขับรถไปเติมตรงปั๊ม  จากนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกต่อไป แต่ก็คิดว่า เขาก็กล้าจะมาขอ  ผมก็ให้ได้ ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรง ถือว่าช่วยได้ก็ช่วย  เผื่ออนาคตผมเดือดร้อน ผมอาจจะเป็นอย่างเขาก็ได้    อีกใจหนึ่งก็คิดว่า  เขามาขอดีกว่าเขามาปล้นหรือขโมย    หรืออีกความคิดก็คือ  ชาติที่แล้วเขาอาจจะเป็นเจ้าหนี้ผมก็ได้  ชาตินี้เลยมาทวงหนี้คืนและผมก็ต้องให้เขาด้วย  ถือว่าหนี้ที่ค้างกันชาติไหน ๆ ขอให้มันยุติลงเพียงเท่านี้ละกัน แล้วมีอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันนี้เอง  (27 พ.ค.)  ผมนั่งรอรถเมล์หน้า ม.เกษตร  อยู่ดี ๆ มีผู้ชายดูไม่ดีเท่าไหร่ มานั่งข้าง  ๆ แล้วพูดว่า ขอเงินสิบบาท  แค่นี้เอง  ผมก็ยืนขึ้น หยิบเงินในกระเป๋ากางเกง แล้วบอกไปว่า ไม่รู้มีครบไหม แล้วก็ยื่นเหรียญที่มีอยู่ให้เขาไป  ผู้ชายคนนั้นพอรับเงินได้ ก็เดินต่อไป  ผมหันไปมองแวบเดียวไม่ได้มองตามต่อไป เพราะไม่อยากจะสนใจ  สำหรับกรณีนี้ ผมว่าผมกลัวเขานะ เพราะดูท่าเขาไม่ค่อยจะดีสักเท่าไร  เลยรีบหยิบ ๆ ให้ไป  ก็คิดว่าดีกว่าโดนกระชากกระเป๋า หรือ ขู่เอาเงิน  และปลอบใจตัวเองว่า เราคงเป็นหนี้เขาชาติที่แล้ว ชาตินี้เขาก็มาทวงคืนอีกครั้ง ขอให้จบ ๆ กันไปนะ