นักปราชญ์ที่แท้จริงต้องพยายามเข้าใจและหาคำอธิบายถึง ธรรมชาติ (natural truth) และมนุษย์ ในทุกๆ เรื่องอย่างเป็นระบบ

สืบเนื่องจากบันทึกเรื่องความดีอยู่ที่ไหนในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์   อาจารย์เอื้อมพร ของคณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ . น้องรักอีกคนเขียนมาเล่าให้ฟัง

   ในยุคโบราณของการสร้างสะสมภูมิความรู้  เราเรียกผู้มี การศึกษาว่านักปราชญ์” (Philosopher) นักปราชญ์สมัยก่อนนั้น ต้องรอบรู้ทุกเรื่องไม่มีการแยกศาสตร์ ไม่มีการแยกสายวิทย์ หรือสายศิลป์ ไม่มีการแยกวิชาใดๆ ทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น Leonardo Da Vinci เป็นทั้งแพทย์ นักดาราศาสตร์ วิศวกร นักปรัชญา ศิลปิน นักเขียน…  ไม่ใช่มีเพียงเฉพาะ Da Vinci เท่านั้น แต่ยังมีคนอื่นๆ อีกมาก เช่น Descartes หรือ Jean Paul Sartre (ทฤษฎี Existentialism) เป็นต้น…   ที่ไม่มีการแยกศาสตร์ เพราะนักปราชญ์ที่แท้จริงต้องพยายามเข้าใจและหาคำอธิบายถึง ธรรมชาติ (natural truth) และมนุษย์ ในทุกๆ เรื่องอย่างเป็นระบบ ……” <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">มุมมองนี้ ไม่ต่างกับความเป็นปราชญ์ของตะวันออก  </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แล้วอาจารย์เอื้อมพรก็กล่าวถึง Adam  Smith ผู้ก่อเกิดวิชาเศรษฐศาสตร์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">
หนังสือของ Adam Smith ที่ชื่อว่า The Theory of Moral Sentiments นั้นเป็นผลงานที่ล่ำลือกันในยุคนั้นมาก เมื่อเทียบกับ The Wealth of the Nation ในตอนหนึ่งของหนังสือดังกล่าว Smith ตั้งคำถามพื้นฐานว่า: “Why do we regard certain actions or intentions with approval and condemn others?” (ทำไมเราจึงยอมรับการกระทำหรือเจตนารมณ์บางอย่างว่าดี และทำไมเราจึงไม่ยอมรับการกระทำหรือเจตนารมณ์บางอย่าง)”  </p>
   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ณ เวลานั้น มีหลากหลายความคิดเห็นมาก  บางคนบอกว่า ผิดหรือถูกขึ้นอยู่กับกฎระเบียบสังคม  บางคนบอกว่า Moral principles น่าจะพิสูจน์ได้โดยวิธีทางคณิตศาสตร์   แต่ Smith มีความคิดที่แหวกแนวจากความคิดเดิมๆ ในยุคนั้น คือ คนเราเกิดมามีความรู้สึกทางจริยธรรม (moral sense) ฝังลึกอยู่ข้างใน เช่นเดียวกับมีความคิดเรื่องความงดงาม และความสงบ    ความรู้สึกนึกคิดลึกๆ (conscience) ของตัวเราเอง บอกเราได้ว่าอะไรผิด อะไรถูก โดยไม่ต้องมีกฎหมายที่เป็นผู้ชี้ขาด อีกส่วนหนึ่งคือความเอื้ออาทร (sympathy) ทั้งสองสิ่งนี้จะเกื้อให้มนุษย์อยู่ร่วมกันได้อย่างดีและมีความเป็นระเบียบ  เพราะฉะนั้น จริยธรรมจึงเป็นผลิตผลของธรรมชาติ ไม่ใช่ผลิตผลของ 'เหตุผล'</p>

 
ซึ่งบนพื้นฐานที่กล่าวมานี้ ต่อมา ใน Wealth of Nation  Smith จึงจะค่อยๆเริ่มนำเสนอและอธิบายว่า ‘invisible hand’ หรือมือที่มองไม่เห็น  จะนำไปสู่สังคมที่เอื้ออาทร ไปด้วยกันกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ”    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> อาจารย์เอื้อมพรสรุปว่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เพราะฉะนั้น โดยคร่าวๆ  ก็คือ ก่อนจะพัฒนามาเป็นศาสตร์ที่แยกออกมาให้เป็นรูปธรรม (และมีความละเอียดอ่อนน้อยลงมาเรื่อยๆแบบทุกวันนี้) แท้จริงแล้วมีเบื้องหลังที่ลึกซึ้งมากกว่าที่อยู่ในตำราสมัยใหม่ไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ตาม  ดังนั้น เมื่อเรามองข้ามปรัชญาเช่นใน The Theory of Moral Sentiments เราก็จะมองเห็นเฉพาะ ‘invisible hand’ ที่มองแบบหยาบๆว่าสิ่งที่มีค่าทางราคาเท่านั้นที่ควรค่าแก่การให้คุณค่า แล้วมองว่าเศรษฐศาสตร์มีอะไรอยู่เพียงเท่าที่เห็น</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ไม่ใช่เพียงเศรษฐศาสตร์เท่านั้น แต่ศาสตร์อื่นๆในปัจจุบันก็มีลักษณะคล้ายกัน …..การแบ่งงานกันทำแล้วได้มาซึ่งเครื่องมือการวิเคราะห์ที่ลงลึก แต่ต้องสูญเสียความเป็นองค์รวม..และมองข้ามความละเอียดของจริยธรรม … </p>    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เราจะทำอย่างไร ... ถ้าไม่ใช่ต้องทำให้ความลึกแต่ละแท่งของนักวิชาการแต่ละคน หลอมละลายรวมกัน  ทำงานร่วมกัน เพื่อประโยชน์สุขของสังคม</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">…ถึงจุดนี้ นึกแวบไปถึงการ์ตูนญี่ปุ่นแทบทุกเรื่องที่สอนเรื่องเดียวกัน  คือ  ทีมงาน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>