การใช้ชีวิตกับป่าคือการเข้าใจกฎเกณฑ์ธรรมชาติ การเข้าใจธรรมชาติ ก็สามารถเอาธรรมชาติมาเป็นประโยชน์แก่ชีวิตมนุษย์ได้ หากไม่เข้าใจก็อาจเกิดอันตรายได้และอาจถึงแก่ชีวิต แต่เชื่อว่าการใช้ประโยชน์จากป่าแบบเพื่อยังชีพนั้นไม่อาจทำให้ป่าพินาจได้ แต่เมื่อใดที่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเชิงปริมาณเข้ามา เมื่อนั้นป่าก็มิอาจคงสภาพความอุดมต่อไปได้ มนุษย์เรียนรู้ทุกสิ่งได้ เข้าใจได้ แต่มนุษย์ก็เลือกปฏิบัติ เพียงเพื่อส่วนตนเท่านั้น

ป่าบางแห่งถูกระบายด้วยสีของใบไม้ ซึ่งเรามักเห็นรูปที่มาจากต่างประเทศ สวยงามน่าสัมผัส ความจริงในประเทศไทยก็มีป่าที่มีสีสันแบบนั้นหรือใกล้เคียงของต่างประเทศ เช่น ที่ป่าน้ำหนาวจังหวัดขอนแก่นในช่วงเดือนธันวาคมทุกปีผู้คนรักป่าจะแห่กันไปกางเต็นท์สัมผัสความหนาวและสีสันของใบไม้ป่า  ซึ่งจะอวดสีสันไม่นานวันเท่าไหร่ก็ร่วงโรยลงพื้นจนหมดสิ้น  

สีสันอีกอย่างของป่าคือผลไม้ป่าทั้งที่กินได้และกินไม่ได้ หลายชนิดเราไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ และสีสันมันชวนให้ลิ้มรส 

บนดอยสีเสียดผู้บันทึกสัมผัสมาเมื่อวันที่ 15 นั้น พบจุดแต้มของป่าด้วยสีของผลไม้ป่า ที่ไม่เคยพบมาก่อน 2-3 ชนิด สีของผลไม้น่าที่จะมีความหมายในทางพฤกษศาสตร์อยู่บ้าง 

แรกสุดที่ผู้บันทึกตื่นเต้นคือผล มังคุดป่าได้ยินชาวบ้านเอ่ยชื่อก็แปลกใจ ทำไมเรียกมังคุดป่า เพราะในการรับรู้ของเรานั้น มังคุดมีเปลือกสีม่วงแก่ เข้ม เปลือกหนา แต่สิ่งที่ชาวบ้านเรียกว่ามังคุดป่านี้มันไม่ใช่สีดังกล่าว แต่เป็นสีเหลืองส้มสดใส  ขนาดของผลก็พอๆกับมังคุดสีม่วง เห็นตกตามพื้นทั่วไป ชาวบ้านหยิบมาแล้วก็ผ่าให้ดูลักษณะภายใน ก็เหลืองส้มไปทั้งหมด แต่เปลือกบางกว่า และ ลักษณะเนื้อในเหมือนมังคุดที่มีเป็นกลีบ แต่ก็ยังเป็นสีเหลืองส้ม ชาวบ้านบอกกินได้ แต่จะมียางกินมากๆจะติดฟันจนเหลือง ผู้บันทึกลองชิมดู มีรสหวานนิดๆแต่รสฝาดมีมากกว่า ดุดไปดูดมาให้รู้รสเต็มที่ก็รู้สึกว่ายางที่มีอยู่จะติดฟัน ไม่อร่อยครับ  แต่กินได้ คนเดินป่าเดินดอยจะเอาผลไม้อร่อยแบบที่มีวางขายในตลาดได้อย่างไร และหากมังคุดป่านี้อร่อยจริงก็คงไม่เหลือหรอถึงวันนี้หรอก 

เดินต่อไปอีกไม่นานเท่าใดชาวบ้านก็ชี้ให้ดูเถาไม้และมีผลไม้สีเหลืองอยู่  นี่ก็กินได้ ชาวบ้านบอกแล้วคว้ามา เห็นยางเต็มลูกเลย ยางมากกว่าเจ้ามังคุดป่าเสียอีก แต่ก็ลองชิมดู  อื้อ...มีรสเปรี้ยวอมหวาน แต่ไม่จัดจ้านเท่าใด น่ากินกว่ามังคุดป่าสีสวยนั่นเสียอีก  แต่เจ้ายางที่มากมายนี่แหละที่เป็นอุปสรรคและลดค่าของมันลงมาในแง่การบริโภค แต่ใครจะรู้ว่าคุณค่าทางโอสถนั้นอาจจะมีมากมายก็ได้  

ตรงที่เราพบควายชาวบ้านพักระหว่างทางนั้น ชาวบ้านชี้ให้ดูต้น หนามแท่ง  แล้วอธิบายว่า ลูกหนามแท่งนี้ สมัยก่อนชาวบ้านมาเก็บลูกแก่เอาไปใช้ซักผ้า เพราะเขามีฟองและมีคุณสมบัติที่สามารถใช้ซักผ้าได้ แต่ปัจจุบันระบบตลาดได้ผูกมัดจิตใจคนดอยให้ใช้ผงซักฟอกสมัยใหม่เสียหมดแล้ว ผู้บันทึกไม่ทราบว่ามีการศึกษาวิจัยเรื่องนี้กันมากน้อยแค่ไหน ประเด็นคือว่า คุณสมบัติของผลไม้ป่าชนิดนี้ น่าที่จะทำประโยชน์ได้มากกว่านี้ เป็นสมมุติฐานเบื้องต้นแค่นั้นครับ 

ในที่สุดเราก็มาพบผลไม้ที่สะดุดตามากที่สุด และเป็นช่วงที่เขากำลังเปล่งพลังสีของป่าออกมาอย่างสุดๆ และเป็นผลไม้ที่เด็กอีสานทั่วไปรู้จักดีอยู่แล้ว ทุกคนเคยลิ้มรสที่สุดเปรี้ยว แต่ก็ชอบกิน เขาคือ มะแงวสีแดงสดนี้มองเห็นแต่ไกล ยิ่งมาใกล้ชิดก็ยิ่งดึงดูดให้เราอยากปลิดเจ้ามาเชยชม  มะแงวที่ดงหลวงเคยพบต้นที่มีรสหวานแต่ไม่ได้อยู่ในป่า  เข้าใจว่าชาวบ้านเอาจากป่ามาปลูกในบ้าน  แต่มักไม่เหลือ เพราะเด็กๆชนบทจะปีนขึ้นต้นโน้มกิ่งเอามากินกันไม่เหลือหรอ  มีคนคิดจะเอาไปทำน้ำผลไม้ดื่มเหมือนหว้า หมากค้อ และหมากเม่าที่กลุ่มเกษตรกรอินแปงนำมาทำน้ำเข้มข้นดื่มกันแล้ว ได้ข่าวว่ามีโอกาสใช้เป็นเครื่องดื่มบนเครื่องบินไทยอินเตอร์เสียด้วย 

ผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่นายพรานล่าสัตว์มักจะค้นหาว่ามันมีอยู่ที่ไหนบ้าง คือ หว้าใหญ่เพราะผลสุกของมันจะเป็นที่ชื่นชอบของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะตัวบ่างไม่ใช่บ่างช่างยุนะครับ เล่ากันว่าขี้เพลี้ยของบ่างนี้ เอร็ดอร่อยนักหนาใครเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม สมัยผู้บันทึกทำงานที่สะเมิง เคยมีโอกาสได้ชิมบ้าง ก็เห็นอย่างที่ใครๆคุยกันว่าอร่อย  เหตุนี้กระมังที่ทำให้ บ่างหายากเต็มทีแล้ว 

เมื่อพวกเราขึ้นไปบนสุดยอดดอยสีเสียด พบต้นไม้ชนิดหนึ่งขึ้นอยู่ที่หน้าผาชัน ผมถามทันทีว่านั่นเป็นต้น สะตอป่าใช่ไหม ชาวบ้านบอกว่าใช่ทันที พอดีช่วงนี้ไม่มีฝัก ไม่เช่นนั้นคงมีการขึ้นเอาฝักมาผัดกินแล้วหละ  ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบกินผัดสะตอ หรือเอามาจิ้มน้ำพริก แม้ว่ารสโดยเฉพาะกลิ่นจะรุนแรงขนาดไหนก็ตาม ก็มันอร่อยนี่ครับ ชาวบ้านรู้จักกินสะตอป่ามานานแล้วเหมือนกัน สมัยอยู่ป่าก็อาศัยพวกนี้แหละ และหลายคนก็เอาไปปลูกในสวนหรือป่าครอบครัวกันแล้ว นับว่าเป็นการสนองแนวคิดเครือข่ายไทบรูที่ว่าอยากกินอะไรก็ปลูกสิ่งนั้น  และแนวคิดยกภูพานมาไว้ในสวน 

สหายเด่นเล่าให้ฟังว่าสมัยอยู่นั้นบางช่วงอดอยากมาก ไม่มีข้าวกิน ข้าวที่มีเหลืออยู่นั้นน้อยจึงใช้วิธีต้มข้าวต้มแล้วใส่น้ำเยอะๆ แบ่งปันกันกิน ก็คนเป็นร้อยๆที่อยู่บนดอยนั้นมันจำเป็นที่จะต้องทำอย่างนี้ เพื่อให้ พอมีกินแต่บ่อยครั้งที่ต้องออกไปขุดกลอยป่ามาผ่านกระบวนการเอาพิษออกแล้วก็นึ่ง หรือหุง หรือใส่กับข้าวต้มกินแทนข้าว  ก็กลอยที่ในตลาดเอามาทำขนมขายให้เราซื้อกินนั่นแหละครับอันเดียวกัน คงทราบดีว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างนะครับถึงจะเอาพิษออกจากกลอยก่อนที่จะกินได้ ก็ขุดเอาหัวกลอยมา ฝานหัวกลอยออกเป็นแว่นๆเอาไปแช่น้ำ ขยำ แช่น้ำ ขยำ ไม่ต่ำกว่า 4 ครั้งแล้วจึงเอานึ่งแล้วก็เอาไปทำขนมต่างๆ 

การใช้ชีวิตกับป่าคือการเข้าใจกฎเกณฑ์ธรรมชาติ การเข้าใจธรรมชาติ ก็สามารถเอาธรรมชาติมาเป็นประโยชน์แก่ชีวิตมนุษย์ได้ หากไม่เข้าใจก็อาจเกิดอันตรายได้และอาจถึงแก่ชีวิต แต่เชื่อว่าการใช้ประโยชน์จากป่าแบบเพื่อยังชีพนั้นไม่อาจทำให้ป่าพินาจได้  แต่เมื่อใดที่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเชิงปริมาณเข้ามา เมื่อนั้นป่าก็มิอาจคงสภาพความอุดมต่อไปได้  มนุษย์เรียนรู้ทุกสิ่งได้ เข้าใจได้ แต่มนุษย์ก็เลือกปฏิบัติ เพียงเพื่อส่วนตนเท่านั้น   หากเอาผลผลิตจากป่ามาศึกษาวิจัยอย่างจริงจัง ก็เชื่อแน่ว่าเราจะค้นพบสิ่งวิเศษสำหรับชีวิตมนุษย์อีกมากมาย

แต่เสียดายหน่วยงานที่ตั้งใจจริงจังในเรื่องนี้ยังไม่ได้ตั้งขึ้นในประเทศไทย 

ผู้รู้ในเรื่องนี้ร่ำเรียนหาความรู้อย่างมากมายและตั้งใจทำเรื่องนี้อย่างจริงจังยังไม่ได้เกิดขึ้นในเมืองไทย  

แต่ป่าไม้กำลังจะหายไป พืชพันธุ์ต่างๆกำลังหมดสิ้นไป บันทึกเล็กๆนี้อาจจะเป็นสิ่งบอกเล่าเพียงเสี้ยวส่วนที่หลงเหลืออยู่เท่านั้น....