คนเราต้องการคนที่มีทั้งความเก่งและความดีอยู่ในตัวเองอย่างพอดี....แต่ในความจริงในสังคมแทบจะไม่มีคนแบบนี้.

               นานมาแล้วที่ weekly meeting สคส. เราไม่มีการตีความหนังสือ.... วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ อ.มณฑล สรไกรกิติกูล (km intern จะครบ ๓ เดือน ในเดือนนี้)  อาสาตีความหนังสือ "องค์กรแห่งการตื่นรู้" ทั้งเล่มแต่เพียงผู้เดียว.. แล้วนำมาเล่าให้เราฟัง

               ประเด็นที่มีการแลกเปลี่ยนกันมากคือ เราหรือองค์กรต้องการ "คนเก่งมีความสามารถเป็นเลิศ" หรือ "คนแสนดีด้วยเนื้อแท้" ...... ในที่ประชุมมีความเห็นหลากหลาย....... แต่ดิฉันมีประเด็นที่นำมาให้ขบคิด อยู่ ๒-๓ ประเด็น ทั้งจากที่ได้จากที่ประชุมและจากมุมมองดิฉันเอง คือ        

               ๑. คนเก่งมีความสามารถและมีเล่ห์ อุบาย ไหวพริบ ที่สามารถนำพาผลกำไรมาให้องค์กรได้มากที่สุด... องค์กรธุรกิจหลายองค์กรต้องการคนเหล่านี้...  ซึ่งองค์กรกลุ่มนี้คนทำงานน่าจะมีการแข่งขันกันสูง?? ....  

               ๒. คนดี.. แสนดี.. ดีในที่นี้เน้นที่ เป็นคนดีขององค์กร.. รักษาผลประโยชน์ให้องค์กร... ทำเพื่อองค์กร.. น่าจะเป็นองค์กรที่มีมิตรภาพในการทำงานสูง?? ....

               ๓. เป็นทั้งคนเก่งและเป็นคนดี ขององค์กร ... ทำทุกอย่างเพื่อองค์กร.. มีความสามารถ อุบาย เล่ห์กล เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้องค์กร.... แต่ถึงผลประโยชน์ของสังคมน้อย.... องค์กรนี้ก็คงทำงานได้อย่างมีความสุข.... แล้วเราจะถือว่าคนแบบนี้เป็นคนดีได้มั๊ย?? .....

                และมีแนวคิดหนึ่งที่ อ.วิจารณ์ ให้ความเห็นว่า... "คนเก่ง" มีความสามารถเป็นคนที่มีความคิดหรือการกระทำที่แหลมคม... ความแหลมคนนี้สามารถบาดคนรอบข้างได้ถึงแม้ไม่ได้ตั้งใจ คนจึงไม่ชอบและไม่อยากสนับสนุนนักเมื่อเทียบกับ "คนดี" ที่มีความอ้อนน้อมถ่อมตน มักไม่ทะเยอทะยานสูง ทำให้มีค่อยมีเรื่องกระทบกับใครเท่าใดนัก.. คนส่วนใหญ่จึงชอบและอยากสนับสนุน ..... ดังนั้นคนเราต้องการคนที่มีทั้งความเก่งและความดีอยู่ในตัวเองอย่างพอดี....แต่ในความจริงในสังคมแทบจะไม่มีคนแบบนี้.