ทราบมาว่า มรภ.หมู่บ้านจอมบึง ประสานผ่าน อบจ.น่าน ประสาน รร.ต่าง ๆ เข้ารับการสัมภาษณ์ มีนักเรียนจาก รร.ศึกษาสงเคราะห์ รร.พระราชทานเฉลิมพระเกียรติ และ รร.ตาลชุม รวมทั้งสิ้น 17 คน รับการสัมภาษณ์ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
การเดินทางมาสัมภาษณ์ มีคณาจารย์จาก มรภ.หมู่บ้านจอมบึงนำโดย รองอธิการฯ และคณะ รวม 6 คนนับคนขับรถยนต์ตู้อีก 1 เป็น 7 คน ตระเวณ 4 จังหวัด สำหรับน่านเป็นวันสุดท้าย คือ วันที่ 16 พฤษภาคม 2550 ระหว่าง 9 - 12 น. เอาเข้าจริง ๆ สัมภาษณ์ไม่พักเลยเวลาอาหารมื้อเที่ยงไปพอสมควร ( วันนั้นมีนักศึกษา วช.นน.มาแสดงพลังที่ ศาลากลาง จ.น่าน ผมจึงจำได้ดี )
ทราบวันนี้ว่า ผลการสัมภาษณ์ออกมาเป็นทางการแล้ว นักเรียนจำนวน 20 คนเป็นผู้ผ่านการคัดเลือก จาก 20 คน เป็นเด็กน่าน 8 คน สำรอง 6 คน เป็นเด็กน่าน 3 คน ทาง มรภ.หมู่บ้านจอมบึง รอการยืนยันจากนักเรียนจำนวน 20 คนก่อน หากไม่ยืนยันจะเป็นสิทธิของนักเรียนที่อยู่ในลำดับสำรองต่อไป
เป็นประสบการณ์ให้ที่ทำให้พวกเราชาวน่าน อบจ.น่าน ผู้เกี่ยวข้อง ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความปรารถณาดี ความตั้งใจจริงของ มรภ.หมู่บ้านจอมบึงที่มีต่อเด็ก ๆ ในท้องถิ่น โครงการนี้เป็น
โครงการบัณฑิตคืนถิ่นตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงกับองค์กรท้องถิ่นในการพัฒนาชนบท เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ ๘๐ พรรษา
เป็นโครงการฯ ดีอย่างยิ่ง ควรที่จะได้มีการติดต่อ ต่อยอด สนับสนุนและมามีส่วนร่วมยิ่งขึ้นอีกครับ.
ขอขอบพระคุณ อ.มาลีนีฯ ที่กรุณาเชื่อมประสานเบื้องต้น ที่สำคัญคือผู้บริหารสูงสุดของ มรภ.หมู่บ้านจอมบึง คือ ท่านอธิการ รอง คณาจารย์ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้เด็กน่าน และเด็กในท้องถิ่นจังหวัดต่าง ๆ ได้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา แม้เป็นการเริ่มต้น หลังจากที่เคยทำในนามเดิมแล้ว แน่นอนการเดินทางยังต้องอาศัยความร่วมมือ รวมใจจากทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาบัณฑิตคืนถิ่นอย่างแท้จริง
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชดำรัส เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๐ และเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๑ ความว่า
"อย่างเรา ๆ นั้นมีโอกาสที่ดีมาก มีอาหารการกินที่ดีทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ได้ และยังมีโอกาสได้รับการศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มที่ ซึ่งนักเรียนเหล่านั้นจะได้รับการศึกษาคงจะไปไม่ถึงระดับที่เราได้ ส่วนที่เราได้รับก็เป็นการพิเศษแล้ว เพราะฉะนั้นในเมื่อเราเป็นบุคคลพิเศษได้โอกาสดีกว่าคนอื่น ก็เท่ากับประชาชนทั้งชาติสนับสนุนมาให้ทุนมา ให้ศึกษาได้ถึงระดับอุดมศึกษา ก็จะต้องมีหน้าที่ที่จะต้องทำอะไรตอบแทนเพื่อให้ผู้ร่วมชาติที่สนับสนุนเราได้มีโอกาสที่ดีขึ้นกว่านี้”
"จึงอยากจะตั้งกองทุนแล้วก็สนับสนุนให้นักเรียนเหล่านั้น เลือกเอาจากโรงเรียน ในเขตที่จะหาโอกาสในการศึกษาต่อได้ยาก ให้ได้รับการศึกษาต่อพอเป็นตัวอย่าง อาจจะมีกฎข้อบังคับ บางประการให้ต้องกลับมาเป็นผู้ช่วยทำความเจริญให้หมู่บ้าน หรือ อะไร.... การที่นักเรียนได้เรียนต่อนั้น ก็จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนเอง คือ เมื่อมีความรู้มากขึ้น ควรจะมีโอกาสที่จะได้เลือกงานมีอาชีพเลี้ยงตัวที่จะทำประโยชน์ให้แก่ตนเอง และทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้มากขึ้น”
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงมีปณิธานที่จะสืบสานแนวพระราชดำรินี้ ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลร่วมกับองค์กรท้องถิ่นให้มีวิชาชีพชั้นสูงในระดับ อุดมศึกษาภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และท้องถิ่น ทั้งด้านความรู้และความสามารถและด้านคุณธรรมจริยธรรม จึงเห็นควรดำเนินการโครงการที่มีลักษณะเอื้ออำนวยให้เยาวชนซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดารได้เข้าเรียนหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่ปลูกฝังความรู้ ความคิด ความสามารถ ตลอดจนเจตคติที่จะนำความรู้ ความสามารถกลับไปสร้างสรรค์ความเจริญ ให้แก่ท้องถิ่นของตนเอง.....
ผมได้สำเนาข้อความข้างบนมาจากโครงการฯ ครับ
เมื่อวานนี้ 16 พฤษภาคม 2551 ครบ 1 ปีที่เด็กน่านได้รับการสัมภาษณ์ให้ได้รับโอกาสศึกษาต่อ ได้โทรขอบพระคุณ อ.มาลีนี โชคสุวัฒนสกุล ผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน ท่านอธิการ คณาจารย์ ผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน และสำคัญอย่างยิ่งคือพระเมตตา ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีต่อเด็กเยาวชนน่านและเยาวชนทั่วไป ให้ได้รับโอกาสยิ่งใหญ่ในการศึกษา ที่ มรภ.หมู่บ้านจอมบึง ขอบันทึกไว้
http://www.nan2day.com/forum/index.php?topic=895.msg2629#new