กองทุนชุมชนเป็นความคิดต่อเนื่องจากกองทุนเพื่อชุมชน(SIF) แนวคิดคือกระจายงบลงมาที่จังหวัดเพื่อให้ชุมชนเข้าถึงได้โดยตรง มีกระบวนการกลั่นกรองพิจารณาโครงการจากผู้เชี่ยวชาญและภาคส่วนต่างๆ
เท่าที่ทราบ ตอนนี้มีกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่ระบุกลุ่มเป้าหมายและภารกิจชัดเจน อีกกองทุนสำคัญคือ กองทุนส่งเสริมสุขภาพชุมชมในพรบ.หลักประกันสุขภาพ ก่อนหน้านี้ก็มีกองทุนหมู่บ้านที่ถือว่าเป็นเงินก้นถุงเท่ากันทุก หมู่บ้าน/ชุมชน หรือในพรบ.วิสาหกิจชุมชนก็อีกภาระกิจหนึ่งที่เป็นตัวช่วย
ซึ่งรวมๆกันแล้วมีมาก แต่ผลรวมของงานเป็นศูนย์(พูดให้หนักสักหน่อย) ชุมชนยากจน มีหนี้สินล้นพ้นตัว จิตใจพึ่งพิงรอผลดลบันดาล
ผมคิดว่าการกระจายอำนาจสำคัญคือการกระจายการจัดการทรัพยากร หรือพูดให้ครอบคลุมก็ใช้กรอบการจัดการ4ทุนคือกระจายอำนาจการพัฒนาคน การพัฒนาทุนทางสังคม ทรัพยากรและกายภาพมาให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตัวเองมากขึ้น
กองทุนชุมชนระดับจังหวัดอาจนับเป็นทุนกายภาพที่รัฐกลางและภูมิภาคควรกระจายลงมาให้เกิดการทำงานร่วมกันในรูปภาคีความร่วมมืออย่างต่อเนื่องทุกปีตามเกณฑ์ที่กำหนด(อาจใช้4ปัจจัยในยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขจังหวัดก็ได้) เช่น นครศรีธรรมราชปีละ 1,000 ล้านบาท รวมกันทั่วประเทศประมาณปีละ50,000 ล้านบาท เป็นต้น
กลไกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือกรอบกระจายอำนาจเชิงพื้นที่ที่ยังต้องพัฒนาต่อรองกับอำนาจจากส่วนกลางและภูมิภาค รวมทั้งภายในกันเองระหว่างอบจ.และอบต./เทศบาล
กลไกอปท.ใช้การเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนมาเป็นผู้บริหารจัดการก็ว่ากันไป
กลไกของกองทุนชุมชนจังหวัดควรใช้คณะกรรมการร่วมจากภาคีต่างๆ จากกระบวนการสรรหาและเลือกตั้งผ่านกระบวนการองค์กรชุมชน ภาคประชาสังคมและภาครัฐ เพื่อเป็นกระบวนการเสริมหนุนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นโดยเฉพาะในเรื่องกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันทั้งจังหวัดอีกชั้นหนึ่ง
ในตอนเริ่มต้นอาจใช้การประสานกองทุนต่างๆดังกล่าวข้างต้นให้เกิดการบูรณาการข้อมูล ความคิด และคนทำงานเป็นเครือข่ายเรียนรู้ร่วมกันก่อน แล้วค่อยคิดภาพรวมการพัฒนาทั้งจังหวัดทั้งเรื่องการศึกษา สุขภาวะ วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรรม แรงงาน และสวัสดิการชุมชน เป็นต้น ซึ่งมีกลไกและกองทุนในระดับจังหวัดอยู่บ้างแล้ว
ผมเห็นว่ากองทุนส่งเสริมสวัสดิการสังคมจังหวัดในพรบ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดโดยคณะอนุกรรมการที่มาจากภาคส่วนต่างๆน่าจะเป็นคณะก่อการเพื่อปฏิบัติภารกิจนี้ในช่วงต้นครับ เพราะชื่อกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีความครอบคลุม อีกทั้งสวัสดิการคือการกระทำเพื่อนำไปสู่ความอยู่ดีมีสุขทั้งทางร่างกายและจิตใจก็ครอบคลุมวิถีการพัฒนาสังคมเพื่อนำไปสู่ความมั่นคงในชีวิตเป็นอย่างยิ่งด้วย
เราคงได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ร่วมกันในจังหวัดครับ
ขอบคุณที่ให้ความกระจ่างเรื่องกองทุนชุมชนค่ะ
รู้สึกว่า ตัวเองจะเป็นชื่อต้นๆที่แสดงความเห็นในบล็อกนี้ คงเป็นทำนองเดียวกับสมัยเป็นนักเรียน คือ ชอบนั่งแถวหน้า เพื่อจะได้ฟังครูชัดๆ และจะได้ถามครูได้ ....
ชื่อกองทุนต่างๆที่พูดถึงรู้สึกว่าจะเป็นคนละวัตถุประสงค์กันเลยนะคะ ทำให้เห็นความสำคัญของการจัดการความรู้ ที่จะพัฒนาคนทำงานและบูรณาการความคิดอย่างที่อาจารย์ภีมว่า ( บูรณาการแบบ "กวนยาหนม"...ตามศัพท์ของบังศักดิ์ที่ชะอวด)
เนื่องจากการกระจายอำนาจเป็นประเด็นหนึ่งในการทำ Roadmap เศรษฐกิจพอเพียง ตัวเองจึงต้องพยายามทำความเข้าใจหลักการกระจายอำนาจในความคิดของนักรัฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์การคลัง ผสมกับความรู้จากงาน KM ของทีมนครฯ ค่ะ (ขอบคุณอีกครั้งที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้)
ในเศรษฐกิจพอเพียง ดิฉันมองการกระจายอำนาจเป็นเครื่องมือหนึ่งของการลดช่องว่างทางเศรษฐกิจสังคม สร้างความสมดุลที่จะนำไปสู่สุขภาวะ หรือ สวัสดิการ หรือ ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนในสังคมอย่างทั่วถึง (แต่ก็ยังขาดมิติทางจิตใจอยู่ดี.....)
พี่ภีมไปประชุมคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนท้องถิ่นที่กระทรวง พ.ม วันก่อนผลเป็นอย่างไรบ้าง อย่าลืมเล่าความก้าวหน้านะคะ วันที่ 26 พ.ค จะมีการประชุมคณะศตจ .ปชช ภาคเพื่อพิจารณาโครงการที่ใช้งบสนับสนุนจากศตจ. มีโครงการกองุทุนสวัสดิการตำบลที่จะเสนอในหลายจังหวัดรวมทั้ง โครงการของจังหวัดนครศรี ฯ ด้วย ฝ่ายเลขาฯเห็นว่าควรจะเชิญคณะกรรมการชุดที่ชาติเข้าร่วมเพื่อให้ความคิดเห็นด้วย เดิมกำหนดประชุมในวันที่ 25 พ.ค แต่เลื่อนไปเป็นวันที่ 26 พ.ค นี้แทนเนื่องจากกรรมการหลายคนติดภาระกิจ ซึ่งน่าจะดีเพราะวันที่ 25 พ.ค ที่พอช. ส่วนกลางเชิญพี่ภีมร่วมประชุมเรื่องการบูรณาการกองทุน ที่โรงแรมดีลักษณ์ กทม . ด้วย น้องที่สนง.ภาค ใต้คงจะโทรบอกแล้วถ้าพี่ภีมไม่ติดภาระกิจก็เชิญด้วยนะคะ