ในช่วงนี้วิถีการดำเนินการเกี่ยวกับคูปองการศึกษากำลังมาเกี่ยวพันกับคนทำงานการศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งกำลังทดลองนำร่องหารูปแบบที่เหมาะสม นั้น หลายความคิดเรานำมาจากต่างประเทศ ซึ่งคิดว่าเป็นแบบอย่างที่น่าจะดี แต่จะมีผลเป็นอย่างไรยืนยันหลักทฤษฏีหรือไม่ หรือต้องปรับอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับบริบทของไทยก็ต้องลองใช้และพัฒนากันซักตั้ง   ในเมื่อตัวอย่างชาวโลกเขาก็มีการทำกันไปแล้วเช่นในประเทศ <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">สหราชอาณาจักรได้กำหนดแผนความช่วยเหลือด้านสถานที่เรียนขึ้น            ใน ค.ศ. 1981 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความสามารถแต่ยากจนได้เข้าเรียน โดยผู้ปกครองที่มีรายได้ต่ำสามารถได้รับความช่วยเหลือเป็นค่าธรรมเนียมการศึกษาในโรงเรียนเอกชนที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงการศึกษาและวิทยาศาสตร์ ตามแผนดังกล่าวใน ค.ศ. 1992 มีนักเรียนประมาณ 27,000 คน ได้รับคูปองการศึกษาเพื่อนำไปใช้ในโรงเรียนเอกชนที่กำหนด ซึ่งมีจำนวน 295 โรงจากทุกภูมิภาคของอังกฤษและเวลส์ ซึ่งทุกปีจะมีนักเรียนใหม่ประมาณ 5,000 คน ส่วนใหญ่มีอายุ 11 ถึง 13 ปี  </p>

          นอกจากนี้ก็มีประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศที่ดำเนินการคูปองการศึกษา เมื่อมาลองทำที่ประเทศไทยโดย กศน. เป็นผู้ได้รับความไว้วางใจให้ทดลองก็เป็นหน้าที่ของเราแล้วที่จะต้องพัฒนากันต่อไปให้เหมาะสมกับบริบทแห่งสังคมไทย

</span></span>