แต่ละกลุ่มจะได้รับงบประมาณกิจกรรมละ4,000บาท เป็นน้ำมันหล่อลื่น ความรู้ ความคิด ให้ขับเคลื่อนทักษะชีวิตผ่านบทเรียนที่ชิมได้ ตั้งความหวังว่า กระบวนการเหล่านี้จะหล่อหลอมให้ลูกหลานอีสาน เลิกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเสียที

 

ช่วง3-4วันมานี้ ผมสาละวนอยู่กับการจัดค่ายการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้กับระดับเยาวชนอีสาน ชวนผู้อำนวยการโรงเรียน ครู ผู้นำชุมชน พ่อใหญ่แม่ใหญ่มากินนอนดูแลเด็กร่วมกัน เพื่อจะค้นหาวิธีการเรียนการสอนเรื่องภูมิสังคมให้เด็กระดับมัธยม  บังเอิญไปตรงกับที่น..เกษม วัฒนชัย เขียนเรื่องถอดรหัสเศรษฐกิจพอเพียงเวอร์ชั่นการศึกษา  ในมติชนรายสัปดาห์ ..

    

ผมคิดว่าโรงเรียนจะต้องมีส่วนที่ต้องสร้างอุปนิสัยให้เด็กทำงานหนัก ต้องสู้งาน ทำงานในโรงเรียนนั่นแหละ ทำงานเกษตรในโรงเรียนก็ได้ ทำงานสาธารณประโยชน์ก็ได้ ในชุมชนรอบๆโรงเรียน ลองกำหนดให้เด็กทำโครงการ ตรงนี้เป็นหน้าที่ๆจะต้องรีบทำ สร้างความขยัน คือความเพียร และอดทนด้วย ที่สิงค์โปร์ทำอย่างนั้น เขาบังคับเด็กตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัย ต้องมีโครงการช่วยสาธารณประโยชน์    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ตลอดระยะเวลาที่เด็กมาอยู่กับเรา ได้เรียนการงานพื้นฐานอาชีพ ผ่านกิจกรรมที่จัดให้สอดคล้องกับสภาพธรรมชาติและเวลาในช่วงนั้นๆ ช่วงนี้เข้าน่าฝนเราจึงจัดรายการ</p>

 ·        ยายฉิมเก็บเห็ด

·        ยามฉิมขยายพันธุ์เห็ดธรรมชาติ

·        ยายฉิมเรียนวิธีเพาะเห็ด

·        ยายฉิมเรียนวิธีปลูกผัก

·        ยายฉิมเรียนวิธีปลูกต้นไม้

·        ยายฉิมเรียนวิธีขยายพันธุ์พืช

·        ยายฉิมเรียนวิธีดูแลเลี้ยงสัตว์ 

วันนี้ก่อนปิดค่าย เราให้เด็กแต่ละกลุ่มนำเสนอแผนที่ความรู้ที่ได้จากการมาอบรมครั้งนี้ ให้คิดกิจกรรมที่จะนำไปทดลองทำจริงในโรงเรียน สรุปได้5กิจกรรม ดังนี้

 1.    เลี้ยงปลาในบ่อของโรงเรียน ปลาแรด ปลาบึก ปลาฯลฯ

2.    เพาะเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดขอนขาว

3.    ปลูกผักสวนครัว

4.    ปลูกสมุนไพร

5.    เลี้ยงสุกร 

โดยมีเงินทุนที่รวบรวมจากค่าเดินทางเป็นเงิน20,000 บาท ดังนั้นทุนเริ่มต้นของแต่ละกลุ่มจะได้รับงบประมาณกิจกรรมละ4,000บาท เป็นน้ำมันหล่อลื่น ความรู้ ความคิด ให้ขับเคลื่อนทักษะชีวิตผ่านบทเรียนที่ชิมได้ ตั้งความหวังว่า กระบวนการเหล่านี้จะหล่อหลอมให้ลูกหลานอีสาน เลิกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเสียที  

</span><p align="justify"></p>