เรื่องอุจาระสุกรไหลนี่แหละ เป็นบทสารบัญว่าด้วยการพึ่งตนเองด้านปุ๋ยบำรุงดิน ตอนนี้พวกเลี้ยงสุกรโอดโอยเรื่องราคาตกต่ำ ธุรกิจปศุสัตว์รายใหญ่ระบายหมูออกในราคา50บาท/กก.

 

 หลังจากเด็กๆได้เห็นประโยชน์ของต้นไม้ ป่าไม้ เรียนรู้ความหมายความสำคัญได้ความรู้สึกที่ดีขึ้น เราดัดแปลงกิจกรรมให้เด็กได้เข้าถึงการมีส่วนคืนความรักให้แก่ธรรมชาติด้วยการปลูกต้นไม้ ตอนนี้ความชื้นเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ เด็กๆแต่ละกลุ่มได้ไปปลูกต้นไม้ภายใต้การกำกับของครูพี่เลี้ยง ที่จะสอนตั้งแต่การขุดหลุม ใส่ปุ๋ยรองก้นหลุม นำต้นไม้มาปลูก ผูกหลักยึดลำต้นกันลงโยกคลอน ขั้นตอนง่ายๆเหล่านี้แหละไม่ยอมสอนกัน เราจึงได้นักตัดต้นไม้มากกว่านักปลูกป่าไม้ 

    

(จัดความสัมพันธ์กันให้ดี ระหว่างต้นไม้ กับ การเลี้ยงปศุสัตว์ ให้เกื้อกูลกันใกล้เคียงกับระบบในธรรมชาติ) 

การปลูกต้นไม้ในพื้นที่แห้งแล้งดินเลว โยงไปถึงปุ๋ยที่ใช้ในการปรับปรุงบำรุงดิน มูลสัตว์ต่างๆคือปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ในครัวเรือน และมีมลพิษเรื่องกลิ่นอุจาระสุกร นอกจากใช้สารหมักจุลินทรีย์ราดหรือพ่นลงในคอกบ่อยๆแล้ว มีคนศีรษะดีเอาน้ำหมักชีวภาพให้สุกรกินเสียเลย มันจะได้บริหารกลิ่นตั้งแต่อยู่ในกระเพาะลำไส้ อีกวิธีหนึ่งก็คือการเลี้ยงสุกรในบริเวณโล่งกว้าง กั้นอาณาเขตด้วยรั้วไฟฟ้า ทำให้ที่สุกรอาศัยและถ่ายมูลไม่หมักหมม ไม่อุดอู้ และสุกรบางพวกจะมีวัฒนธรรมในการขับถ่าย จะมาเรี่ยไรอยู่ในจุดๆหนึ่ง ไม่ได้เบ่งอึสะเปะสะเปะทั่วไป 

ถ้าเราคิดค้นอยู่เรื่อยๆ  คำตอบก็จะผุดพรายออกมา การทำให้มนุษย์เป็นผู้เรียน จึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จะเห็นว่าประเทศเล็กอย่างสิงคโปร์เขาเอาตัวเองไปยืนอยู่แถวหน้าได้ เพราะคุณภาพของคนแท้ๆ เงินเดือนนายกรัฐมนตรีของประทศนี้จึงสูงที่สุดในโลก แม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ยังถูกทิ้งห่างหลายขุม เรื่องเงินขึ้นอยู่กับงานอย่างแท้จริง

ถ้างานดีมีคุณภาพเสียอย่างเงินจะไปไหนเสีย

ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน อธิบายว่า นักเศรษฐศาสตร์ต่างให้ความหมายแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงแตกต่างกันออกไปหลายความหมายด้วยกัน  ความแตกต่างระหว่างแนวคิดในวิชาเศรษฐศาสตร์กับปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของนักเศรษฐศาสตร์บางกลุ่ม มีประเด็นสำคัญอยู่ที่การให้ความหมายของความต้องการของมนุษย์ เนื่องจากในทางวิชาเศรษฐศาสตร์นั้น นิยามความต้องการของมนุษย์ว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ต่างจากความต้องการในนิยามภายใต้กรอบแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเน้นย้ำการลดความอยากของมนุษย์สู่ความพอดีหรือดุลยภาพ และดุลยภาพในที่นี้แตกต่างจากดุลยภาพในนิยามของวิชาเศรษฐศาสตร์นักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้ จึงให้ความเห็นตรงกันว่า ปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเรื่องแนวคิดที่อยู่เหนือแนวคิดของวิชาเศรษฐศาสตร์ 

ปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมีส่วนประกอบที่สำคัญสามส่วนที่เกี่ยวข้องกัน และจะขาดซึ่งส่วนใดส่วนหนึ่งมิได้ คือ

ความพอดี ความเสี่ยง และการพึ่งตนเอง

เรื่องความเสี่ยงนั้น เกี่ยวข้องกับความพยายามในการลด/กระจายความเสี่ยง เพื่อให้เกิดความพอดีอย่างยั่งยืน ดังนั้น การสร้างความสามารถในการพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุด คือ ความพยายามในการเพิ่มขีดความสามารถในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความไม่แน่นอน และลดต้นทุนในการแลกเปลี่ยน ไม่ให้สูงเกินไป

อุจาระสุกรไหลนี่แหละ เป็นบทสารบัญว่าด้วยการพึ่งตนเองด้านปุ๋ยบำรุงดิน ตอนนี้พวกเลี้ยงสุกรโอดโอยเรื่องราคาตกต่ำ ธุรกิจปศุสัตว์รายใหญ่ระบายหมูออกในราคา50บาท/กก. ถ้าใครมีความรู้ก็อาจจะซื้อมาแปรรูปอาหารเก็บไว้ หรือไม่ก็ช่วยกันบริโภคหมูเพิ่มขึ้นคนละชิ้น พวกเบี้ยน้อยหอยน้อยก็น่าจะเอามูลสุกรไปปลูกผัก ปลูกไม้ประดับ ปลูกต้นไม้ มาเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง เข้าทำนอง..อึใครคิดว่าไม่สำคัญ..