ใครมันจะรู้เรื่องทำงานได้มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ก่อนจะทำงานเป็น ต่างคนต่างก็ไม่เป็นมาก่อนทั้งนั้น บัวจะโผล่พ้นน้ำได้ ก็ต้องงอกมาจากดินที่อยู่ใต้น้ำทั้งสิ้น ไม่มีแบบลอยมาตามน้ำยกเว้นถูกตัดถูกถอนมาแล้ว

เรื่องนี้เป็นเช่นเดียวกับนักศึกษาฝึกงาน เมื่อเข้ามาทำงาน หากไม่มีใครประคับประคอง แล้วจะให้เป็นงานได้อย่างไร หากไม่สละเวลาพูดคุยให้แนวคิด จะหวังให้รู้เองได้หรือ (ถ้าทำได้ จะมาฝึกงานทำไม)

เราควรมองว่าการฝึกงานเป็นการลงทุนในคน แม้นักศึกษาฝึกงานจะไม่กลับมาทำงานที่ฝึกไปแล้ว แต่หากเราปรารถนาดีต่อเขาจริืงๆ ก็ควรแบ่งเวลามาช่วยดูแลบ้าง ให้โอกาสเขาได้ทำเต็มตามศักยภาพ เพื่อที่จะเป็นกำลังพัฒนาสังคมต่อไป

ในตอนที่ผมฝึกงานซึ่งไม่ได้เป็นเกณฑ์บังคับตามหลักสูตร ผมรับค่าจ้างในระดับที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ แต่ในขณะปัจจุบันทำเพียงไม่นาน ก็จะได้เงินนั้นแล้ว ไม่ได้อวดครับ ประเด็นคือคนเราเติบโตได้ เรียนรู้ได้ ประสบความสำเร็จได้ไม่ว่าความสำเร็จนั้นจะแปลว่าอะไรก็ตาม อาจจะไม่มีใครรู้ได้ว่าคนที่เราฝึกจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต

เป็นหน้าที่ของคนรุ่นก่อน ที่จะต้องส่งผ่านความสำเร็จ ความรู้ ประสบการณ์ ให้กับคนรุ่นต่อไป หากเราไม่เอาใจใส่ตั้งแต่ต้น เมื่อถึงวัยที่ไม่ได้ทำงานอีกต่อไป เราจะฝากบ้านเมืองไว้กับใคร?