ถ้าจะให้เด็กรักบ้านเกิด..รักธรรมชาติ เข้าใจในคุณค่าของสภาพแวดล้อม ยังมีการบ้านให้นักพัฒนาการศึกษาไทยทำอีกมากนัก

 

มีความพยายามที่จะน้อมนำเอาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เข้าไปบรรจุในหลักสูตรสถานศึกษาทุกระดับชั้น แต่จนแล้วจนรอดเรื่องนี้ก็ไปติดอยู่แถวๆรั้วโรงเรียน ยังเป็นเศรษฐกิจไม่พอเพียงที่จะได้รับการใส่ใจอย่างจริงจัง เพราะระบบโรงเรียนยังสาละวนอยู่กับปัญหาเชิงโครงสร้างและปัญหาแทรกซ้อนครูไม่พอ ผ..ไม่อยู่ ไม่รู้ใครเผาโรงเรียน..”  

การออกแบบการเรียนการสอนให้มีชีวิตชีวา ครูต้องกล้าหาญและพร้อมเผชิญสิ่งยาก ในการที่จะนำลูกศิษย์ออกไปเรียนเชิงรุก ..นำการศึกษาออกสู่โลกกว้าง ให้ทุกอย่างเป็นครู..ปัญหามาติดที่ข้ออ้าง ไม่มีใครทำ ไม่มีแบบอย่าง ไม่มีความพร้อม ไม่ๆๆๆอีก100ข้ออ้าง การศึกษาไทยจึงเข้าไม่ถึงโลกความจริงของความรู้ จากพิสูจน์ครั้งนี้ จะเห็นว่าลูกหลานไทอีสาน เข้าใจวิถีชีวิตชนบทที่อยู่รอบตัวน้อยมาก ถ้าจะให้เด็กรักบ้านเกิด..รักธรรมชาติ เข้าใจในคุณค่าของสภาพแวดล้อม ยังมีการบ้านให้นักพัฒนาการศึกษาไทยทำอีกมากนัก 

  

(เราเอาดอกเห็ดหลายชนิดมาปั่นให้ละเอียด แล้วผสมน้ำอัตรา1/100ส่วน แล้วนำไปรดในหลุมใกล้โคนต้นไม้เพื่อเพิ่มขยายพันธุ์เห็ดให้มากขึ้น)

วันนี้นอกจากเด็กชาวค่ายไปเก็บเห็ดที่เกิดขึ้นในป่าธรรมชาติแล้ว ช่วงบ่ายมาเรียนการดูแลและอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ด้วยการคืนเชื้อเห็ดใส่ลงไปในต้นไม้ที่อยู่รอบบ้าน อาจารย์อุทัย อันพิมพ์  เอาดอกเห็ดผึ้ง เห็ดระโงก เห็ดยางนา เห็ดผึ้งขม มาปั่นให้ละเอียด แล้วนำไปผสมน้ำในอัตราส่วน1/100 หลังจากนั้นให้เด็กๆช่วยกันนำไปรดที่โคนต้นไม้ที่เป็นแหล่งอาศัยของเห็ดชนิดนั้นๆ เด็กๆได้แบ่งหน้าที่กันขุดหลุม ใส่ปุ๋ยคอก แล้วรดน้ำส่วนที่เป็นสปอร์และเส้นใยเห็ดลงไปที่หลุม กลบด้วยดินหรือเศษใบไม้เพื่อรักษาความชื้น 

   

(เด็กๆเรียนปฎิบัติการขยายพันธุ์เห็ดในธรรมชาติ -เรียนรู้การรับ-การให้) 

ด้วยวิธีการนี้ รากพืชก็จะมากินปุ๋ยและเชื้อเห็ดเข้าไปเก็บไว้ในส่วนของปลายราก แล้วจะอยู่ร่วมกันไปจนกว่าต้นไม้จะตาย บทเรียนนี้เป็นการคืนความสมบูรณ์ให้ธรรมชาติ ที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งมนุษย์และพืช เด็กๆได้เรียนการดูแลและเสริมสร้างสภาพแวดล้อมด้วยสองมือของเขาเอง ในที่สุดก็จะทำให้เกิดความตระหนัก รักต้นไม้ ปลูกต้นไม้ เห็นคุณค่าของธรรมชาติอย่างแท้จริง เปลี่ยนจากการรู้คุณค่าป่าไม้จากกระดานดำ มาเป็นเห็นคุณค่าด้วยตา ด้วยมือ และหัวใจดวงน้อยๆของลูกหลานเรา

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นแกนกลางของคุณค่าและจิตสำนึกใหม่ กระบวนทัศน์ใหม่ และวัฒนธรรมการเรียนรู้ใหม่บนพื้นฐานของหลักการสังคม อันเป็นรูปธรรมที่จำเป็นต่อการปรับเปลี่ยนแนวคิดและทิศทางการปฏิรูปการพัฒนา

ในทัศนะของ ศ.เสน่ห์ จามริก เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่แต่เพียง ระเบียบวาระแห่งชาติเท่านั้น หากแต่เป็น ระเบียบวาระแห่งโลกที่จะเป็นกำแพงต้าน วัฒนธรรมล่าเหยื่อ ของพลังทุนนิยมและเทคโนโลยีภายใต้ ระเบียบโลกใหม่ อีกด้วย

ในระดับหลักการหรืออุดมการณ์ เศรษฐกิจพอเพียงกระตุ้นให้เกิดการทบทวนรื้อฟื้นหลักทฤษฎีเศรษฐกิจและสังคมต่างๆขึ้นใหม่ ดังนั้นนัยยะสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การกลับฟื้นจิตวิญญาณมนุษย์สู่ชีวิตเศรษฐกิจที่แท้จริง อันประกอบไปด้วยมนุษย์กับธรรมชาติเป็นแก่นสาร

ในความหมายกระบวนการพัฒนาของ ศ.เสน่ห์ จามริก เศรษฐกิจพอเพียงมีฐานอยู่ที่เกษตรกรรมที่พออยู่พอกิน พร้อมด้วยกระบวนการเรียนรู้ยกระดับสู่เกษตรยั่งยืน โดยมีไร่นาระดับครัวเรือน เป็นหน่วยพื้นฐานที่กระจายออกไปเป็นเครือข่ายกว้างขวางยิ่งขึ้นตามลำดับ และพัฒนาให้มีบทบาทรอบด้านมากขึ้น เป็นช่องทางส่งเสริมให้พัฒนาตนเองเป็นอิสระจากกลไกตลาดภายใต้อำนาจกำกับและควบคุมจากภายนอก