ในมุมมองหลายท่าน ย่อมอยากจะได้รับความโปร่งใส เปิดเผย ทั้งการรู้จักบุคคลต่างๆ การลงมือทำงาน โครงการ และอีกหลายเรื่อง
ทุกคนย่อมอยากได้รับความจริงใจ การเปิดเผยตัวตนไม่ปกปิดซ่อนเร้นอำพรางกันทั้งนั้น
เช่นเดียวกับการเขียนบันทึก หลายท่านย่อมอยากที่จะรู้จัก ชื่อ สกุล ที่อยู่ หน้าที่การงานของคนเขียนบันทึกแต่ละคนที่ได้อ่าน
หน้าที่ความรับผิดชอบ ฐานะทางสังคม เปรียบเหมือนกับหัวโขนที่สวมใส่
มีความต้องการหลายอย่างที่อยากลงมือทำ แต่ขัดกับหัวโขนที่สวมอยู่
เช่น หากเป็นข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐ แต่มีความคิดเห็นขัดแย้งกับการทำงานของรัฐบาลในบางเรื่อง หากนำเสนอความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ก็อาจจะมีผลกระทบต่อตนเองได้ ทั้งที่เป็นการแสดงความคิดเป็นอย่างบริสุทธิ์ก็ตามที
หรือการลงมือทำโครงการบางอย่าง อาจไม่เหมาะสมนัก กับบทบาทหน้าที่การงานในปัจจุบันที่ทำอยู่
หรือการลงมือทำงานบางอย่าง ด้วยความตั้งใจจริง แต่กลับถูกเพื่อนร่วมงาน เพื่อนในหน่วยงานเดียวกัน มองว่า พยายามสร้างภาพ สร้างผลงานให้ตนเอง
มีพนักงานในหน่วยงานของรัฐท่านหนึ่ง มีความตั้งใจที่จะเผยแพร่ข้อมูลของผู้นำชาวบ้านที่อยู่ในโครงการของหน่วยงานนั้น เพราะเห็นใจในความไม่เป็นธรรม ความไม่เท่าเทียมของโอกาสที่พึงจะได้รับ แรกเริ่มพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยการเผยแพร่ข้อมูลของผู้นำชาวบ้านท่านนี้ผ่านเครือข่าย อินเทอร์เนต โดยข้อมูลในเวบไซต์นั้นระบุว่า พนักงานท่านนั้นเป็นผู้ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลนั้น
เมื่อเวลาผ่านไป ข้าราชการ เพื่อนที่สังกัดในหน่วยงานนั้นมาค้นพบเข้า และมีความเห็นสะท้อนกลับมาถึงการดำเนินการนั้น ทำให้พนักงานท่านนั้น เกิดความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีนักต่อความตั้งใจในการเผยแพร่ข้อมูลและผลงานของผู้นำชาวบ้านท่านนั้น
ทั้งๆที่พนักงานท่านนี้ มีความตั้งใจที่จะช่วยเผยแพร่อย่างไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ทำให้พนักงานท่านนี้เกิดความท้อใจ ไม่สบายใจต่อความตั้งใจจริงในการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านั้น
ในกรณีเช่นนี้ เมื่อเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ความตั้งใจที่มีมาแต่เดิมยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ จากที่เคยเปิดเผยตัวตน แค่ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ มาในแบบไม่เปิดเผยตัวตน และการมอบหมายให้พรรคพวกที่มีแนวคิดเดียวกัน รับงานชิ้นนี้ไปดำเนินการแทน
มีหลายเรื่องที่ลงมือตั้งใจทำ ด้วยความจริงใจ แต่กลับถูกมองว่า ทำเพื่อผลประโยชน์แอบแฝงบางอย่าง ในกรณีเช่นนี้ เป็นการบั่นทอนให้ผู้ที่มีความตั้งใจจริงและเปิดเผยตนเอง เกิดหมดกำลังใจที่จะทำความดีไปเยอะทีเดียว
หรือเพราะในสังคมปัจจุบัน คนที่ตั้งใจทำบางสิ่งบางอย่างด้วยความปรารถนาดีนั้น หาได้ยาก มีแต่คนที่ลงมือทำอะไรเพื่อผลประโยชน์เท่านั้นหรือ
การปกปิดตัวตนจึงยังคงมีต่อไป ปกปิดเพื่อลดแรงเสียดทาน เพื่อความสบายใจ
เช่นเดียวกับการเขียนบันทึกใน gotoknow ที่บางท่านห่างหายไป เพราะไม่สบายใจที่ถูกคนที่รู้จักมองด้วยความเคลือบแคลงสงสัยในสิ่งที่เขียนบันทึกลงไป ทั้งๆที่ไม่มีอะไรแอบแฝง
คนเรามีมุมมองที่แตกต่างกันค่ะคุณบอน แต่ความตั้งใจจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคนผู้นั้นค่ะว่าคิดอย่างไร คนเราทำอะไรย่อมรู้อยู่แก่ใจค่ะ คนเราถ้าคิดดี วันนี้ไม่เห็นผล วันหน้าก็มี แต่ขออย่าให้คนทำดีท้อแท้เลยค่ะ สังคมยังต้องกายคนแบบนี้มาช่วยกันจรรโลงความเป็นธรรมค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ อ.ราณี
เพราะความแตกต่างของมุมมอง และการมองคนละมุม และความคิดที่แตกต่าง ทำให้เกิดความเข้าใจไปคนละประเด็น
คนตั้งใจทำดี แต่ถูกมองว่า ไม่ดี
เลยต้องมาให้กำลังใจ ลดทอนความท้อ ให้มุ่งมั่นต่อไปครับ
นายบอน!-กาฬสินธุ์ ....
ถ้าปกปิดโดยการเขียนในสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อสาธารณชนก็ควรแก่การอนุโมทนา... ๑
ถ้าปกปิดแล้วเขียนโจมตีหรือส่อเสียดบางสิ่งบางอย่างก็ไม่ควรแก่การอนุโมทนา....๒
ข้อ ๑ เข้าข่าย ปิดทองหลังพระ
ข้อ ๒ มีสำนวนวเยอะแยะ ไม่จำเป็นต้องอ้างถึง
เจริญพร
สวัสดีค่ะ

sasinanda
จริงๆแล้ว ไม่ต้องเปิดเผยหมดก็ได้ค่ะ แต่ไม่น่าต้องปิดหมด ทำให้แปลกๆเหมือนกัน
นมัสการครับหลวงพี่
กรณีที่ยกมานี้ เข้าข่ายข้อ ๑ ที่หลวงพี่กล่าวถึงครับ แต่อาจจะถูกมองว่า ทำเด่นเกินไป จนเป็นภัยแก่ตัวกระมังครับ
สวัสดีครับ คุณ SASINANDA
ถ้ามีความพอดีๆ เลือกเดินสายกลาง เปิดบ้าง ปิดบ้าง คงจะดีนะครับ แต่คงยากที่จะอยู่ตรงกลาง ปิดหมด คงจะไม่ทำให้ใครคิดอะไรที่มากเกินไป จนถูกมองในแง่ลบได้กระมังครับ
กรรม (การกระทำ) เป็นเครื่องชี้เจตนาครับ คนเราหากมีเจตนาที่ดีแล้ว เมื่อคิดดีแล้วตั้งใจที่จะทำดี สิ่งต่อมาที่ควรมี คือความเชื่อมั่นในความดีที่เราได้กระทำครับ อย่าไปสนใจเสียง....รอบข้าง ผมไม่ได้หมายความว่าไม่ฟังเสียงสะท้อน เพียงแต่รับฟัง แต่ไม่รับฟังมาเพื่อบั่นทอนกำลังใจ
ในสังคมราชการ สิ่งที่คุณบอนเล่าสู่กันฟังนี้เป็นสิ่งที่พบได้ไม่ยากครับ สังเกตุดูคนหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งเรียนจบกลับมา แต่ละคนจะมีพลังงานเหลือเฟือ มีความตั้งใจที่อยากจะพัฒนางานต่างๆมากมาย แต่เมื่อเริ่มต้นงานของตัวเองจริงๆ แล้วก็จะรู้ว่า มีอุปสรรคมากมายที่ไม่เป็นไปตามที่ตัวเองคิด สุดท้ายก็ค่อยๆหมดไฟ หมดพลังงาน หมดความตั้งใจที่อยากจะทำงาน ยิ่งถ้าขาดความเชื่อมั่นในตัวเองด้วยแล้ว สุดท้ายก็จะถูกกลืนเข้าไปอยู่ในพวกที่กินก๋วยเตี๋ยวตอนเช้า กินเกาเหลาตอนค่ำ
ในความเห็นส่วนตัว ผมคิดว่า การทำงานอย่างโดดเดี่ยว ค่อนข้างเสี่ยงมากที่จะทำให้ไฟในตัวเองมอดดับลง ดังนั้นการรวมกลุ่มเพื่อนฝูงที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน มีความตั้งใจที่จะทำงาน ทำความดี เหมือนๆกัน คอยปรึกษาหารือกัน คอยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ช่วยให้ไฟแห่งความตั้งใจ และเจตนาที่ดีในการกระทำความดี คงอยู่ได้นานขึ้น หรือตลอดไปครับ หมั่นคอยเติมกำลังใจให้แก่กันและกัน ช่วยให้คนเราที่ตั้งใจทำดี ได้มีโอกาสทำดีได้นานขึ้นครับ
การกระทำไม่ว่าจะเป็นการทำโดยปกปิด หรือเปิดเผยก็ตาม หากมีเจตนาที่ดี ก็ทำไปเถอะ แม้จะผิดพลาดบ้าง แต่ด้วยเจตนาที่ดีแล้วคงไม่มีใครถือโทษหรอกครับ เพราะไม่มีใครที่ไม่เคยผิดพลาดจากการกระทำ ดีกว่าอีกหลายคนที่คิดว่าอยากจะทำแล้วไม่ได้ทำ เพราะสุดท้ายยังไงก็ไม่ได้ทำ เมื่อตัดสินใจที่จะทำแล้ว เชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อมั่นในเจตนาที่ดีของเราครับ
สวสดีค่ะคุณบอน..
อยู่คนเดียว..บางทีความขยันหมั่นเพียรก็ถอยไปง่ายนะคะ.....ครูอ้อยเคยแล้วค่ะ
ขอบคุณค่ะ