ยุติธรรม

คำนี้มีใช้ในสังคมไทยมานาน แม้ผู้เขียนจะรู้และวิเคราะห์ได้ว่าศัพท์นี้มาจากคำบาลี แต่ก็ยังไม่เคยเห็นในวรรณคดีบาลีที่ใช้ศัพท์นี้โดยตรง ตลอดถึงเนื้อหาอื่นๆ ที่จะอ้างถึงเรื่องความยุติธรรมตามที่เราคิดกันในยุคสมัยนี้...

วันนี้ที่ได้นำคำนี้ขึ้นมาบอกเล่า เพราะผู้เขียนได้รับการชักชวนจากคุณ Conductor ให้เข้าไปสังเกตการณ์หรือมีส่วนร่วมในเรื่อง แผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจฉบับประชาชน (ผู้สนใจสมัครที่
http://innovation.thai.net/forums/index.php?t=coppa&rid=0)... หลังจากผู้เขียนเข้าไปแล้วก็เห็นหัวข้อ Social Justice - ความยุติธรรมในสังคม ว่าน่าสนใจสำหรับผู้เขียน... (ส่วนหัวข้ออื่น คงจะต้องเกาะติดไปก่อน)...ก็คงจะไปปัดฝุ่นหนังสือเรื่องนี้อีกครั้ง...

ยุติธรรม ศัพท์นี้เราบัญญัติขึ้นมาเพื่อใช้แทนคำว่า Justice ... ซึ่งก็คงจะเหมือนกับคำอื่นๆ ในภาษาไทยอีกหลายคำที่เรายืมมาใช้ โดยที่คำนั้นๆ มิได้มีใช้เป็นการเฉพาะในคำบาลีหรือสันสกฤตเดิมโดยตรง...

ยุติธรรม = ยุติ + ธรรม

ยุติ มาจาก ยุช รากศัพท์ แปลว่า ประกอบ, ควร  (ยุช + ติ = ยุติ, ยุตฺติ)... โดยเฉพาะในคำว่า ยุติธรรม น่าจะได้ความหมายว่า ควร ...อนึ่ง ยุช รากศัพท์นี้ มีใช้ในคำไทยหลายคำ เช่น ประโยค ประโยชน์ โยชน์ โยคะ ...

ธรรม มาจาก ธร รากศัพท์ แปลว่า ทรง (ธร + รรม = ธมฺม) ...

ดังนั้น ยุติธรรม น่าจะแปลว่า สภาพที่ทรงไว้ซึ่งกรณีที่สมควร หรือ การทรงไว้ตามความเหมาะสม ... ประมาณนี้

........... 

ความยุติธรรม ตามที่เราเข้าใจกันก็หมายถึง การให้รางวัลหรือการลงโทษตามความเหมาะสมนั่นคือ...

เมื่อเป็นการให้รางวัลก็คือ การแบ่ง การแจกจ่าย การเฉลี่ย สิ่งต่างๆ ที่พึงได้พึงถึงแก่แต่ละคนหรือชุมชนนั้นๆ ตามความเหมาะสม...

เมื่อเป็นการลงโทษก็คือ การตัดสินความผิดบางอย่างของใครบางคนหรือบางองค์กรตามความความเหมาะสมแล้วก็บังคับให้การลงโทษนั้นๆ เป็นไปตามที่ควรจะเป็น... ประมาณนี้

ประเด็นความยุติธรรมนี้ ในจริยปรัชญาถือว่าเป็นคุณธรรมหลักที่สังคมทั่วไปพึงปรารถนา ซึ่งเรื่องนี้มีอยู่ ที่ จริยศาสตร์คุณธรรมกับการกระทำเหนือหน้าที่ ๒.  เล็กน้อย ผู้สนใจสามารถดูได้...

........

ผู้เขียนไม่เคยเจอคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่กล่าวถึงเรื่องนี้โดยตรง... งานเขียนงานวิจัยที่ศึกษาเรื่องนี้ในทางพระพุทธศาสนาก็ไม่เคยเจอ (อาจเคยเจอ แต่ไม่สะดุดใจ นั่นคือ เมื่อจำไม่ได้ ก็เหมือนกับไม่เคยเจอ)

ส่วนที่พอจะนึกมาเทียบเคียงตอนนี้ ก็เช่น พระพุทธเจ้าทรงอ้างว่า พระหฤทัยของพระองค์ทรงมีความเสมอภาคทั้งในช้างนาฬาคีรี พระเทวทัต และสามเณรราหุล ...

อีกประเด็นหนึ่งคือ พรหมวิหาร ๔ ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา .. นับว่าเป็นธรรมสำหรับผู้ใหญ่ที่จะต้องมี ...

พรหมวิหารธรรม เหล่านี้ ประสงค์เอาการที่ผู้เป็นใหญ่จะต้องแผ่ไปให้ถึงบรรดาผู้น้อยทั้งหลายเท่านั้น... แต่ถ้าใครก็ได้ แผ่ธรรมเหล่านี้ไปทั่วถึงทุกคน ทุกหมู่สัตว์ ไม่จำกัดว่าจะเป็นภพ ภูมิ ชนชั้น วรรณะ หรือชนิดใดๆ จะเรียกว่า อัปปมัญญาธรรม นั่นคือ ธรรมที่พึงแผ่ไปโดยไม่มีประมาณ....ทำนองนี้...

ผู้เขียนคิดว่า อัปปมัญญาธรรม ทำนองนี้ น่าจะนำมาประยุกต์ใช้ในการอ้างถึงแนวคิดเรื่องความยุติธรรมในทางพระพุทธศาสนาได้...