ชิมแปนซีชนิดที่ ๑ คือชนิดตัวโต (common chimp) ชนิดที่ ๒ คือชนิดตัวเล็ก ที่เรียกว่า pygmy chimp สองชนิดนี้ ดีเอ็นเอ ต่างกันเพียง ๐.๗% ชนิดที่สามเรียกตัวเองว่าคน (Homo sapiens sapiens) ดีเอ็นเอ ต่างจาก ชิมแปนซี ๒ ชนิดแรก ๒% นี่คือวิธีกลับมุมมองต่อคน ที่ Jared Diamond นักเขียนยอดนิยมของผม ใช้ในการเขียนหนังสือ The Third Chimpanzee ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ๑๙๙๒
สัตว์อื่นเขาอยู่กับธรรมชาติ ปรับตัวเข้ากับธรรมชาติ มีการใช้เครื่องมือและภาษาบ้าง ก็ในระดับง่ายๆ แต่คน นอกจากเดินตัวตรง ยังพูด เขียน สร้างเครื่องมือที่ซับซ้อน และสร้างสังคมที่ซับซ้อน คุณสมบัติทั้งหมดนี้คนได้มาจากวิวัฒนาการของสมอง สัตว์อื่นๆ ไม่เลี้ยงลูก หรือเลี้ยงก็ใช้ระยะเวลาไม่นาน แต่คนต้องใช้เวลาเลี้ยงลูกนานมาก คือชีวิตต้องมี dependency period นานถึง ๑/๔ ของชีวิต และยังมี dependency ต่อเครื่องมืออีกด้วย หมายความว่าชีวิตของคน ซึ่งเป็นสัตว์ที่พิเศษที่สุดนั้น เราได้ละจากชีวิตแบบ self-dependent ไปเป็นชีวิตแบบ inter-dependent แต่เราไม่ค่อยรู้สึกกัน
ในด้านบวก คนมีการสร้างสรรค์ศิลปะ มีอารมณ์ละเมียดละไม และความรักความผูกพันที่ลึกซึ้งระหว่างกัน มีความสามารถในการทำความเข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ และนำมาใช้สร้างสรรค์วิธีการต่างๆ ที่เรียกว่าเทคโนโลยี แต่คุณสมบัติเหล่านั้น ก็เป็นโทษสมบัติไปพร้อมๆ กัน คนเป็นสัตว์ที่ทำลายล้างกันเองอย่างรุนแรง มีการทำลายล้างธรรมชาติที่ตนอาศัยอยู่ อย่างรุนแรงที่สุด ซึ่งในที่สุด จะนำไปสู่การทำลายล้างตนเอง
คน หรือชิมแปนซีชนิดที่ ๓ จึงเป็นสัตว์ที่เข้มแข็งที่สุด และอ่อนแอที่สุด ในเวลาเดียวกัน
วิจารณ์ พานิช