วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๘ ณ
ที่ทำการกองทุนหมู่ที่ ๓
นัดประชุมเวลา ๑๓.๐๐ น.
แต่คณะกรรมการยังมาไม่ครบจึงได้ขอนำเสนอรายงานความก้าวหน้างานวิจัยระยะ
๖ เดือนที่ได้นำเสนอต่อหัวหน้าชุดและผู้ทรงคุณวุฒิไปแล้ว
ทุกหมู่มีความเห็นว่าเป็นข้อมูลที่เป็นจริง ยกเว้นหมู่ที่
๒ที่ได้เสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า “สมาชิกกองทุนของหมู่ที่ ๒ มี ๒ ประเภท คือ ประเภทสามัญ
กับกิตติมศักดิ์ สำหรับสมาชิกกิตติมศักดิ์คือ
สมาชิกที่มีบ้านอยู่ในหมู่ที่ ๒ แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านมา
การพิจารณาก็จะดูว่าอยู่ในหมู่จริงและอยู่เป็นเวลานาน”
การเสนอข้อคิดเห็นนี้นับว่าเป็นประโยชน์กับทางกองทุนอื่นที่ต้องการขยายสมาชิกออกไป
เริ่มประชุมเวลา ๑๓.๓๐ น. ประธานคือคุณเทพพิทักษ์
(จากที่ได้เสนอว่ามีคุณเทพพิทักษ์คนเดียวที่ทำรายงานวาระการประชุมและนำไปแจกเอง
ครั้งนี้ได้เปลี่ยนให้ทางคุณอนุราชซึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการเครือข่ายเป็นผู้จัดทำและแจก)
วาระต่างๆเป็นดังนี้คือ
วาระที่ ๑ แจ้งให้ทราบ
ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการทุกหมู่บ้านต้องทำงานร่วมกับคลินิกแก้จนเพื่อแก้ไขปัญหา
และแจ้งว่าพรุ่งนี้ที่
อบต.มีการจัดประชุมเรื่องเกี่ยวกับศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและวิสาหกิจชุมชน
แปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน
วาระที่ ๒ รับรองการประชุม เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ณ
ที่ทำการกองทุนหมู่ที่ ๑๓ ที่ผ่านมา ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตัดสิน
วางกรอบเกี่ยวกับการประกวดกองทุนระดับตำบล
และได้ออกเยี่ยมหมู่บ้านต่างๆของตำบลในคลองเพื่อวางแผนตำบล
รวมถึงวางแผนการทำงานวิจัยร่วมกัน
วาระที่ ๓
แจ้งเรื่องการเข้าร่วมงานประกาศเกียรติคุณที่ทางเครือข่ายระดับจังหวัดจัดขึ้น
ในวันที่ ๑๘ ธันวาคม เริ่ม ๑๗.๐๐ น. เป็นโต๊ะจีนทั้งหมด ๔๐๐ โต๊ะ
ของพระสมุทรเจดีย์ต้องรับภาระ ๓๐โต๊ะ โต๊ะละ ๒,๐๐๐ บาท
ผู้ใหญ่อ้อต้องไปรับรางวัลรับภาระ ๒ โต๊ะ
ในวาระนี้มีประเด็นเกิดขึ้นมากมาย เริ่มจากลุงหร่วย “คุณฉลอง “ปีที่แล้วจัดที่ศาลาประชาคม
ข้างนอกห้องประชุมไม่ได้ยินอะไร นั่งกินกันแบบเงียบๆ
ที่สำคัญคือเครือข่ายไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ไม่ช่วยแต่หวงอำนาจกลัวคะแนนเสีย ทำงานแยกส่วนกัน เรามีปัญหา
เพื่อนๆกองทุนมีปัญหาน่าจะมาช่วยกัน”
คุณอนุราชเห็นว่าควรมองที่วัตถุประสงค์ของการจัดงานมากกว่า
คืออยากให้ได้มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน พี่ตุ๊กตาได้เสนอว่า
คณะกรรมการระดับอำเภอควรจะสื่อสารกับทางจังหวัดว่าน่าจะจัดงานที่นำมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน
เรารู้หรือไม่กองทุนอื่นทำอะไรไปบ้าง
อย่างน้อยรู้เขารู้เราในการบริหาร
คุณเทพได้กล่าถึงประเด็นนี้ว่าเคยเสนอให้เครือข่ายระดับจังหวัดควรมีฐานข้อมูล
เพื่อการเชื่อมโยง แต่ไม่ดีรับความเห็นชอบ
รวมทั้งให้ความเห็นในเรื่องของการจัดโต๊ะจีนของเครือข่ายว่า
ได้ทำการคัดค้านเพราะไม่อยากให้ฟุ่มเฟือย
และหักคอเกินไป แต่ก็ต้องไปดูเพื่อให้รู้ความเคลื่อนไหว
และได้พูดถึงการประกาศเกียรติคุณกองทุนหมู่บ้านตอนนี้ทำให้เกิดความแตกแยก
และได้บอกว่าถ้างานวิจัยชิ้นนี้เสร็จจะขอลงจากรองประธานคนที่ ๑
ของเครือข่ายระดับจังหวัดเพราะไม่เช่นนั้นจะถูกบังคับให้เป็นประธานของเครือข่ายระดับจังหวัด”
คุณฉลองเสนอว่าถ้ามีตำแหน่งแล้วไม่สามารถโน้มน้าวได้ก็ให้ออกมาหรือไม่ก็ไปเป็นใหญ่ไปเลย
ในวาระนี้ได้มีประเด็นของการตั้งคำถามเกี่ยวกับการฟ้องผู้ที่ไม่ส่งคืนเงินกู้
เริ่มจากลุงหยีหมู่ที่ ๒ ได้ถามในประเด็นที่ว่า “ฟ้องได้หรือไม่ได้ ข้อมูลเป็นอย่างไร
เพราะเห็นว่าเรื่องนี้ กระเทือนทุกกองทุน”
คุณเทพได้ตอบข้อคำถามดังนี้คือ
สามารถฟ้องได้แต่ต้องผ่านกระบวนการมากหน่อย
๑. ต้องประนอมหนี้จนเต็มความสามารถก่อน
ถ้าไม่คืนก็ทำประชาคมให้ได้เสียงเกินความกึ่งหนึ่ง
จากนั้นทำเรื่องฟ้องโดยกำหนดคณะบุคลที่ทำหน้าที่
๒. เสนอเรื่องผ่านไปทางอำเภอ เพื่อดำเนินการ
หากยังดำเนินการไม่ได้จึงส่งไปยังจังหวัด
๓.
เสนอเรื่องจากอำเภอมายังจังหวัดเพื่อดำเนินการหากยังดำเนินการไม่ได้ทางจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้จัดส่งไปยังสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติเพื่อดำเนินการต่อไป
๔.
สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติพิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป
ได้สรุปวาระที่ ๓ในเรื่องของการซื้อโต๊ะจีน
คุณอนุราชเสนอว่าให้ใช้เงินกองกลางของเครือข่ายที่มีอยู่ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม
นอกจากนี้ยังเสนอต่อที่ประชุมในเรื่องของการรวมทั้ง ๑๓
หมู่บ้านอยากให้เป็นภาพที่ชัดเจนเพราะจะขอทั้งในเรื่องสถานที่และงบประมาณผู้บริหารก็อยากให้รวมแบบชัดเจนเช่นเดียวกัน
วาระที่ ๔ สทบ.จะโอนเงินสนับสนุนเครือข่ายตำบลมาให้ ๑๐,๐๐๐ บาท
จะนำเงินที่ได้มาบริหารจัดการเองไม่ต้องผ่านระดับอำเภอที่จะรวมเงินทุกตำบลละ
๑๐,๐๐๐ บาทรวมแล้ว ๔๐,๐๐๐บาท
จะมีเพียงการจัดเวทีพัฒนาและศึกษาดูงานเพียงวันเดียวแล้วจบกับไป
โดยเงิน๑๐,๐๐๐ บาทจะนำมาดำเนินการจัดอบรมสัมมนา พัฒนาจำนวน ๔๐ คน
อาจจะมีการศึกษาดูงานแบบเช้าไปเย็นกลับ
เงินที่เหลือนำมาใช้ในการบริหารจัดการเรื่องการประชุม วัสดุอุปกรณ์
และอื่นๆที่จำเป็น
ซึ่งการจัดแบบนี้แทบไม่มีเงินเหลือขึ้นอยู่กับหารบริหารงานของคณะกรรมการเครือข่ายระดับตำบล
แต่ในการนี้จะต้องมีรูปและรายงานไปนำเสนอ
คุยเลยมาถึงเรื่องเปิดเวทีกระบวนการเรียนรู้งานวิจัยในวันที่ ๑๘
ธันวาคม ๒๕๔๘ ณ หอประชุมวัดใหม่ หมู่ที่ ๕ เริ่มเวลา ๙.๐๐ น.
ในวันนั้นจะมี ๒ เวทีย่อยคือ ๑)
การค้นหาปัญหาและเป้าหมายของสมาชิกหมู่ที่ ๕
ว่าจะดำเนินการพัฒนาไปในทิศทางใด และ ๒)
การค้นหาตัวเองเพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายกองทุนระดับตำบล
รวมทั้งมีการเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมโดยคุณเทพว่า
อยากจะไปดูงานโดยตั้งเป้าไว้ ๓ ที่ คือกองทุนดีเด่นระดับจังหวัด
ธนาคารหมู่บ้านที่ประสบความสำเร็จ และกลุ่มออมทรัพย์เพื่อสวัสดิการ
แต่ก็มีทางคุณอนุราชที่
ไม่เห็นด้วยในเรื่องของการศึกษาดูงานเพราะไม่อยากไปดูงานในระยะเวลาสั้นๆ
อยากที่จะแก้ปัญหาจริงๆ
มีการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาโดยมีการระดมความคิดเห็น
ทำการแก้ไขจริงจังและเร่งด่วน อาจจะเสนอไปทางอำเภอหรือพัฒนา
ที่สำคัญคือต้องทำงานให้เป็นรูปธรรม
เสนอว่าอยากให้เปิดกว้างไม่ปิดกั้นหมู่ที่ไม่ค่อยเข้าร่วมการประชุม
(ได้ทำแน่ในวันที่ ๑๘ ธันวาคม)
ทางทีมงานวิจัยเห็นว่าทางเครือข่ายอยากที่จะมีข้อมูลจึงได้กระตุ้นในเรื่องของการจัดทำฐานข้อมูลของตำบล
โดยในแต่ละกองทุนต้องดำเนินการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อที่จะได้จัดทำเป็นระบบในรูเครือข่ายตำบล
รวมถึงระบบบัญชีแม้จะแยกที่กันทำแต่ก็ต้องเป็นระบบเดียวกัน
รวมทั้งกระตุ้นในเรื่องของการจัดทำสารประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะออกเดือนละ
๑ ครั้ง ในวันที่ ๑๕ ของทุกเดือน
เอกสารที่จัดทำแล้วกลุ่มเป้าหมายที่อยากให้ส่งไปคือ
เครือข่ายกองทุนระดับตำบลอื่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
แต่ในการจัดทำต้องมีการคิดร่วมกันเพื่อร่างเป็นระเบียบนโยบายรวมทั้งอาจจะต้องมีคณะกรรมการรับผิดชอบเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของวารสารประชาสัมพันธ์ต่อไป
โดยในวันนี้ได้ให้ผู้ที่เข้าร่วมประชุมช่วยกันคิดหลายเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดทำวารสารมีดังนี้คือ
๑. นโยบาย :
สนับสนุนส่งเสริมองค์การการเงินชุมชน รวมถึงทุกองค์กรระดับท้องถิ่น
ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง
๒. เป้าหมาย :
เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานขององค์การการเงินชุมชน
รวมถึงทุกองค์กรระดับท้องถิ่นให้เครือข่ายหรือประชาชนคนอื่นรับรู้รับทราบ
๓. วัตถุประสงค์ :เพื่อให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เพื่อเผยแพร่ให้กับหน่วยงานของรัฐ
หน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนทั่วไป
เพื่อส่งเสริมเรื่ององค์ความรู้และวิถีทางประชาธิปไตยให้ประชาชนรับทราบ
๔.
รูปแบบของวารสารประชาสัมพันธ์ให้ไปคิดจากนั้นนำมาแสดงความคิดเห็นร่วมกันอีกครั้ง
ในวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๘
๕. ระยะเวลาที่จะประเมินวารสาร ทุก ๓ เดือน
เพื่อจะได้มีการพัฒนาปรับปรุงต่อไป
ปิดการประชุมเวลา ๑๖.๔๕ น.
บันทึกได้ละเอียดดีครับ วันที่ 18 ผมไปร่วมสังเกตุการณ์ได้มั้ยครับ
พี่ภีม