เราต้องศรัทธาต่อการมีชีวิตอยู่

ผมรู้สึกเสมอว่า  จังหวะชีวิตในแต่ละวัน  ดูจะเร่งรีบและเร่งร้อนอย่างไม่ว่างเว้น  ผมเองก็เถอะ  บางจังหวะก็ดูจะตกอยู่ภายใต้ชะตากรรมเช่นนั้นเหมือนกัน 

 

การได้มีโอกาสพักผ่อนในวันหยุดที่ความฝันไม่หยุดคิดฝัน  ช่วยให้ตนเองมีเวลาพอสมควรกับการหวนคิดคำนึงกลับไปสู่คืนวันที่ชีวิตได้ก้าวล่วงผ่านมา 

   

นั่งนับนิ้วจำนวนความฝันที่เหลืออยู่  รวมถึงนับจังหวะชีวิตของตนเองในห้วงต่าง ๆ  ที่ล่วงผ่านมาแล้ว  หลายภาพฉายชัดถึงความรีบเร่งอย่างโง่เขลา   บางจังหวะเนิ่นช้าราวกับชายชราที่จิตวิญญาณรอการแตกดับ

  

และสิ่งหนึ่งที่สัมผัสพบจากจังหวะชีวิตเหล่านั้นก็คือ เราต้องศรัทธาต่อการมีชีวิตอยู่  และกล้าที่จะเรียนรู้การเติบใหญ่ของชีวิต  รวมถึงการรู้จักที่จะรอคอยในสิ่งที่เดินทางมาไม่ถึง

  ...... 

 

นานและนานมากแล้วที่ผมไม่สามารถเขียนบทกวีได้ดังที่ใจอยากจะเขียน,  บทกวีหลายบทถูกเขียนทิ้งแบบไม่จบ.. 

แต่นี่คือ บทกวีวัยแรกหนุ่มที่ผมอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย  ซึ่งเขียนถึงเพื่อนผู้อยู่ไกลถึงเมืองกรุง...  เพียงเพื่อต้องการจะให้กำลังใจต่อการดำเนินชีวิตของเขากลางเมืองใหญ่ที่แทบจะไม่มีดวงดาวให้นอนนับ..   และกำลังถูกรุมเร้าด้วยความเร่งรีบและเร่งร้อนของสังคมอย่างน่าเห็นใจ   

   

เถอะชีวิต

ทีละนิด  ทีละนิด  ค่อยเติบใหญ่

ทีละก้าว  ทีละก้าว  ค่อยก้าวไป

เพื่อเรียนรู้การเติบใหญ่แห่งชีวิต  

........  

อย่ายอมพ่ายแพ้

ต่อความอ่อนแอเพียงชั่วขณะ

ดวงใจต้องไม่ลดละ

กับการมุมานะสู่เส้นชัย

ชีวิตมีล้มลุก

สุขทุกข์ย่อมเป็นไป

เรียนรู้อย่างตั้งใจ

ย่อมเติบใหญ่อย่างทระนง