บันทึกนี้เขียนขึ้นเพื่อบันทึกเรื่องราวและบรรยากาศที่เกิดขึ้นในวันสังสรรค์ศิษย์เก่าเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ รุ่น 08-09-10 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2549 ให้เพื่อนที่ไม่ได้มาร่วมงานให้ได้ทราบข่าวสาร เสมือนว่าได้มาร่วมงานกับเรา โปรดได้ทราบว่า เรารักท่าน เราจึงไม่อยากให้ท่านพลาดกับงานสำคัญนี้
ปีนี้คณะกรรมการจัดงาน นำโดยพี่หนู(...เพ็ญศรี รุ่งเรือง ประธานรุ่น 09...)และทีม เป็นโต้โผใหญ่ประธานจัดงาน และเช่นเดียวกับที่ได้ปฏิบัติมาเช่นปีก่อนๆ ตอนเช้านิมนต์พระสงฆ์มารับสังฆทาน เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ครูอาจารย์ทุกท่านที่ได้ล่วงลับไปแล้ว และกับเพื่อเราบางคนที่ได้เสียชีวิตไปก่อนตอนใกล้เที่ยงก็เป็นเวลาของพากเราที่จะมาเจรจาต้าอ้วยกัน
อาคารหอพัก เรือนศรีไสยาสน์(ยังมีอยู่)
การสังสรรค์ศิษย์เก่าวัตถุประสงค์สำคัญ คือ การมาพบปะพูดคุยรำลึกถึงความหลังและไต่ถามสาระทุกข์สุขดิบกันระหว่างเพื่อนฝูงที่เคยเล่าเรียนมาด้วยกัน ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ระหว่างศิษย์กับอาจารย์ ไต่ถามถึงเพื่อนบางคนที่ไม่ได้มา(...แต่ยังรำลึกถึงกันอยู่...)
ปีนี้พิเศษกว่าปีที่ผ่านมา ที่มีน้องรุ่น 10 มาร่วมจัดงานสังสรรค์พร้อมกันกับเรา เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งรุ่น กลายเป็นว่าเป็นการสังสรรค์ศิษย์เก่าพร้อมกัน 3รุ่นในวันเวลาเดียวกัน รุ่น 08 อยู่ปีกหนึ่งของหอประชุม รุ่น 09 อีกปีกที่เหลือ ส่วนรุ่น 10 เนื่องจากเป็นปีแรกที่นัดกัน จึงยังมีจำนวนน้อยอยู่ก็ลงปีกไหนก็ได้ ทำให้บรรยากาศดูครื้นเครงไปอีกแบบ
ปีนี้มีอาจารย์ของเรา 3 ท่านกรุณามาร่วมงานกับลูกศิษย์ ด้วยอาจารย์ที่ยังคงเหลืออยู่จำนวนน้อยนิด และท่านอาจารย์แต่ละท่านก็อายุชราภาพมาก(....ขนาดลูกศิษย์บางคนก็เกษียณไปแล้ว บางคนเหลือเวลาอีกคนละปีสองปีกำลังจะ....) แล้วจะไม่ให้อาจารย์ชราภาพได้อย่างไร ต้องขอชื่นชมอาจารย์ที่เคารพทั้งสามท่าน คือ อาจารย์สัญญา อาจารย์สมถวิล และอาจารย์จงแจ่ม
ท่านอาจารย์สัญญาท่านยังคงดูหนุ่มและแข็งแรงกว่าอายุอยู่มาก(...ลูกศิษย์บางคนศรีษะล้านกว่า และบางคนผมขาวกว่าอาจารย์ก็แล้วกัน....) ส่วนทางอาจารย์สมถวิลก็ยังดูแข็งแรงดีพอประมาณ เราทุกคนพยายามกลับมายังสถานที่เดิมที่เคยเล่าเรียน ก็ด้วยหวังจะได้กลับมาพบกับครูบาอาจารย์(แม้จะเหลือน้อยคน... แต่ก็ยังมีให้เรามาพบ และได้กราบคารวะท่าน)และมาพบกับสถานที่ที่เราเคยใช้ชีวิตอยู่เกือบ2ปีเมื่อก่อนโน้น (แม้จะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ก็ยังมีเค้าให้คุยรำลึกถึงเรื่องราวแต่หนหลังได้พอสมควร...) คณะลูกศิษย์ขอกราบคารวะอาจารย์ทั้งสามท่านด้วยความขอบคุณยิ่ง ที่ท่านได้กรุณากับลูกศิษย์ทั้งสามรุ่น
อาจารย์มาร่วมงานพบปะพูดคุย ให้ลูกศิษย์ได้กราบอาจารย์และรับประทานร่วมกับพวกเราอยู่นานโขทีเดียว พวกเราทุคนที่มาถึงก็เข้าไปกราบอาจารย์ก่อน และก็ไปเข้าก๊วนทักทายเพื่อนฝูงด้วยความดีใจที่ได้มาพบปะกัน คนที่มาทีหลังก็เข้าไปกราบอาจารย์ต่อเนื่องมิได้ขาดสาย ดูเป็นบรรยายกาศของคนแก่ทีทำตัวกลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้งอย่างนั้น
เมื่อทานข้าวเสร็จ โฆษกงาน(คุณบรรเจิด...)ได้เชิญอาจารย์แต่ละท่านขึ้นไปกล่าวให้โอวาทแก่ลูกศิษย์ ท่านบอกดีใจมากที่ได้มาพบปะกับลูกศิษย์ ถ้ายังมาไหวก็อยากจะมาทุกปี ไม่รู้ว่าสังขารจะเอื้ออำนวยได้อีกนานเท่าไร เสร็จทั้งสามท่านแล้ว ผู้แทนทั้งสามรุ่นได้มอบของที่ระลึกให้อาจารย์ทุกท่าน ท่านอยู่คุยด้วยอีกพักใหญ่ จึงขอกลับไปก่อน(คนแก่จะลุกเดินนั่งนอนก็ลำบากไปทุกอย่าง เดี๋ยวเราแก่บ้างแล้วจะรู้สึก....) สังเกตว่าตอนกลับอาจารย์
อาคารเรียน เรือนเขียว (รื้อไปแล้ว)
แต่ละท่านใช้เวลานานมาก กว่าจะผ่านลูกศิษย์แต่โต๊ะออกไปได้ เพราะลูกศิษย์ทุกคนไม่ว่ารุ่นไหน จะต้องวิ่งออกไปกราบลาอาจารย์ และกราบอวยพรให้อาจารย์ คำที่กล่าวเป็นพรแด่อาจารย์ก็คือ “ขอให้อาจารย์แข็งแรงนะครับ(ค่ะ)” อาจารย์ได้ฟังแล้วยิ้มปลาบปลื้มใจมาก อาจารย์สัญญาว่า ปีหน้าจะมาร่วมงานอีกให้ได้ ลูกศิษย์ได้ฟังก็หน้าบาน
ทีนี้โฆษกใหญ่(...คุณบรรเจิดเจ้าเดิม...) ได้เชิญผู้แทนรุ่นทั้งสามรุ่นออกไปกล่าวแสดง ความรู้สึก ทำให้บรรยากาศของศิษย์เก่าทั้งสามรุ่นเป็นกันเองดีมาก และสัญญาว่าปีหน้าจะจัดงานร่วมกันอย่างนี้อีก(...ใครที่เป็นศิษย์เก่าแล้วไม่ได้มางาน ถือว่าท่านได้พลาดโอกาสสำคัญของชีวิตไป แล้วละ โอกาสดีๆเช่นนี้เหลือให้ท่านได้มาร่วมอีกไม่มากนัก...เพราะทุกคนก็แก่ๆกันแล้วนะครับ)
จากนั้นเราบรรเลงการคุยกันอย่างฟุ่มเฟือยมาก ดูเป็นว่าเรื่องอาหารไม่ใช่สาระสำคัญเท่าไร
กลุ่มแรกที่มาก่อนเพื่อนในตอนเช้าตอนเก้าโมง ที่เห็นก่อนคือ กลุ่ม อุทิศ(ลพบุรี) คงศักดิ์(พิษณุโลก) บรรเจิด(สุพรรณฯ)นี่แหละ(..มีอีกแต่จำไม่ได้ เห็นไวๆ...มีสุภรณ์ (กทม.มาแจมกันแต่เช้า...) แถวบ้านเรือนไทยข้างสนามบอล
ขาประจำที่มาทุกปี ดูว่าน่าจะมีสักสามกลุ่ม (กลุ่มพื่หนูกับคุณฉวีวรรณ นี่ไม่นับนะครับ ฝนตกแดดออกอย่างไรต้องมาอยู่แล้ว...) กลุ่มแรกเป็นขาประจำ กทม. ก็มี รองสุดา วีระพันธ์ เป็ด หวิล(หวาหวัด) ธำรงค์ ชูวงค์ บุญเชิด สุภรณ์ (บันทูร)หนุ่ย(ปีนี้ทำท่าจะป่วยอยู่ที่เมืองกาญจน์) กลุ่มสองเป็นขาประจำจากต่างจังหวัด ก็มี คงศักดิ์(อ็อด) บรรเจิด อุทิศ เป็นต้น
ที่เหลือส่วนที่เป็นกลุ่มค่อนข้างประจำกับกลุ่มวูบวาบ ลองดูกลุ่มค่อนข้างประจำครับ ดูว่าจะมี อดิสัย เรืองรอง(เขียว) สุรินทร์(ปีนี้น้ำท่วม กทม.) วุฒิ จงกลนี วิไลลักษณ์ ดารา บุญเกื้อ พัฒนี ประอร ทิพวรรณ แจ๋ว คนึงนิจ อุทัย วิไลพร นฤมล มนตรี ตี๋(สุรชาติ) วรรณา(ไปต่างประเทศ) ฉาย(เปลี่ยนชื่อใหม่แล้วครับ)
ส่วนกลุ่มวูบวาบสลับกันมา ได้แก่ อรุณ(ไปต่างประเทศครับ) มาลี พูนศรี วันเพ็ญ ประภาศรี ถวิล(น) นิรันเดช สำราญ สมชาย ทิพวรรณ เชาว์ พรพรรณ มาลี อรุณ วุฒิ พิสมัย นำพร รัตนา วิลาวรรณ ประอร
อย่างไรก็ตาม เพื่อนทุกคนขอยกนิ้วชื่นชม บุคคลที่อยู่ไกลมากและสปิริตสูงยิ่ง เช่น สารี(กระบี่) ฤดีพร(อุดร) สำราญ(ศรีษะเกษ) ท่านเหล่านี้เดินทางมาไกลมากเพื่อมาพบปะกับคณะของเรา(ขอปรบมือให้ดังๆ.....)
มีกลุ่มหนึ่งนะครับ ที่ เรียกว่า กลุ่มหายสาบสูญก็ได้ คือ เหน่ง (ศิริชัย) อี๊ด(ศิวารมย์) ธวัช
สรุปแล้วก็คือ ท่านที่อยู่ใกล้มาง่ายสะดวกก็จะมาได้บ่อยๆ แต่ถ้าอยู่ห่างไกลมากเหลือเกินก็จำเป็นนะครับ ไม่มีเจตนาจะต้องเป็นจริงเป็นจัง แต่เรา(พี่หนูและทีม)จะดีใจมากอย่างที่สุดที่เราทั้งหลายได้มาพบกัน แรกๆก็จัดงานสองสามปีครั้ง ต่อมาหลังๆสมาชิกร้องขอว่าทุกๆปีเถอะ(ทนคิดถึงกันไม่ไหวแล้ว....)
ภาพหมู่สังสรรค์ปี2549
ถ้าสะดวกที่จะมาได้ทุกปีก็มา ถ้าไม่สะดวกก็เวียนสลับกันมาก็ได้ แต่โปรดได้รับทราบว่า เพื่อนที่มาทุกคน คิดถึงเพื่อนทุกคนที่ไม่ได้มาอยู่เสมอ( ทางหนังสืออนุสรณ์ไงละครับ....)
อาจารย์สัญญาทักว่า ปีนี้ดูหน้าแล้วทั้งสามรุ่นมาน้อยกว่าปกติของทุกๆปี น่าจะใช้ เพราะสาเหตุน้ำท่วม บางคนบ้านท่วม โรงเรียนท่วม และบางคนต้องไปแก้ไขปัญหาน้ำท่วม นับจำนวนแล้ว ปีนี้(2549)สมาชิกมาร่วมงาน 35 คน
คนมาไกลที่สุด คือ คุณสารีครับจากปักษ์ใต้สุดโน้น จังหวัดกระบี่ครับ คนที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรก(ขอต้อนรับ..ปรบมือ...)มี 2 คน คนหนึ่ง คือคุณอรุณี(กทม.) และคนที่สองคือ คุณสุนันทา(กทม.) ของต้อนรับและขอเชิญทุกปีนะครับ
คนที่มาใกล้ที่สุด คือ นิรันเดชครับ(บ้านอยู่บางอ้อ จรัลสนิทวงศ์) คนที่มาทุกปีแต่หลงเข้างานไม่ถูก คือ ถวิล(หวาหวัด)ครับ
คนที่ไม่รู้ว่างานจัดกันวันนี้ คือ อ๊อด(กุลธรี – รู้ว่ามีงานเอาตอนเที่ยง มาเอาครึ่งหลังของงาน-แค้นมาก หลังเลิกงานเลยชวนเพื่อนๆไปต่อกันที่บ้านอีก...แก้ตัว)
บรรยายกาศตลาดงาน พวกเราก็จบกลุ่มคุยกันสนุกสนานเฮฮา ใครใคร่ร้องเพลงก็ขึ้นไปร้อง(โปรดทราบ-สมชาย-เพื่อนเราร้องเพลงชรินทร์เพราะมากนะครับ หลังร้องห้าเพลงรวดแบบ เมดเลย์) ใครใคร่รำวงก็รำ ใครใคร่ดื่มก็ดื่มไป
ดูๆไปเพื่อนเราและตัวเราเองก็แก่ลงไปมากเหมือนกันนะครับ คงต้องมาพบกันทุกปีแล้วละ เพราะไม่รู้ว่าเกิดชาติใหม่ เราจะได้เรียนหนังสือด้วยกันอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้.......
รุ่นพี่ 08 และรุ่นน้อง 10 ก็สัญญาว่าปีหน้าจะมาจัดงานร่วมกันอีก(กำลังเสนอว่า เราจะกำหนดวันจัดงานประจำปีเลยหรือไม่...โปรดฟังข่าวในงานปี 50)
สวัสดีครับ พบใหม่ปี 2550................. กฤษดา กรุดทอง ผู้บันทึก
28 ตค 49 วันที่บันทึก
-------------------------------------------------------------------------
โปรดทราบที่1 สมาชิกที่เคยเรียนห้อง ก. ทุกคน ทางกลุ่มห้อง ก. ปรารถกันว่าจะสังสรรค์เฉพาะห้อง ก. ต่างหากอีกด้วย ( สังสรรค์ประจำปีครั้งเดียว คงยังไม่จุใจ...) โปรดติดตามนะครับ เน้นเฉพาะห้อง ก. นะครับ) ไม่รู้แค่คิดหรือเอาจริง...ติดต่อคุณอ๊อดหรือรอคุณอ๊อดจะติดต่อมาครับ...<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p></div></td></tr></tbody></table> โปรดทราบที่2 สมาชิกท่านใดที่ทราบหรือติดต่ออาจารย์ของเรา (ดร.สกุลรัตน์ กุมุทมาส)ได้ โปรดแจ้งที่ติดต่อได้ที่พี่หนูด้วยนะครับ เราจะเรียนเชิญท่านมาร่วมงานปีหน้า เมื่อได้พบ/กราบอาจารย์ พบปะเพื่อนฝูง ได้มารำลึกถึงสถานที่เคยอยู่เคยเรียน ร้องเพลง เต้นรำ คุยกัน รับประทานจนอิ่มหนำสำราญใจแล้ว ตอนบ่ายเกือบๆสามโมง งานก็เลิกลา เราร่ำลากันด้วยอาลัย อำลาจากโรงเรียนเก่าของเรา พร้อมกับสัญญาว่าเดือนตุลาคมปีหน้า เราจะกลับมาพบกันอีก....ไม่ลืม...สัญญา