ความสงบจากชิ้นส้ม
หลังจากผู้เขียนนำเสนอบทความ "ล้างจานเพื่อล้างจาน" เมื่อวันนี้ผู้เขียนได้แนะนำให้เพื่อนคนหนึ่งอ่านบทความนี้ เธอค่อนข้างจะเข้าใจว่าผู้เขียนนำเสนออะไร แต่เธอก็บอกว่ายังไม่เข้าใจชัดนัก เพราะเธอได้ศึกษาทางด้านนี้มาน้อย เราก็เลยคุยกันว่าจะให้ผู้เขียนอธิบายเพิ่มอีกสักหน่อย เผื่อท่านผู้อ่านท่านอื่นจะได้เข้าใจชัดเจนขึ้นด้วย
ด้วยเหตุนี้บทความนี้จึงกำเนิดขึ้น ผู้เขียนเห็นว่าผู้เขียนไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก เพราะถ้าท่านผู้อ่านได้อ่านตอนหนึ่งที่ผู้เขียนได้คัดลอกมาให้อ่านในบทที่ชื่อว่า "ความสงบจากชิ้นส้ม" นี้แล้ว ท่านจะเข้าใจได้ชัดขึ้นแม้ไม่ได้ศึกษาด้านนี้มาบ้างเลยก็ตาม เพราะท่าน ติช นัท ฮันท์ ได้อธิบายไว้ชัดแล้วครับ
...ถ้าหากว่าขณะล้างจาน เราไปคิดถึงแต่ว่าเดี๋ยวจะไปดื่มน้ำชา หรือคิดถึงเรื่องอื่นที่จะมาในอนาคต เราก็จะรีบล้างจานให้เสร็จๆ ไป เหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่น่ารำคาญเหลือเกินแหละ เราไม่ได้ "ล้างจานเพื่อล้างจาน" แล้ว และยิ่งกว่านั้น ตอนล้างจานเราก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ด้วย เราไม่อาจจะเข้าถึงความมหัศจรรย์ของชีวิตขณะที่เรายืนอยู่ที่อ่างล้างจานได้ และถ้าเราล้างจานไม่เป็น ตอนที่เราดื่มน้ำชาเราก็ไม่ได้ดื่มน้ำชาด้วย เพราะเรามัวจะไปนึกถึงเรื่องอื่นเสีย เกือบจะไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเรามีถ้วยชาอยู่ในมือ ด้วยเหตุนี้เราก็เลยหลงเข้าไปอยู่ในโลกของอนาคต และจริงแล้วมันหมายความว่า เรามีชีวิตอย่างแท้จริงไม่เป็นเลยนิดเดียว
เรื่องเกี่ยวกับส้มและจิมก็เป็นเหมือนอย่างนี้ ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว จิมกับครูนั่งกินส้มด้วยกัน และคุยกันถึงสิ่งที่เราจะทำในอนาคต ในตอนนั้นถ้าเมื่อไรเราคิดถึงโครงการที่น่าทำ หรืองดงามได้สักโครงการหนึ่ง จิมจะจมดิ่งเข้าไปในโครงการนั้นอย่างเต็มที่ จนพูดได้ว่าเขาลืมนึกว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ในขณะปัจจุบัน จิมหยิบส้มใส่ปากชิ้นหนึ่ง และยังไม่ทันจะเริ่มเคี้ยว ส้มอีกชิ้นหนึ่งก็เตรียมจะตามเข้าไป เขาหยิบส้มใส่ปากชิ้นแล้วชิ้นเล่า แทบจะไม่มีจังหวะหยุดเลย ดูแทบจะไม่รู้ตัวเอาเลยว่าเขากำลังกินส้ม ครูต้องปลุกจิมให้ตื่นขึ้นมารับรู้ว่า ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ โดยบอกเขาว่า "เธอควรจะกินส้มชิ้นที่เธอใส่เข้าไปในปากเสียก่อน" ครูพยายามชี้ให้เขาเห็นว่า เขาไม่ได้กินส้มอยู่เลย เพียงแต่ใส่กลีบส้มเข้าปากกลีบต่อกลีบอย่างรวดเร็วเท่านั้น ครูจึงดุเขา และความจริงเขาก็ไม่ได้กินส้มอยู่ จริงๆ ถ้าจะพูดให้ถูก เขากำลังกิน "โครงการในอนาคต" มากกว่า มีใครบางคนกล่าวไว้ว่า "ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในปัจจุบัน เวลามอง คุณก็จะไม่เห็น ฟังแต่จะไม่ได้ยิน กินแต่จะไม่ได้ลิ้มรส"...
แล้วท่านล่ะครับ เวลากินส้ม ท่านกำลังกินโครงการ กินโปรเจ็กต์ กินสัมมนา ในอนาคต หรือกินส้มอยู่ครับ?
ธรรมะสวัสดีครับ
ธรรมะสวัสดีครับ
ผมจำได้ว่าตอนบวชอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใกล้บ้าน จานที่ใช้แล้วหลังจากกิจกรรมหนึ่งของวัดเต็มอ่างแช่ จนล้น เศษอาหาร ขึ้นรา ส่งกลิ่นไม่โสภา ตรงนั้นผมตั้งใจนั่งลงพร้อมกับเณรอีกรูปหนึ่ง ล้างจานจนหมด เณรบ่นตลอดล้างไปด้วย แต่ผมพยายามบอกเณรให้เห็นในงานที่ทำว่าเป็นงานที่ดีเยี่ยม
ผมจำคำพูดของใครคนหนึ่งได้ว่า ยิ่งเราได้ทำงานที่เรารู้สึกว่าต่ำต้อยเพียงใด ก็จะทำให้จิตใจเรายิ่งสูงขึ้น
อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องการกินส้มแต่ไม่ได้ลิ้มรส ซึ่งเป็นเรื่องสติ มากนัก แต่ก็แตกออกมาจากเรื่องล้างจานครับ
ธรรมะสวัสดีครับ
สวัสดีค่ะคุณธรรมาวุธ
มาอ่านขยายความเรื่องล้างจาน ทำให้นึกถึงเรื่องปัจจุบันธรรม ค่ะ
ดีจริงๆ ได้อ่านทบทวนแล้ว ทำให้เจริญสติได้ดีค่ะ
ขอบคุณนะคะ
ธรรมะสวัสดีครับ
ธรรมะสวัสดีครับ
ชอบจังเลยค่ะ
ใช่ค่ะ ถ้าจิตเราหมกมุ่นกับอดีต หรือ ไปพะวงอนาคต
เราจะพลาดการลิ้มรสปัจจุบันไปอย่างน่าเสียดายจริงๆค่ะ
และหลายครั้งๆเรามักเป็นไปอย่างนั้นโดยไม่รู้ตัว
น่าเสียดาย นะคะ
แต่ ไม่น่าตกใจเพราะ ปัจจุบัน เป็นของแปลกของเพียงเรานึกถึง มันก็จะอยู่กับเราได้ทันทีค่ะ
สำคัญมีสตินึกถึงให้ได้ค่ะ
ขอบคุณที่บทบันทึกเตือนสติดีครับ
ชีวิตในสังคมปัจจุบันหากรื่นไหลไปกับสิ่งที่เหมือนบังคับให้ชีวิตไหล
ก็เหมือนกับกินส้มแต่ไม่ได้กินส้ม
แต่กินความเร่งรีบ กันสภาวะการแข่งขัน
กินการช่วงชิง กับตัวเอง
บางทีรู้ทั้งรู้แต่ก็เหมือนถูกบังคับ
แล้วปล่อยผ่านให้สิ่งที่เรียกว่าส้มเคลื่อนลงคอไปกลีบแล้วกลีบเล่า
กว่าจะกลับมามีสติรู้ตัวทั่วพร้อมได้ ก็บ่ายแก่ซะแล้ว..
ไม่มีเทคโนโลยี่ในยุคโลกาภิวัฒน์นี้สร้างขึ้นมาเพื่อเตือนสติติดตามตัว
มีแต่ปัญญาของผู้นั้นเองที่จะเตือนตัวเอง
มีแต่อ่านสภาวะธรรมรอบๆตัวแล้วเตือนตัวเอง
ขอบคุณน้องธรรมาวุธครับ
ธรรมะสวัสดีครับ
สวัสดีค่ะคุณธรรมมาวุธ
เอาชาอู่หลงก้านอ่อน ของดีเมืองเชียงรายมาฝากค่ะ..ชงมาพร้อมสรรพเลย มานั่งลงแล้วดื่มชาอุ่นๆหอมๆ เพื่อซึมซาบรสชา กลิ่นชา สังเกตใบชาและสัมผัสจากแก้วชากันเถอะค่ะ
ปัจจุบันธรรม ของติช นัท ฮันห์ ท่านเด่นชัดนัก..เบิร์ดจำขึ้นใจเพราะชอบมากว่า .." สิ่งที่อยู่ต่อหน้าเราคือสิ่งที่สำคัญที่สุด "
ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆที่ทำให้วันนี้เบิร์ดมีความสุขอีกวันนะคะ
ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในปัจจุบัน เวลามอง คุณก็จะไม่เห็น ฟังแต่จะไม่ได้ยิน กินแต่จะไม่ได้ลิ้มรส"...
ขอบคุณค่ะ
แล้วคนที่ชอบมีจิตล่องลอยไปไกลๆ ไม่อยู่กับตัว ไม่ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้า เขาเรียกว่า ไม่มีสมาธิในสิ่งที่ทำใช่ไหมคะ แล้วความสำเร็จจะเกิดได้อย่างไร ถ้าไม่จดใจอยู่กับสิ่งปัจจุบัน
ธรรมะสวัสดีครับ
สวัสดีครับคุณพี่ sasinanda
ธรรมะสวัสดีครับ
สวัสดีครับ