ขยายความ "ล้างจานเพื่อล้างจาน" และความสงบจากชิ้นส้ม

ถ้าเราล้างจานไม่เป็น ตอนที่เราดื่มน้ำชาเราก็ไม่ได้ดื่มน้ำชาด้วย

ความสงบจากชิ้นส้ม

           หลังจากผู้เขียนนำเสนอบทความ "ล้างจานเพื่อล้างจาน"  เมื่อวันนี้ผู้เขียนได้แนะนำให้เพื่อนคนหนึ่งอ่านบทความนี้  เธอค่อนข้างจะเข้าใจว่าผู้เขียนนำเสนออะไร  แต่เธอก็บอกว่ายังไม่เข้าใจชัดนัก  เพราะเธอได้ศึกษาทางด้านนี้มาน้อย  เราก็เลยคุยกันว่าจะให้ผู้เขียนอธิบายเพิ่มอีกสักหน่อย  เผื่อท่านผู้อ่านท่านอื่นจะได้เข้าใจชัดเจนขึ้นด้วย

           ด้วยเหตุนี้บทความนี้จึงกำเนิดขึ้น  ผู้เขียนเห็นว่าผู้เขียนไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก  เพราะถ้าท่านผู้อ่านได้อ่านตอนหนึ่งที่ผู้เขียนได้คัดลอกมาให้อ่านในบทที่ชื่อว่า "ความสงบจากชิ้นส้ม" นี้แล้ว  ท่านจะเข้าใจได้ชัดขึ้นแม้ไม่ได้ศึกษาด้านนี้มาบ้างเลยก็ตาม  เพราะท่าน ติช นัท ฮันท์  ได้อธิบายไว้ชัดแล้วครับ


           ...ถ้าหากว่าขณะล้างจาน เราไปคิดถึงแต่ว่าเดี๋ยวจะไปดื่มน้ำชา หรือคิดถึงเรื่องอื่นที่จะมาในอนาคต เราก็จะรีบล้างจานให้เสร็จๆ ไป เหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่น่ารำคาญเหลือเกินแหละ เราไม่ได้ "ล้างจานเพื่อล้างจาน" แล้ว  และยิ่งกว่านั้น  ตอนล้างจานเราก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ด้วย  เราไม่อาจจะเข้าถึงความมหัศจรรย์ของชีวิตขณะที่เรายืนอยู่ที่อ่างล้างจานได้   และถ้าเราล้างจานไม่เป็น  ตอนที่เราดื่มน้ำชาเราก็ไม่ได้ดื่มน้ำชาด้วย  เพราะเรามัวจะไปนึกถึงเรื่องอื่นเสีย เกือบจะไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเรามีถ้วยชาอยู่ในมือ  ด้วยเหตุนี้เราก็เลยหลงเข้าไปอยู่ในโลกของอนาคต  และจริงแล้วมันหมายความว่า เรามีชีวิตอย่างแท้จริงไม่เป็นเลยนิดเดียว

           เรื่องเกี่ยวกับส้มและจิมก็เป็นเหมือนอย่างนี้  ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  จิมกับครูนั่งกินส้มด้วยกัน  และคุยกันถึงสิ่งที่เราจะทำในอนาคต  ในตอนนั้นถ้าเมื่อไรเราคิดถึงโครงการที่น่าทำ  หรืองดงามได้สักโครงการหนึ่ง  จิมจะจมดิ่งเข้าไปในโครงการนั้นอย่างเต็มที่  จนพูดได้ว่าเขาลืมนึกว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ในขณะปัจจุบัน  จิมหยิบส้มใส่ปากชิ้นหนึ่ง  และยังไม่ทันจะเริ่มเคี้ยว  ส้มอีกชิ้นหนึ่งก็เตรียมจะตามเข้าไป  เขาหยิบส้มใส่ปากชิ้นแล้วชิ้นเล่า  แทบจะไม่มีจังหวะหยุดเลย  ดูแทบจะไม่รู้ตัวเอาเลยว่าเขากำลังกินส้ม  ครูต้องปลุกจิมให้ตื่นขึ้นมารับรู้ว่า  ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่  โดยบอกเขาว่า  "เธอควรจะกินส้มชิ้นที่เธอใส่เข้าไปในปากเสียก่อน"  ครูพยายามชี้ให้เขาเห็นว่า  เขาไม่ได้กินส้มอยู่เลย  เพียงแต่ใส่กลีบส้มเข้าปากกลีบต่อกลีบอย่างรวดเร็วเท่านั้น  ครูจึงดุเขา  และความจริงเขาก็ไม่ได้กินส้มอยู่  จริงๆ ถ้าจะพูดให้ถูก  เขากำลังกิน  "โครงการในอนาคต" มากกว่า  มีใครบางคนกล่าวไว้ว่า  "ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในปัจจุบัน  เวลามอง  คุณก็จะไม่เห็น  ฟังแต่จะไม่ได้ยิน  กินแต่จะไม่ได้ลิ้มรส"...


แล้วท่านล่ะครับ  เวลากินส้ม  ท่านกำลังกินโครงการ  กินโปรเจ็กต์  กินสัมมนา ในอนาคต  หรือกินส้มอยู่ครับ?

 

ธรรมะสวัสดีครับ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ทำเพื่อธรรม



ความเห็น (55)

เขียนเมื่อ 
  1. เมื่อมาอ่านบันทึกนี้แล้ว เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้งมากขึ้นครับ
  2. เพราะบันทึกล้างจานเพื่อล้างจาน เปรียบดังรับอ่านบันทึกนั้นเพื่อจะรีบไปอ่านบันเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมาย
  3. เหมือนไม่ได้อ่านบันทึกนั้นอยู่เลย เพียงแต่เปิดหน้าบันทึกให้ผ่านสายตาอย่างรวดเร็วเท่านั้น
  4. พอมาอ่านบันทึกนี้ ในแบบที่ช้าลง ... จึงกระจ่างมากขึ้นครับ
เขียนเมื่อ 
P
  • สวัสดีครับ
  • ลองทำแบบนี้กับทุกๆ บันทึก ของทุกๆ คนดูซีครับ
  • ทำให้ช้าลง  ไม่ต้องรีบ
  • เราอาจเห็นอะไรดีๆ มากขึ้นครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

  ผมจำได้ว่าตอนบวชอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใกล้บ้าน จานที่ใช้แล้วหลังจากกิจกรรมหนึ่งของวัดเต็มอ่างแช่ จนล้น เศษอาหาร ขึ้นรา ส่งกลิ่นไม่โสภา  ตรงนั้นผมตั้งใจนั่งลงพร้อมกับเณรอีกรูปหนึ่ง ล้างจานจนหมด เณรบ่นตลอดล้างไปด้วย  แต่ผมพยายามบอกเณรให้เห็นในงานที่ทำว่าเป็นงานที่ดีเยี่ยม

         ผมจำคำพูดของใครคนหนึ่งได้ว่า  ยิ่งเราได้ทำงานที่เรารู้สึกว่าต่ำต้อยเพียงใด ก็จะทำให้จิตใจเรายิ่งสูงขึ้น

          อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องการกินส้มแต่ไม่ได้ลิ้มรส ซึ่งเป็นเรื่องสติ มากนัก แต่ก็แตกออกมาจากเรื่องล้างจานครับ

เขียนเมื่อ 
  • P
  • ใครว่าไม่เกี่ยวล่ะครับ  เต็มๆ เลยครับ
  • ขณะที่คนหนึ่งล้างจานพลางลงนรกไปพลาง  แต่อีกคนกลับล้างจานพลางขึ้นสวรรค์ไปพลาง  ก็แปลกดีนะครับ
  • ผมชอบประโยคนี้ครับ ยิ่งเราได้ทำงานที่เรารู้สึกว่าต่ำต้อยเพียงใด ก็จะทำให้จิตใจเรายิ่งสูงขึ้น นั่นก็คงเพราะว่าเราทำงานไปพลาง  ลดอัตตาไปพลาง กระมังครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณธรรมาวุธ

มาอ่านขยายความเรื่องล้างจาน ทำให้นึกถึงเรื่องปัจจุบันธรรม ค่ะ

ดีจริงๆ ได้อ่านทบทวนแล้ว ทำให้เจริญสติได้ดีค่ะ

ขอบคุณนะคะ

เขียนเมื่อ 
P
  • สวัสดีครับ อ.กมลวัลย์
  • ขอบคุณที่เป็นกัลยาณมิตรเรื่อยมาครับ
  • ผมว่าเรื่อง สติ กับ ปัจจุบันธรรม นี่สำคัญมากจริงๆ นะครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 
  • ผมนี่เป็นบ่อยครับ.งประเภทสร้างวิมานในอากาศขณะที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ครับ
  • สงสัยต้องฝึกสติกันยกใหม่ครับ
เขียนเมื่อ 

P

  • สวัสดีครับ  ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ
  • ตอนนี้สบายดีไหมครับ
  • ช่วยฝึกกันเยอะๆ นะครับ สติ เนี่ย สำคัญมากครับ
  • แต่เราต้องเข้าใจความหมายของสติในทางธรรมก่อน แล้วจะทำได้ง่ายขึ้น
  • มีปัญหาอะไรลองปรึกษา อ.กมลวัลย์ ดูครับ
  • P
    ท่านใจดี ครูบาอาจารย์ท่านก็เยอะครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 

ชอบจังเลยค่ะ

ใช่ค่ะ ถ้าจิตเราหมกมุ่นกับอดีต หรือ ไปพะวงอนาคต

เราจะพลาดการลิ้มรสปัจจุบันไปอย่างน่าเสียดายจริงๆค่ะ

และหลายครั้งๆเรามักเป็นไปอย่างนั้นโดยไม่รู้ตัว

น่าเสียดาย นะคะ

แต่ ไม่น่าตกใจเพราะ ปัจจุบัน เป็นของแปลกของเพียงเรานึกถึง มันก็จะอยู่กับเราได้ทันทีค่ะ

สำคัญมีสตินึกถึงให้ได้ค่ะ

เขียนเมื่อ 
P
  • สวัสดีครับ คุณตุ๊กแกสอนธรรม
  • ใช่ครับ ธรรมะอยู่ที่ปลายจมูกนี่เองครับ
เขียนเมื่อ 
  • มาทักทายครับ
  • ฮ่าๆๆมาดูน้องส้ม
  • ฮ่าๆๆๆ
เขียนเมื่อ 

P

  • สวัสดีครับ อ.ขจิต
  • จะรับน้องส้มกี่กลีบดีล่ะครับ
  • 555555555
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณที่บทบันทึกเตือนสติดีครับ

ชีวิตในสังคมปัจจุบันหากรื่นไหลไปกับสิ่งที่เหมือนบังคับให้ชีวิตไหล

ก็เหมือนกับกินส้มแต่ไม่ได้กินส้ม

แต่กินความเร่งรีบ กันสภาวะการแข่งขัน

กินการช่วงชิง กับตัวเอง

บางทีรู้ทั้งรู้แต่ก็เหมือนถูกบังคับ

แล้วปล่อยผ่านให้สิ่งที่เรียกว่าส้มเคลื่อนลงคอไปกลีบแล้วกลีบเล่า 

กว่าจะกลับมามีสติรู้ตัวทั่วพร้อมได้ ก็บ่ายแก่ซะแล้ว..

ไม่มีเทคโนโลยี่ในยุคโลกาภิวัฒน์นี้สร้างขึ้นมาเพื่อเตือนสติติดตามตัว

มีแต่ปัญญาของผู้นั้นเองที่จะเตือนตัวเอง

มีแต่อ่านสภาวะธรรมรอบๆตัวแล้วเตือนตัวเอง

ขอบคุณน้องธรรมาวุธครับ

เขียนเมื่อ 
P
  • สวัสดีครับ พี่บางทราย (แฮะแฮ่ม ขออนุญาตเรียกพี่นะครับ)
  • เดี๋ยวนี้คนเราทำตัวเหินห่างกับธรรมชาติมากเกินไป
  • เขาไม่คิดว่าเขาคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
  • พยายามทำตัวให้เหนือธรรมชาติ
  • ปัญหาประดามี ภัยธรรมชาติต่างๆ ที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็นกัน และนับวันจะมากและเพิ่มความแปลกขึ้นเรื่อยๆ
  • ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากๆ เหมือนกับพี่บางทราย  จึงมีโอกาสเจริญสติได้ดีครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณธรรมมาวุธ

เอาชาอู่หลงก้านอ่อน ของดีเมืองเชียงรายมาฝากค่ะ..ชงมาพร้อมสรรพเลย  มานั่งลงแล้วดื่มชาอุ่นๆหอมๆ เพื่อซึมซาบรสชา กลิ่นชา สังเกตใบชาและสัมผัสจากแก้วชากันเถอะค่ะ

ปัจจุบันธรรม ของติช นัท ฮันห์ ท่านเด่นชัดนัก..เบิร์ดจำขึ้นใจเพราะชอบมากว่า .." สิ่งที่อยู่ต่อหน้าเราคือสิ่งที่สำคัญที่สุด "

ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆที่ทำให้วันนี้เบิร์ดมีความสุขอีกวันนะคะ

sasinanda
IP: xxx.8.78.240
เขียนเมื่อ 

ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในปัจจุบัน  เวลามอง  คุณก็จะไม่เห็น  ฟังแต่จะไม่ได้ยิน  กินแต่จะไม่ได้ลิ้มรส"...

ขอบคุณค่ะ

แล้วคนที่ชอบมีจิตล่องลอยไปไกลๆ ไม่อยู่กับตัว ไม่ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้า เขาเรียกว่า ไม่มีสมาธิในสิ่งที่ทำใช่ไหมคะ แล้วความสำเร็จจะเกิดได้อย่างไร ถ้าไม่จดใจอยู่กับสิ่งปัจจุบัน

เขียนเมื่อ 
  • P
  • สวัสดีครับคุณเบิร์ด
  • ธรรมดาผมไม่ค่อยถนัดเรื่องเครื่องดื่ม
  • แต่ได้ดื่มชาคุณเบิร์ดก็รู้สึกชุ่มคอ กลิ่นหอม ดีนะครับ
  • ตอนนี้ผมกำลังตามล่าหานังสือของ ท่านติช นัท ฮันห์อยู่ครับ หาได้สามสี่เล่มเองครับ หายากจัง
  • เรามา ดื่มชาเพื่อดื่มชา กันเถอะครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณพี่ sasinanda

  • สงสัยมานานแล้วชื่อคุณพี่เป็นภาษาไทยอ่านยังไงครับ?
  • ครับ คนที่ไม่มีสมาธิในการทำงานนั้น จะก้าวหน้าในการงาน(ด้วยความสามารถตนเอง)นั้นเป็นไปไม่ได้ครับ
  • ส่วนในบทความนี้ท่านเรียกสิ่งนั้นว่า สติ ครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

P

  • มาทักทายเพื่อทักทาย
  • มาดื่มชาอู่หลงก้านอ่อน โดยใจจดจ่อ หอม สดชื่น
  • มาแซวเพื่อแซว
  • คนอะไร เอาแต่ล้างจาน เพื่อ ล้างจาน

 

เขียนเมื่อ 
  •  
    P  น้องเทพ
  • ตามพี่
    P สิทธิรักษ์มา
  • เพื่อให้กลับไปเฝ้าบล็อกพี่ด้วย  อิอิ..
  • ขอบคุณค่ะ   พี่ค่อนข้างโง่
  • แต่พี่ระลึกเสมอ
  • "คิดถึงอดีตมีแต่ถดถอย  อนาคตล่องลอยอยู่ในความฝัน " เพราะฉะนั้นพี่จะอยู่กับปัจจุบันขณะจ้ะ
เขียนเมื่อ 
P

"คิดถึงอดีตมีแต่ถดถอย  อนาคตล่องลอยอยู่ในความฝัน "

  • เพราะดีครับ  ไม่เคยได้ยินมาก่อน  แต่ฟังดูท้อๆ ยังไงไม่รู้นิ
  • ขอบคุณที่แวะ(ตามหมีแพนด้า)มาครับ
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับ
  • ตั้งใจอ่านอย่างมีสมาธิ  จึงได้ซึมซับถึงความลุ่มลึกทางแนวคิด
  • และเมื่อตั้งใจอ่านบันทึกนี้   ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องรีบเร่งไปสู่บันทึกอื่น ๆ
  • ถ้าเป็นเช่นนั้น  ก็ไม่ต่างอะไรกับการไม่ได้ล้างจานเพื่อล้างจาน
  • ....
  • ขณะที่เรายืนอยู่บนความจริงของวันนี้  เราต่างเฝ้าฝัน หรือละเมอฝันไปสู่วันข้างหน้าอย่างรีบเร่งและเลื่อนลอย
  • จนหลงลืมที่จะให้ความสำคัญต่อวันนี้  ยังผลให้วันนี้ไม่ได้เป็น "ต้นทุนที่ดี"  ของวันข้างหน้า
เขียนเมื่อ 
P
  • ขอบคุณครับที่มาเยี่ยมกันอีกครั้ง
  • และขอบคุณอย่างยิ่งที่กรุณาตั้งใจอ่านอย่างละเมียดละไม
  • ผมสังเกตว่าเดี๋ยวนี้  ผู้เขียนบันทึกมีเยอะ  แต่ละบันทึกก็มีคุณค่า  ดังนั้นเราต้องบริหารเวลาให้ดี  เพราะถ้าอ่านลวกๆ ก็อาจไม่ได้อะไร หรือได้น้อย  แต่ถ้าอ่านช้าเกินไปก็ทำให้อ่านไม่หมด แต่ก็ดีกว่าอ่านแบบลวกๆ
  • ผมไม่ได้ติดตามข่าวลูกชายของคุณนาน  ล่าสุดจำได้ว่าได้อ่านเรื่องที่น้องคนหนึ่งไม่สบาย  อ่านไปพลางซึ้งไปพลาง  นี่แหละหนาความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกนั้นลึกซึ้งจริงๆ (เขียนไปก็ขนพองไปด้วยครับ)
  • คนเราเดี๋ยวนี้มัวแต่คิดเรื่องอดีตกับอนาคต  จนหลงลืมไปว่าปัจจุบันสำคัญที่สุด และเป็นของจริงที่สุด
  • ขอบคุณครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณ ธรรมาวุธ

 วันนี้พอมีเวลาจึงแวะมาเยือน และอ่านบันทึกนี้

"ความสงบจากชิ้นส้ม"จำคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยผ่านสายตามาหนหนึ่งนานแล้ว  จากหนังสือ"มหัศจรรย์จากการตื่นอยู่เสมอ" ซึ่งแปลจาก"The Miracle of being awake" ของท่านติช นัท ฮันท์  โดย พระประชา  ปสันนธัมโม  ....ถ้าจำคลาดเคลื่อน ก็ขออภัยครับ

ในหนังสือเล่มนี้แทบทุกบทอ่านแล้วเยือกเย็นใจดีมากๆครับ เพราะเน้นเรื่องการฝึกให้มี"สติ"อยู่กับปัจจุบัน ...เดี๋ยวว่าจะลองค้นหาหนังสือเล่มที่ว่ามาอ่านอีกครับ

ขอบคุณที่นำเรื่องดีๆมาเผยแพร่บอกกล่าว ครับผม

 

 

เขียนเมื่อ 
P
  • สวัสดีครับ อ.จำนง
  • ถูกต้องแล้วครับ ผมคัดลอกมาจากหนังสือ "ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ" เล่มที่อาจารย์ว่าแหละครับ (อิอิ คิดเองไม่เป็นเลยลอกมาครับ)
  • ถ้าอาจารย์ย้อนกลับไปยังบันทึกก่อนหน้านี้ผมได้อ้างไว้แล้วครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 

สวัดสีครับ คุณ ธรรมาวุธ

แวะเข้ามาบอกกล่าวว่า ค้นหาหนังสือ"ปาฏิหาริย์จากการตื่นอยู่เสมอ" เจอแล้วครับ

ผมจำชื่อหนังสือเป็น"มหัศจรรย์" ผิด ครับ...แหะๆ

ไม่หรอกครับ ก็ต้องมีคัดลอกบ้าง เสริมบ้างเป็นธรรมดา

ตามไปอ่านบันทึกก่อนหน้านี้แล้วครับ

ผมเคยนำ "คำตอบอัศจรรย์ ๓ ประการ" ไปเผยแพร่ในpantip.com เพียงแต่พยายามดัดแปลงเป็นกลอนมาเมื่อ 3 ปีมาแล้วครับ

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ มาเยี่ยมครับ

ล้างจาน ล้างใจ

ใจไม่อยู่กับตัว ไม่อยู่กับจาน เลยล้างจานแบบไม่มีใจ

ในใจไม่มีงาน ในจานไม่มีใจ 

 

เขียนเมื่อ 
  • ล้างไม่ออก ล้างไม่ออก
  • ขอล้างใจเธอจากฉันให้ออก..
  • ฮ่าๆๆแวะมาขอบคุณครับผม
เขียนเมื่อ 
P
  • ยินดีครับ
  • แต่ไม่ทราบว่าขอบคุณเรื่องอะไรครับพี่
เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณที่ไปแสดงความคิดเห็นไว้ครับ
  • เด็กอะไรน่า
  • ซนมากถึงมากที่สุด
  • อยากพบตัวจริงเสียแล้วเนอะ
เขียนเมื่อ 
P
  • เคยมีใครคนหนึ่งถาม ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ ทำองว่าท่านรู้สึกว่าตัวเองแก่หรือไม่?
  • ท่านตอบทำนองว่า  ถ้าร่างกายก็รู้ว่าแก่  แต่ใจท่านไม่รู้สึกว่าแก่ขึ้นเลย
  • ผมก็อยากตอบเลียนแบบ(ไม่ได้ล้อเลียนนะครับ)พระอาจารย์ครับ ว่า อายุผมไม่อ่อนแล้วครับ แต่จิตใจนี่เด๊กเด็กครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ชื่อเรียกภาษาไทย ชื่อว่า ศศินันท์ค่ะ แต่ความที่ต้องหาชื่อมาlog inไม่ให้ซ้ำชื่อเดิม ก็เลยเติมคำว่า ดา ลงไป ไม่มีอะไรมากค่ะ เท่านั้นเอง

เขียนเมื่อ 
อ้อ ขอบคุณครับ พอดีผมก็อ่านได้ประมาณ ศศินันท์ เหมือนกันครับ แต่เห็นมี da ก็งงครับ เลยคิดว่าน่าจะชื่อ ศศินันดา ครับ
เขียนเมื่อ 

อ่านแล้ว ได้ข้อเตือน วันนี้อีกแล้ว....

ขอบคุณคะ 

เขียนเมื่อ 
  • แวะมาอีกรอบ
  • เลือกอ่านเป็นบันทึกแรกในการเริ่มต้นงานของเช้าวันใหม่
  • ...
  • ช่วงนี้ผมมีการงานรัดตัวและรัดชีวิตมากมายนัก  ไม่มีเวลาเขียนบันทึก
  • จึงเข้ามาอ่านเท่าที่มีเวลา
  • ....
  • อ่านบันทึกนี้แล้ว ...สงบ...เย็น ....
  • ขอบคุณครับ
man in flame
IP: xxx.9.40.222
เขียนเมื่อ 

 

 

ขอเชิญร่วมฟังปาฐกถาธรรม

โดยพระภิกษุ ติช นัท ฮันห์ วันอาทิตย์ที่ 20 พ.ค.2550 ณ อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี

กำหนดการ
การแสดงปาฐกถาธรรม "สู่สันติสมานฉันท์ : ความสุขอันเป็นหนึ่งเดียวในครอบครัวและสังคม"
วันอาทิตย์ที่  20 พฤษภาคม 2550
ณ อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี

13.30 น.                       เปิดประตูอาคารสวนลุมพินีสถาน
14.00 - 14.30 น.            พิธีเปิดการแสดงปาฐกถาธรรม
                                     - ประธาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
                                       (คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์)
                                     -  กล่าวรายงานโดย ประธานคณะกรรมการบริหาร
                                        สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
                                        (ศาสตราจารย์ ดร. อภินันท์ โปษะยานนท์)
                                     -  กล่าวเปิดการแสดงปาฐกถาธรรม โดย รัฐมนตรีประจำ
                                        สำนักนายกรัฐมนตรี (คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์)
14.30 - 17.00 น.                - นำนั่งสมาธิ และแสดงปาฐกถาธรรม
                                       โดย พระภิกษุ ติช นัช ฮันห์
17.00 - 18.00 น.                - พักผ่อนอิริยาบถ และเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมเดิน วิถีแห่งสติ
18.00 - 20.00 น.                - เดิน วิถีแห่งสติ (Peace Walk) รอบสวนลุมพินี

 

เขียนเมื่อ 

ไม่มีพรุ่งนี้ แต่ก็......เจอกันครับ

man in flame
IP: xxx.9.39.239
เขียนเมื่อ 

วันนี้ใครไปสวนลุมบ้างครับ

แล้วเจอกันครับ

ธรรมะสวัสดี

เขียนเมื่อ 

ไปมาแล้วครับ คนไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็อุ่นใจดีครับ

ไม่ได้เข้าไปฟังท่านเทศน์ครับ (เทศน์ภาษาอังกฤษ) แต่ได้เดินPeace Walkครับ

http://www.thaiplumvillage.org/

วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม 2550
   18.00 - 21.00 น.



 
ปาฐกถาธรรม "สู่ศานติสมานฉันท์ : ความรักอันไม่แบ่งแยก"
ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถ.วิภาวดี-รังสิต กรุงเทพฯ
ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 2,000 คน

   18.00 น.เริ่มกิจกรรม
   18.30 - 19.00 น.นั่งสมาธิ
   19.00 - 21.00 น.ปาฐกถาธรรม "สู่ศานติสมานฉันท์ : ความรักอันไม่แบ่งแยก"
 
   หมายเหตุ1. คณะผู้จัดมีความจำเป็นต้องปิดประตูอาคารในเวลา 18.30 น.
     เพื่อความสงบระหว่างการภาวนา จึงขอความร่วมมือจากทุกๆ ท่าน
    ในการรักษาเวลา
2. กรุณาปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดในระหว่างร่วมกิจกรรม


(สอบถามรายละเอียดที่ โทร. 085-318-2938-9 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2550 เป็นต้นไป)

http://www.thaiplumvillage.org/plum_operation_p1.html

 

เขียนเมื่อ 
  • P
  • สวัสดีครับ ขอโทษที่ห่างหายไป งานยุ่งเล็กน้อยครับ
  • ขอบคุณที่แจ้งข้อมูลมาเรื่อยๆ
  • เรื่องที่หลวงปู่นัท ฮันห์ จะมาไทยนี้ผมพอจะทราบคร่าวๆ มาก่อนแล้วครับ
  • และได้ทราบเลาๆ ว่าท่านจะไปพำนักแถวๆ เชียงใหม่ด้วย แล้วเปิดคอร์สสอนชาวไทยเราครับ แต่ยังไม่แน่ใจรายละเอียด
  • เห็นเพื่อนที่ภูเก็ตนี่เขาสนใจ  แต่อาจไม่ได้ไป
  • อิจฉาคนกรุงเทพนะครับ ที่ได้เจอตัวจริงท่าน
  • เรื่องที่คนน้อยผมพอจะเข้าใจครับ  เพราะคนไทยไม่ค่อยสนใจแบบนี้กันนัก  ชอบแต่แบบโลดโผน  อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์  จนฝรั่งเขาจะเก่งกว่าเจ้าของอย่างเราอยู่แล้ว
  • มีความคืบหน้า  หรือมีบทความอะไรน่าสนใจก็เขียนมาเล่ากันบ้างนะครับ
  • อ้อ  แล้วที่ท่านบรรยายเป็นภาษาอังกฤษนั้น  ไทยเราไม่มีคนแปลให้หรือครับ  ผมเคยอ่านในหนังสือเล่มไหนแล้วไม่ทราบ  ว่าจะมีคนช่วยแปลให้  เหมือนๆ ในทีวีที่เอาหูฟังเสียบแล้วมีคนช่วยแปลแต่ละภาษาน่ะครับ
  • แต่ถึงไม่ได้แปลเป็นไทย  ผมเชื่อว่าภาษาธรรมนั้นเป็นภาษาสากล  ถ้าได้ตั้งใจแล้วน่าจะเข้าใจได้ครับ
  • แล้วจะรออ่านนะครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับคุณ
P
แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนตามประสาคนคอเดียวกันครับ...ความจริงผมก็เป็นแฟนติดตามหนังสือของท่าน ติช นัท ฮันท์ มาตั้งแต่เริ่มปฏิบัติใหม่ๆ(นี่ก็เกือบ ๒๐ ปีแล้ว) ซาบซึ้งแก่ใจมากกับคำว่า "ล้างจานเพื่อล้างจาน" ที่ผมรู้สึกว่ามันทำยากมากเห็นจะเป็น "อาบน้ำเพื่ออาบน้ำ"นี่แหละ....เพราะส่วนมากจะกลายเป็น "อาบน้ำเพื่อร้องเพลง"

สวัสดีค่ะ

ขออนุญาตเก็บเกี่ยวเรื่องราวดีๆ ในฐานะสมาชิกใหม่ และจะขอติดตามบันทึกดีๆ ไปเรื่อยๆนะคะ ก่อนหน้านี้ก็แอบอ่านไปบ้างแล้ว ส่วนวันนี้ตั้งใจว่าจะบันทึกก็มีปัญหาเกี่ยวกับ

ระบบตลอดเลย นี่หลายรอบแล้วนะคะเนี่ย จนต้องเปลี่ยนเครื่อง comp. ซึ่งเป็นเครื่องเก่าของน้อง แต่กลับยิ่งมีปัญหาเพราะไม่ชิน และเป็นเหตุให้บันทึกไปเองตั้ง 2 ครั้งอย่างที่เห็นนี่หล่ะค่ะ ขอบคุณนะคะที่มีสิ่งดีๆมาให้ทบทวนสติ ได้ประโยชน์มากๆ ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีครับอาจารย์

  • ดีใจมากครับที่อาจารย์มาเยี่ยม
  • ได้รู้จักอาจารย์ก็จาก อ.กมลวัลย์ครับ
  • ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ว่างไปเยี่ยมบล็อกของอาจารย์ทั้งสองเลยครับ
  • ผมชอบศึกษาธรรมะมานานแล้วครับ  แต่เป็นแบบงูๆ ปลาๆ คืออ่านเล่นๆ ไม่ได้ปฏิบัติอะไร
  • แต่นับวันของเล่นก็กลายเป็นของจริงไปเรื่อยๆ
  • จนมาประมาณปีที่ผ่านมาทนไม่ไหว เลยชวนกันกับเพื่อนไปปฏิบัติธรรมครับ
  • งั้นสรุปได้ว่าการปฏิบัติธรรมของผมนั้นน้อยมากๆ
  • ฝากอาจารย์แนะนำด้วยนะครับ  สำหรับข้อเขียนใดๆ ที่ผิดลู่ผิดทาง  ขนาบแรงๆ เลยครับ
  • 555  อาบน้ำเพื่อร้องเพลง หรือครับ?
  • ของผมแม้แต่อาบน้ำเพื่อร้องเพลงก็ทำไม่ได้ครับ  เพราะมันไม่ทันจบเพลง แค่อินโทร ผมก็อาบเสร็จซะก่อนแล้วครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 
P
  • สวัสดี และยินดีต้อนรับสู่สังคมแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แห่งนี้ครับ
  • ขอบคุณที่แวะมาอ่านบล็อกนี้นะครับ
  • ช่วงนี้เจ้าของบ้านไม่ค่อยได้มาต้อนรับ  หรือต้อนรับช้าสักหน่อย ก็อย่าว่ากันนะครับ
  • ผมเข้าไปอ่านในบล็อกของคุณแล้ว  เริ่มด้วยบันทึกล่าสุดที่กล่าวถึง พระอาจารย์ปราโมชย์ น่ะครับ
  • ผมรู้จักท่านไม่นานมานี้เหมือนกันครับ แต่พอรู้ก็สืบได้ว่าตอนที่ท่านเป็นฆราวาสท่านได้เข้าไปตอบกระทู้ที่เว็บลานธรรมบ่อย  ผมก็เคยอ่านเหมือนกัน แต่ไม่รู้จักท่าน
  • พอศึกษางานของท่านก็ชอบทันทีครับ 
  • ถ้าคุณมีโอกาสไปปฏิบัติธรรมกับท่าน ผมแนะนำเต็มที่เลยครับ
  • แล้วเจอกันครั้งหน้าครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 
เขียนเมื่อ 

ขออนุญาติท่าน

P
นำบทความบางตอนไปนะครับ  ขออนุญาติครับ ขอบคุณครับ

http://gotoknow.org/blog/mrschuai/98057

เขียนเมื่อ 
  • มาทักทาย
  • ไม่เขียนอีกหรือครับ
  • รออ่านนะครับผม
เขียนเมื่อ 
P

ขอบคุณสำหรับภาพนะครับ

ผมไม่เก่งเรื่องตีความจากภาพครับ

แต่เดาเล่นๆ ก็ได้ครับ

ขอตั้งชื่อภาพว่า "มองตนครับ"

ธรรมะสวัสดีครับ

เขียนเมื่อ 
P

ขอขอบคุณและยินดีเป็นอย่างสูงครับ

หมีแพนด้าๆๆ หมีๆแพนด้า อิอิ

เขียนเมื่อ 
P
  • สวัสดีครับพี่ขจิต
  • ขอโทษที่ห่างหายไปหน่อย
  • งานยุ่งเล็กน้อยครับ
  • แล้วจะเขียนอีกเร็วๆ นี้ครับ
  • พอดีอกยังไม่หัก เลยไม่มีอารมณ์เค้นให้เขียนครับ 55555
เขียนเมื่อ 
  • หายไปอีกแล้ว
  • มีการเหน็บแนมเล็กน้อย
  • ฝากไว้ก่อนะโอฬาร
  • ฮ่าๆๆๆ
sasinanda
IP: xxx.121.182.232
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ
  • คุณให้คำอธิบายไว้ดีมากค่ะ ที่บันทึกคุรณม้ง
  • ส่วนการจะบรรลุนิพพานได้นั้น  เราต้องพึ่งการศึกษา  การศึกษาที่ตรงกับคำว่า สิกขา หรือ ไตรสิกขา ในพุทธศาสนา  แยกย่อยเป็น  ศีล  สมาธิ  และปัญญา
  • หรือรวมเป็นข้อเดียวก็ได้คือ อริยมรรค  หรือ มรรคมีองค์ ๘ ครับ
  • อยากลองให้commentตรงที่นำคำสอนของพระมาประยุกตืหน่อยค่ะ
  • ที่นี่
  • เขียนเมื่อ 

    ยินดีครับคุณพี่ sasinanda

    เดี๋ยวจะเข้าไปเยี่ยมครับ