หาย..ไป

          ผมเข้า ป.เด็กเล็กพร้อมกับตำราภาษาไทย เห็นตัวไก่เบ้อเริ่มเมื่อเปิดไปหน้า แรก   เรียนภาษาไทยกับเลข อยู่แค่ 2 วิชา จนกระทั่งถึง ป.4 พอ ป.5 ถึงได้รู้จักการจัดตารางเรียน (แต่เรียกกันตารางสอน)

           ขึ้น ป.1 ผมเก่งกล้าอ่านภาษาไทยได้  พร้อม ๆ กับมานีก็เข้าป.1เริ่มหัดอ่านเหมือนกัน ส่วนมานะก็อยู่ ป.2 แล้ว ผมรู้จักมานีและกลุ่มเพื่อน ๆของเธอ มากขึ้นเรื่อย ๆ มานะกับ วีระเป็นรุ่นพี่อยู่ชั้นเดียวกัน ชูใจเพื่อนมานี เธอทั้งสองสนิทสนมกันมาก แต่ปิติเป็นเด็กเกเรขี้เกียจด้วยเป็นลูกคนเล็กของครอบครัว รุ่นเดียวกับมานีและชูใจ แต่ภายหลังปิติกลับเปลี่ยนเป็นคนที่รับผิดชอบมากขึ้นหลังจากเจ้าแก่ตายแล้ว และภายหลังได้เจ้านิล ม้าสีดำ มาแทน  

          ครอบครัวของเพื่อน ๆ ผมเหล่านี้มีผู้ใหญ่ คอยดูแลใกล้ชิดอบอุ่นแม้บางคนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ อย่างชูใจเธออยู่กับยายและอา ส่วนพ่อกับแม่นั้นเป็นเรื่องเศร้าที่ชูใจอยากรู้จากยายของเธออยู่ตลอดเวลา  วีระนั้นก็เช่นกันเขาอยู่กับลุงและป้า แต่วีระเป็นเด็กผู้ชายที่เข้มแข็งและเสียสละ เขาเป็นคนกตัญญูรู้คุณ และเป็นผู้นำ ในการที่ผมได้รู้จักกับวีระในเวลานั้นเขาเป็นที่พึ่งของเพื่อน ๆ น้อง ๆ ได้ทุกสถานการณ์ คอยดูแลเพื่อนและน้องได้

           ผมรู้จักกับสมคิดและดวงแก้วเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ด้วยครอบครัวของสองคนนี้ย้ายมาทำงานในพื้นที่นี้สมคิดและดวงแก้วจึงมาเรียนที่ห้องเดียวกันกับพวกเราอยู่ปีเดียว   จากนั้นผมและเพื่อนๆ ได้รู้จักกับเพชร และจันทร เพชรเป็นเด็กอีสานมาพร้อมครับครัวพ่อแม่และน้อง 2 - 3 คน เพชรไม่ได้เรียน นิสัยก้าวร้าวพูดจาไม่มีมารยาท แต่ครอบครัวลุงป้าของวีระให้การอุปการะ วีระและมานะรวมทั้งเพื่อน ๆ ได้ช่วยกันสอนหนังสือให้เพชรและภายหลังเพชรก็ได้เข้าเรียนในโรงเรียนเดียวกับพวกเราแต่เขาเรียนช้ากว่า  เมื่อรู้จักเพชรมาขึ้นจึงรู้ว่าเขาเป็นคนดีรักพ่อแม่ และน้อง เข้มแข็งและขยัน เขาสนิทกับพวกเราได้ในที่สุด

            ส่วนจันทรนั้นเธอน่าสงสารเพราะเธอมีขาข้างหนึ่งลีบจากโรคโปลิโอ เป็นเด็กกำพร้าอาศัยอยู่กับญาติเธอมีปมด้วยด้วยร่างกายเธอ จึงมีนิสัยเก็บตัวและเงียบเหงา แต่ด้วยความรักปรารถนาดีจากเพื่อน ๆ โดยเฉพาะมานีและชูใจ จันทรก็เป็นเพื่อนกับเราด้วยความร่าเริงและเป็นมิตรในเวลาต่อมา

             บ้านของพวกเราอยู่ในระแวกเดียวกัน ความอุดมสมบูรณ์มีมากแม้ครอบครัวของมานีมานะจะเป็นข้าราชการแต่เพื่อนเราทั้งสองคนนี้ก็คบหาเรียนรู้กับครอบครัวอื่นๆที่เป็นเกษตรกรอย่างนอบน้อมและกลมกลืน   ครั้งหนึ่งลุงของวีระขายผลไม้ได้มากเคยพาพวกเราไปเที่ยวทะเลที่ประจวบคีรีขันธ์ เห็นไร่สัปปะรดกว้างใหญ่ และเห็นน้ำทะเลครั้งแรก  ครั้งหนึ่งมานะกับวีระเคยเล่าว่าไปดูหนังตะลุงกับลุงในงานวัด

...........................................................................

............................................................................

             ตอนจบ ป.6 เราต่างอาลัยกันและไต่ถามถึงอนาคต แล้วก็ต่างแยกย้ายกันไปเรียนต่อ แม้ว่าจันทรจะเลือกสิ่งที่เธอตั้งใจและต้องการที่จะช่วยน้าทำเครื่องจักรสานขายเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัวด้วยความจำเป็น  แต่พวกเราก็สัญญาว่าจะไม่ลืมเธอ และจะมาหาเธอหากมีโอกาส

.....................................................................

                 ผมแทบไม่เชื่อว่าภายหลังผมโตเป็นผู้ใหญ่มีหน้าที่การงานรับผิดชอบในสังคม เรื่องราวของพวกเราถูกเปิดเผยด้วยผู้กุมความลับคนหนึ่ง ชีวิตพวกเราดำเนินมาด้วยคำทำนายลึกลับกระนั้นหรือ ....ให้ดิ้นตาย ผมไม่อยากเชื่อแต่ก็เป็นไปแล้ว    วีระเพื่อนของผมเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดด้วยฝังใจกับคำทำนายของยายแก่ผมขาวที่ลานหินแห่งนั้น  ............บ้าสิ้นดี...........ผมเที่ยวค้นหาความเป็นไปของเพื่อน ๆ ปิติเขาเป็นนักวิชาการเกษตร มานีเธอเป็นหมอผู้โอบอ้อมอารี  ชูใจเธออยู่ที่ออสเตรเลียกับแม่ เธอมีความสุขหลังจากทนทุกข์อยู่นาน  มานะเป็นข้าราชการตำแหน่งสูง  แต่....วีระเพื่อนของผมกลับต้องมากลายเป็นตำรวจติดเหล้า อดีตมือปราบฝีมือดีแต่ต้องพ่ายแพ้ต่อชีวิตครอบครัว   ..........เอาล่ะผมทำใจยอมรับได้ว่าสิ่งที่เห็นและเป็นในอดีตใช่จะตัดสินได้ในปัจจุบัน..ในที่สุดมานีก็ช่วยเพื่อนผมผู้สิ้นหวังคนนี้ได้ ที่ดีใจอย่างหนึ่งคือจันทรเธอได้ครอบครัวที่อบอุ่นทั้งสามีและลูก อาชีพค้าขายของเธอก็เจริญรุ่งเรือง 

                     ผมโล่งใจที่เพื่อนเราที่ผมเชื่อว่าเป็นคนดีทั้งหมดมีชีวิตต่อมาและยังเป็นคนดีได้ ทำประโยชน์ให้สังคมได้ ทุกคน.........

 ...........................แต่คำทำนายลึกลับที่ว่านั้นใครเป็นผู้กำหนดและกุมชะตากรรมพวกเรากันแน่ ที่ลานหิน.........ผมนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก.....

                     แล้วเหตุการณ์ทางภาคใต้ของเราในวันนี้ล่ะ คำทำนายไม่เคยกล่าวถึงเลยสักนิด .....................หรือนั่นคือคำสาป  สาปให้ผมและเพื่อน ๆ ไม่รู้จักใครสักคนเลย  ไม่รู้ว่าเพื่อนอิสลามเขาอยู่แบบไหนอย่างไร  ไม่รู้เลยมัสยิด  ไม่รู้เลยการถือศีลอด   ไม่รู้........ไม่รู้.....

                     ให้ตายเถอะผู้กุมชะตาหากเป็นไปได้ผมจะกลับไปขอร้องท่านให้ทำนายถึงเพื่อนผมทางภาคใต้บ้าง.............ทุกวันนี้ผมต้องหันกลับมาทำความรู้จักเพื่อนผมที่พลัดหายไปในคำทำนายไร้สาระนั้น  ผมกับเพื่อน ๆ ต้องเผชิญกับความขัดแย้งที่ใครก็ไม่รู้ทำให้เราไม่สามารถรู้จักและรักกันได้อย่างง่าย ๆ .........แต่ไม่หรอกคำทำนายบ้าบอนั่นก็อาจไม่ใช่สาเหตุแห่งเรื่องราวของวันนี้

                      ผมจะสร้างความรักความปรารถนาดีต่อเพื่อนของผมทางใต้ต่อไปโดยไม่สนใจต่อคำทำนายของยายแก่ผมขาวที่ลานหินและผู้กุมชะตาจากกาแลกซี่วงใด ดาวเคราะห์ดวงไหนทั้งสิ้น  อย่างน้อยผมและเพื่อนทางใต้ก็ได้ร่วมกันสร้างประเทศ  วัฒนธรรม  เรื่องราวประวัติศาสตร์มาด้วยกัน  แม้ก่อนหน้านี้เราจะไม่ได้รู้จักสนิทสนมกันมาก่อนก็ตาม  แต่ผมเชื่อว่าความรักความปรารถนาดีต่อกันที่ผมและเพื่อน ๆ ทั้งมานี มานะ ชูใจ ปิติ วีระ ดวงแก้ว สมคิด ครูไพลิน เพชร จันทรและผู้ใหญ่ที่ผมและเพื่อน ๆ ให้ความเคารพรัก ได้ต่างแสดงออกและมอบแก่กันจนถึงทุกวันนี้ จะพร้อมแสดงออกและมอบให้เพื่อน ๆ ของผมทางใต้ได้เช่นกัน    เราเรียนรู้กันและกันใหม่เถอะ นะ...............................