จะทำวิจัยอย่างไร จึงจะเป็นการวิจัยที่นำผลไปใช้ในการพัฒนางาน ไม่ใช่การวิจัยขึ้นหิ้ง
ระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม คณะทำงานด้านการวิจัยและพัฒนา ICT ของ กศน. ไปร่วมประชุมกันที่ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออก จังหวัดระยอง จากการประชุมครั้งนี้ ได้แนวทางการวิจัยเพื่อนำผลการวิจัยมาใช้ในการพัฒนางานได้ทันที ซึ่งเป็นแนวทางที่น่าสนใจมาก ซึ่งพอจะสรุปรูปแบบของการวิจัยและพัฒนา หรือ R&D ได้ดังนี้
- รูปแบบการวิจัยที่เห็นโดยทั่วๆไป คือ กำหนดกรอบแนวทางการวิจัย สร้างเครื่องมือ เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล เสร็จแล้วเขียนรายงานออกมาเป็นเล่น ส่งไปยังผู้เกี่ยวข้อง สิ่งที่เป็นผลจากการวิจัย จึงมักจะพบ 2 อย่างคือ ประการแรก นำไปไว้ใช้ในการอ้างอิง ประการที่ 2 เอาไปใช้เป็นผลงานเสนอขอความดีความชอบ หรือเลื่อนวิทยฐานะ ส่วนการนำไปใช้เพื่อพัฒนางานนั้น ก็แล้วแต่ว่าใครจะนำไปใช้ เพราะถือว่าหมดหน้าที่ของการวิจัยแล้ว
สิ่งที่พบเห็นเป็นประจำแบบนี้ เป็นการวิจัยที่เกิดประโยชน์น้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานวิจัยด้าน ICT สำหรับผู้ปฏิบัติงาน ที่ว่าเกิดประโยชน์น้อยมาก เพราะส่วนมากเป็นการวิจัยที่ไม่สามารถบอกได้ชัดเจน ลงไปถึงวิธีการพัฒนางาน ว่า จะต้องพัฒนาอะไร ที่ไหน อย่างไร หรือบางครั้ง ผู้ปฏิบัติงานไม่ทราบหรือไม่เคยอ่านรายงานการวิจัยเลย - รูปแบบการวิจัยที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงในการวิจัยครั้งนี้ จะเน้นความสำคัญมาที่กระบวนการพัฒนางาน ICT ให้มีความสำคัญเท่ากับกระบวนการวิจัย นั่นคือการวิจัย และการพัฒนาจะเป็นกระบวนการเดียวกัน โดยมีหลักการที่สำคัญดังนี้
- ผู้ปฏิบัติงาน ICT จะเป็นผู้ร่วมดำเนินการวิจัย นั่นคือจะทำหน้าที่ทั้งวิจัย และนำผลการวิจัยในใช้พัฒนางาน ICT ที่ตนเองรับผิดชอบ หรืออาจจะเรียนว่า เป็นการวิจัยโดยผู้ปฏิบัติงานเอง สิ่งที่จะเป็นผลดี คือ ผู้ทำวิจัย จะสามารถทราบข้อมูลได้ชัดเจน และลึกซึ้ง และเมื่อทราบข้อสรุปจากการวิจัย ก็สามารถนำเอาผลจากการวิจัยไปใช้ได้ทันที
- กระบวนการวิจัย และพัฒนา จะเดินไปด้วยกัน โดยกำหนดขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา ว่าเป็นกระบวนการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มต้น จนการพัฒนาดำเนินการได้บรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการ
- กระบวนการดำเนินการวิจัยและพัฒนา จะดำเนินการร่วมกันในทุกหน่วยงานของ กศน. ทั่วประเทศ โดยมีศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาค เป็นผู้ประสานการดำเนินงานในแต่ละภูมิภาค และกลุ่มงานแผนงาน จะเป็นผู้ประสานการดำเนินงานในส่วนกลางโดยกำหนดกระบวนการวิจัย และพัฒนา เป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้
-
ขั้นตอนที่ 1 การวิจัยเพื่อหาข้อมูลพื้นฐาน เป็นการสำรวจข้อมูลพื้นฐานด้าน ICT ในปัจจุบันว่ามีสภาพเป็นอย่างไร โดยสำรวจตามข้อมูลตัวชี้วัดในแผนยุทธศาสตร์ ICT เมื่อสำรวจเสร็จแล้วนำผลมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายในการพัฒนา ว่าสภาพในปัจจุบัน ยังห่างจากเป้าหมายเพียงใด
กระบวนการในขั้นที่ 1 นี้ นอกจากจะใช้ข้อมูลจากการสำรวจแล้ว จะต้องนำเอาประเด็นที่น่าสนใจ หรือมีนัยสำคัญต่อการพัฒนา ICT ได้ดำเนินการศึกษาในเชิงลึก โดยวิธีการศึกษาเฉพาะกรณี (Case Study) โดยผู้ที่เกี่ยวของเข้ามาร่วมกัน ศึกษารายละเอียดของข้อมูลเพื่อ นำเอาผลการวิจัยไปใช้ในการกำหนดแนวทางในการพัฒนา ICT เฉพาะพื้นที่ หรือนำไปสู่ประเด็นในการพัฒนา ICT ในขั้นต่อไป โดยผู้ปฏิบัติงาน จะมีส่วนเข้าร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล และนำไปสู่การปฏิบัติ
ยกตัวอย่างเช่น ศึกษาว่า สภาพของการจัดการศึกษาทางไกลผ่าน Internet (e-Learning) ในปัจุบัน มีสภาพเป็นอย่างไร สามารถจัดได้ตามเป้าหมายเพียงใด มีข้อมูลอะไรบ้าง ที่มีนัยที่สำคัญที่จะชี้ให้เห็นปรเด็นที่น่าสนใจในการจัด e-Learning ของแต่ละพื้นที่ -
ขั้นตอนที่ 2 การศึกษาแนวทางสู่ความสำเร็จ เป็นการวิจัยเพื่อศึกษาว่า มีเงื่อนไปอะไรบ้าง ที่จะทำให้งาน ICT จากสภาพปัจจุบัน เปลี่ยนไปเป็นสภาพความสำเร็จ ที่กำหนดไว้ในเป้าหมาย การวิจัยขั้นตอนนี้ จึงเป็นการวิจัยเชิงอธิบายปรากฏกาณณ์ที่เกิดขึ้นของการนำเอา ICT มาใช้เพื่อการพัฒนางาน กศน. ว่ามีเงื่อนไข ปัจจัยอะไรบ้าง ที่จะส่งผลให้การพัฒนางานบรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการ
ผลการวิจัยในขั้นตอนนี้ จะนำไปสู่เวทีของนักพัฒนา ICT เพื่อหาข้อสรุปและแนวทางการพัฒนาของแต่ละพื้นที่ว่า จะนำผลการวิจัยไปพัฒนา ICT ได้อย่างไร
เช่นการศึกษาถึงปัจจัยที่จะช่วยให้การจัดการศึกษาทางไกลในรูปแบบ e-Learning บรรลุผลตามที่ต้องการ หรือการศึกษาว่า การที่หน่วยงานบางแห่งจัดการศึกษาในรูปแบบ e-Learning ได้ประสบความสำเร็จนั้น เนื่องจากอะไร หรือบางแห่ง ไม่ประสบความสำเร็จเพราะอะไร - ขั้นตอนที่ 3 แต่ละพื้นที่ กำหนดรูปแบบการพัฒนางาน ICT และทดลองดำเนินการตามแนวทางที่ได้กำหนด แล้วศึกษาผลการทดลอง ซึ่งแต่ละพื้นที่อาจจะเลือกดำเนินการทดลองเพียงบางเรื่อง แล้วศึกษาผลการทดลอง เพื่อนำมาสู่ข้อสรุปว่า รูปแบบที่เหมาะสมน่าจะเป็นอย่างไร สำหรับพื้นที่นั้นๆ ซึ่งนักปฏิบัติ ICT จะช่วยกันนำผลการวิจัยมากำหนดเป็นแนวทางการดำเนินงานด้าน ICT ที่จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ
-
ขั้นตอนที่ 4 การติดตามผล เป็นการติดตามเพื่อศึกษาผลที่เกิดจากการนำรูปแบบที่ได้พัฒนาไปใช้
ท่านศรีเชาวน์คะ
อ.ศรีเชา์ว์ คะ
เป็นบันทึกที่สวยงามมาก ให้ความรู้สึกดีมากก เมื่อแรกเห็น เข้ามาทักทายก่อนคะ คนกศน.อีสานคือกัน
อ. แอ๊ว ครับ
ขอบคุณมากครับที่ให้ความสนใจ คงต้องขอให้อาจารย์ช่วยแนะนำด้วยครับว่า แนวทางต่างๆ ที่คณะไปคิดกันนี้เป็นอย่างไร และความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เขียนนี้ยังเป็นแนวคิด และเพิ่งจะเริ่มต้นการปฏิบัติ คงจะต้องใช้ความพยายามที่จะทำให้เกิดตามแนวคิดนี้อีก ผมดีใจที่ ท่าน ดร.ปาน ได้เอาแนวคิดนี้ไปเล่าให้ฟัง เพราะแนวคิดนี้ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันในการประชุมครั้งนี้
ทางคณะทำงานวิจัย ICT ครั้งนี้ ได้เปิด website เพื่อเป็นสื่อกลาง และเป็นสถานที่ประชุม Online กัน ในการดำเนินการวิจัย เพราะถ้าจะต้องมีการเดินทางไปประชุมกัน คงสิ้นเปลืองงบประมาณ จึงจะใช้เวทีของ ICT คือ Internet เป็นสถานที่ประชุม แสดงความคิดเห็น และทำงาน ผ่านทาง Website ซึ่งตอนนี้ ได้มีการทำงานร่วมกันเช่น สร้างเครื่องมือการวิจัย เขียนเค้าโครงและรายงานบทต่างๆ โดยทุกคนทำงานอยู่ที่หน้าโต๊ะตัวเอง แต่เป็นการทำงานร่วมกัน เพราะเป็นการทำงานบน website ซึ่งเข้าไปดูได้ที่
http://eastern.nfe.go.th/research/
ที่ website ดังกล่าว เป็นห้องประชุมOnline สำหรับทีมงานรวิจัย และผู้สนใจทั่วไป ใครทำอะไร คืบหน้าไปถึงไหน ก็เขียนไว้ใน website นี้ได้เลย หรือมีความคิดเห็นอย่างไร ต้องการอะไร ก็นำมาเสนอไว้ใน website นี้
สวัสดีครับ คุณ oddy
ขอบคุณที่แวะเข้ามาทักทาย มีแนวคิดอะไรดีๆ อย่าลืมมาแนะนำกันบ้างนะครับ หรือถ้าเปิด blog ไว้ที่ชื่ออะไร ก็บอกด้วยนะ จะได้ขอมารวบรวมใน กศน.อีสาน
พี่ศรีเชาว์ ครับ
ดีใจจังเลยครับที่สามารถคิดนอกกรอบออกไปได้สำเร็จ ...จะติดตามทั้งทางบล็อกนี้และเว็บไซต์ที่ตั้งขึ้นครับ
ขอบคุณครับ
พี่ศรีเชาว์ ครับ
นี่คือบล็อก Share & Learn ของ น้องอ๊อด กศน.สุรินทร์ครับ
พี่ศรีเชาว์ ครับ
ผมเข้ามาต่อความคิดอีกนิดว่าดีมากครับที่ใช้ เว็ปไซต้ที่http://eastern.nfe.go.th/research/
เป็นห้องเรียนของนักวิจัยในโครงการฯ เมื่อได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้อะไรแล้วจึงจะได้นำสู่ การเชื่อมต่อองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นสาธารณะที่กว้างขึ้น ผมว่าแนวคิดนี้ดีมากครับ เป็นประโยชน์กับคนทำงานในหลายวงการ
ขอบคุณครับที่นำมาแแลกเปลี่ยน
ขอบคุณมากครับ ครูนง
ผมกำลังมีแนวความคิดในเรื่องการพัฒนาบุคลากร โดยผนวกเอากระบวนการพัฒนาบุคลากร กระบวนการวิจัย และกระบวนการพัฒนางานเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีแนวความคิดจาก 3 เรื่องคือ
ดังนั้น แนวคิดนี้ จึงเป็นการผนวกทั้งเรื่อง วิจัย พัฒนา และพัฒนาบุคลากร เข้าด้วยกัน
อาจารย์ มีความคิดเห็นอย่างไรครับเกี่ยวกับแนวคิดนี้
พี่ศรีเชาว์
ตอบอยู่ที่นี่ครับ ลิ้งค์
ขอบคุณมากครับ เข้าไปอ่านคำตอบแล้วครับ
สวัสดีครับท่าน ดีครับ
ตอนนี้ ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาจริงๆ และเมื่อเข้าไปศึกษาลึกๆ แล้ว คิดว่าน่าสนุกเป็นอย่างมาก เพราะการวิจัยและพัฒนามีคุณค่าต่อการทำงานเป็นอย่ามาก เพราะไม่ใช่การวิจัยแแบขึ้นหิ้ง เอาผลการวิจัยไปพัฒนางานจริงๆ เมื่อพัฒนา ศึกษาวิจัยอีก และพัฒนาอีกให้ดีขึ้นไปอีก กระบวนการเช่นนี้ ถือว่าเป็นสุดยอกของการทำงาน ดังนั้น ครูท่านใดที่ทำงานแบบนี้ จึงถือได้ว่า เป็นครูที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เขาจึงให้วืทยฐานะเป็นครูเชี่ยวชาญพิเศษ เทียบเท่ากับระดับ 10 หรือ ศาสตราจารย์ ดังนั้น เรื่องวิจัยและพัฒนาไม่ใช่เรื่องธรรมดานะครับ
หลักการวิจัยและพัฒนาดูเหมือนว่าจะมีหลักการง่ายๆเพียง ไม่กี่ข้อ ดังนี้ครับ
ดูไปแล้ว ก็คือกระบวนการทำงานที่เราทำอยู่นั่นเองเพียงแต่ต่างกันที่เป็นการทำอย่างมีเป้าหมายและวิธีการที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่ทำไปเรื่อยๆแล้วแต่สถานการณ์จะพาไป