บันทึกนี้ไม่ค่อยมีสาระอะไรนัก....ถือเสมือนเรื่องขำขัน"คั่นโคสะนา"ก็แล้วกัน..นะครับ
ครือว่า...ตอนสมัยผู้เขียนบวชเป็นพระภิกษุ อยู่มาวันหนึ่งช่วงฉันเช้าที่ศาลา"โรงฉัน" หลวงพี่รูปหนึ่งเกิดลืมน้ำปลาที่ท่านดองพริกใส่ขวดไว้ที่กุฏิ ก็ร้องสั่งเด็กวัดที่มาคอยปรนนิบัติเป็นเวรประจำว่า
"ไปเอาน้ำปลาที่กุฏิให้หน่อย" เด็กวัดคนนั้นรีบไปโดยมิรอช้า แล้วรีบวิ่งมาบอกหลวงพี่ด้วยเสียงดังเผื่อจะได้ยินกันทั่วว่า "เก้าโมงครับ" ผู้เขียนและพระรูปอื่นพากันขำกันไปตามๆกัน แต่หลวงพี่รูปนั้นจะขำด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจนัก ท่านโพล่งออกไปว่า "บ้าเอ๊ย ! สั่งไปเอาน้ำปลาดันไปดูนาฬิกา" เด็กวัดคนนั้นเลยถึง"บางอ้อ"นะบัดนั้นแล้วรีบวิ่งกลับไปกุฏิอีกหนหนึ่ง
เมื่อคืนนี้ ผู้เขียนคุยกะน้องชายนาย Handy ทางSkype(online) ตอนแรกถามไถ่ถึงเรื่อง"บันทึก"ใน blog gotoknow ดูเหมือนจะทิ้งช่วงนานไปหน่อย อยากให้เขียนบ่อยๆ สั้นๆก็ได้ ไม่ควรจะขาดตอนคือว่า "ห่างไปหน่อย" ผู้เขียนคิดถึงเรื่องไมค์ที่พูดจึงถามย้อนไปว่า "ห่างขนาดนี้ดีหรือยัง ฟังชัดไหม" น้องชายตอบกลับว่า "ไม่ใช่ ไม่ช่ายไมค์ บันทึกน่ะ ทิ้งช่วงห่างไปหน่อย" พร้อมเสียงหัวเราะด้วยกันทั้งคู่...ฮี่ฮี่
อย่างที่ตั้งเป็นหัวข้อไว้นั่นแหละ "ถ้อยคำที่สื่อสารกันนั้น..สำคัญไฉน"
...........................................................................
ตอบในรถตู้แถวสิงห์บุรี ... กำลังเดินทางกลับจากสอนที่ศูนย์ชัยนาท
มีอีกเยอะนะ เรื่องที่ พูด ฟัง คิด คนละเรื่องเดียวกันน่ะ
ตอนเด็กๆก็เคยเหมือนกันเรื่องนาฬิกา กับ น้ำปลานี่แหละ กินข้าวอยู่ในครัว ตะโกนถามแม่ว่านาฬิกาอยู่ไหน .. เพราะข่าวว่าพี่ชายคนโต ซื้อนาฬิกาลูกตุ้ม แขวนผนังมาประดับบ้านเป็นครั้งแรก ... แม่ตอบว่า " อยู่ใต้ ขี้ไฟ " เราฟังแล้วคิดในใจว่าทำไมต้องเอาไปหลบซ่อนขนาดนั้น ไปมุดใต้ ขี้ไฟ หาเท่าไรก็ไม่เจอ กว่าจะรู้ว่าที่แม่ตอบหมายถึงน้ำปลา เล่นเอาหาแทบแย่ ที่รู้เพราะแม่ย้ำว่าอยูในขวดข้างเสา .. โธ่ น้ำปลา นะ น้ำปลา
คำถามสำหรับคนที่งง .. ขี้ไฟ หมายถึงอะไร ?
ตอบน้อง Handy
เอ่ยเรื่อง"ขี้ไฟ"ออกมาก็พอนึกเห็นภาพ แต่จะอธิบายให้กระจ่างแจ้งยากอยู่สักหน่อย คือ ลักษณะเป็นยกพื้นสูงเกือบเมตร เห็นจะได้ ข้างบนอัดด้วยดินเหนียวแน่น สำหรับวางเตาหุงต้ม 2 - 3 เตา อยู่ในครัวสมัยก่อน ใต้ขี้ไฟเก็บสำภาระเครื่องครัว จิปาถะ รวมทั้งขวด"น้ำปลา"นั้นด้วย
(อย่างไร..เจ้าของ"ขี้ไฟ"ตัวจริง..อาจต้องมาเสริมเองนะ)
อยากจะอ่านเรื่องขำขัน เกี่ยวกับการสื่อสารที่เข้าใจคลาดเคลื่อนของท่านอื่นๆบ้าง...รออ่านอยู่ครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์augustman
ช่วงนี้ใกล้เปิดเทอมแล้วค่ะ เลยไม่ได้แวะมาถี่นัก เข้ามาอีกทีบันทึกอาจารย์ก็เพิ่มขึ้นเท่าตัว
ฟังอาจารย์Handy เล่าเรื่องภาษาใต้แล้วรู้สึกคิดถึงบ้าน (ทั้งๆที่อยู่บ้านนี่แหละค่ะ) ดิฉันพูดใต้ไม่ชับ พูดทีไรทองแดงทุกที เพราะไปโรงเรียนก็พูดกลาง กลับบ้านพ่อแม่ก็พูดกลาง (แบบทองแดงกัน เพราะเป็นครูกันทั้งคู่) ญาติพี่น้องก็พูดพลอยกลางกับดิฉันไปด้วยด้วย สงสัยจะทนภาษาใต้แบบทองแดงของดิฉันไม่ได้ .........
ตอนเล็กๆ แม่เล่าว่าดิฉันเพียรพยายามพูดใต้กับเพื่อนบ้านติดกัน อยากชวนเขามาเล่นด้วย ดิฉันก็นำเสนออย่างมั่นใจว่า
"...ไป๋.... ไป่แหล๋นกั่น ไป่แหล๋นกั่นเหวอ..."
เพื่อนตัวเล็กของดิฉันได้ฟังดังนั้น ก็วิ่งจู๊ดไปรอบบ้าน ดิฉันพูดซ้ำอีก เขาก็วิ่งอีก คราวนี้ยิ่งวิ่งเร็วหนักขึ้น ดิฉันยืนน้ำตาร่วงพรูด้วยความเสียใจ.... ดูซิ..ไม่ยอมเล่นกับเรา แถมยังวิ่งหนีสี่คูณร้อยอีกต่างหาก
ตอนนั้นไม่รู้จริงๆว่าถ้าออกเสียงแบบนั้นแปลว่า วิ่ง ถ้าจะพูดว่า "ไปเล่น" ต้องออกเสียงว่า
"....ไป่แล้น ไป่แล้นกั่นเหวอ....."
เพื่อนเลยวิ่งกันเหงื่อตกเพรื่อแจ็กๆอะค่ะ ........ : )
สวัสดีครับ อาจารย์ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>เข้าใจทุกประการที่บอกมา ผมเองทั้งๆที่สอนนักเรียนภาคกลางใช้ภาษากลางสื่อสารทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน แทบไม่ค่อยได้แหลงใต้นัก ก็ยังมีทองเหลือง ทองแดงโผล่ออกมาให้เห็นบ่อยๆ..อิอิ
เรื่องการใช้ถ้อยคำภาษาสื่อสารกัน ก็มีเรื่องขำไม่น้อย ระหว่างคนใต้กับคนภาคกลาง
คนภาคกลางไปภาคใต้จะขอตักน้ำในบ่อ เจ้าของบ้านบอกว่า "ไปดูเถอะ มีหมาอยู่ข้างบ่อนั่นแหละ"</p><p>คนภาคกลางเป็นคนกลัวหมามาก ไม่กล้าไป บอกเจ้าบ้านว่า "ช่วยจับหมาไว้หน่อยสิครับ" </p><p>มารู้ทีหลังว่า "หมา" ทางภาคใต้คือ ภาชนะที่ใช้ตักน้ำจากบ่อ….ทะแล่มๆๆ…แควกๆๆๆ</p><p>ขอบคุณที่แวะมาเยือน ครับผม</p><p> </p>