ชีวิตหมอตำแยอย่างเราก็เป็นอย่างนี้แหละ

ดิฉันเป็นสูติแพทย์โดยวิชาชีพหลักมาก่อนทำให้เข้าใจความรู้สึกของหมอสูติซึ่งต้องมีทั้งสุขและทุกข์ในเวลาเดียวกันหรือในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน       ถ้าคนไข้ที่คลอดออกมาได้เด็กที่สมใจเราจะเหมือนเทวดาที่มอบของขวัญให้คนไข้          เวลาเด็กมีอันเป็นไปซึ่งเป็นธรรมดาของโรคเราก็ทุกข์  ผู้ป่วยก็ทุกข์         เพราะเป็นการทำให้ความหวังของเขาสลายไป

คนในอเมริกามาเรียนสูตินรีเวชน้อยลงเพราะถูกฟ้องมาก

สองวันนี้มีหมอมาปรึกษาเรื่องคนไข้ที่เสียลูกเพราะสำลักน้ำคร่ำทำให้เด็กเสียชีวิตในเวลาต่อมา  

ผู้ป่วยก็เข้าใจเพราะเราตั้งทีมที่จะอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจ

หลังจากนั้นมีการขอให้ช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจแก่ผู้ป่วยโดยอ้างว่ามีปัญหาทางด้านการเงิน        คุณหมอมาปรึกษาขอให้ดิฉันเป็นผู้คุยและตกลงกับผู้ป่วย

ดิฉันเห็นใจคุณหมอเพราะอยู่ในอาชีพเดียวกัน      หัวอกเดียวกัน    และเห็นใจคนที่กำลังเป็นแม่และสูญเสียลูก        

ดิฉันเตรียมใจที่จะพบกับแม่สามีผู้ป่วย ผู้ป่วยและสามี

ดิฉันคุยกับผู้ป่วยโดยตั้งใจฟังปัญหาของคนไข้และแม่ของสามีที่มาเป็นคนเจรจาโดยผุ้ป่วยก็เข้าใจและดิฉันได้ช่วยเหลือไป

แม่สามีผู้ป่วยมาขอบคุณและเข้าใจโรงพยาบาลและคุณหมอทำให้ดิฉันโล่งใจที่เราไม่ต้องมีเรื่องราวกัน

เราจากกันด้วยดี 

แต่ดิฉันยังมีอารมณ์ที่สงสารทั้งหมอและผู้ป่วยที่ทำให้เราต้องผิดหวัง   ดิฉันคิดว่าเราทำดีที่สุดแล้ว  

สิ่งที่จะติดตามมาก็ต้องแก้ไขและอธิบายกันไป

คุณหมอส่ายหัว บ่นอยากลาออก

ดิฉันปลอบว่าชีวิตหมอตำแยอย่างเราก็เป็นอย่างนี้แหละคุณหมอ   ชมบ้างด่าบ้างก็ต้องอดทนขอให้เราดูแลดีตามหลักวิชาและสื่อสารให้เข้าใจก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ทำได้ค่ะ