”ถึงวันพระ เราพากัน ไปวัด
ปฏิบัติ ศีลธรรม นำวิถี
หมั่นสวดมนต์ ภาวนา หาความดี
ไม่กี่ปีก็จะพรากจากกันไป
อย่าประมาทขาดศีลธรรมคำสอนพระ
เสียสละ ลงทุน ทำบุญไว้
เกิดชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติไหน
ย่อมยังใจให้ผาสุกทุกคืนวัน”
ที่เห็นนี้ คือคติธรรมคำสอนที่มีผู้เขียนติดไว้ที่ฝาผนังห้องพักแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องพักของนักเรียนชั้นมัธยมปลายในกาฬสินธุ์
เพื่อนของเจ้าของห้องพักมาอ่านคติธรรมนี้แล้ว ทักท้วงทันที ไปวัดจะผาสุกได้อย่างไร เพราะเมื่อช่วงสงกรานต์ปี 2550 ที่ผ่านมา ตัวเขาและครอบครัวเข้าไปทำบุญในวัด เมื่อไปทำบุญแล้ว ไม่รู้สึกผาสุกใจแต่อย่างใด
”ทุกข์ทรมานมากกว่า อากาศก็ร้อน ยังดีที่เป็นช่วงสงกรานต์เจอสาดน้ำเลยดับร้อนลงได้บ้าง เมื่อไปไหว้พระ อธิษฐานขอพร ควันธูปคละคลุ้งลอยเข้าตา เข้าใบหน้า แทบจะสำลักควัน หายใจไม่ออก เข้าไปภายในวัดรู้สึกหดหู่มากกว่าที่จะเกิดความผาสุก”
”ที่ว่า เกิดชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติไหน ย่อมยังใจให้ผาสุกทุกคืนวัน เอาแค่ชาตินี้ ไม่กี่สัปดาห์มานี้ ยังไม่รู้สึกถึงความผาสุกเลยแม้แต่น้อย เข้าไปวัดแล้วรู้สึกอึดอัด แต่ถ้าเข้าผับเข้าเธค อันนี้สนุก สุขกันเห็นๆ ไม่ต้องรอชาติหน้า หรือชาติไหนๆทั้งนั้น สุขกันในตอนนั้นแหละ”
เพื่อนผู้เป็นเจ้าของห้อง พยายามที่จะอธิบายถึงความหมายที่แท้จริง แต่เพื่อนผู้มาเยือนได้อธิบายสิ่งที่ตนคิดเช่นกัน
”ทุกคนย่อมมีความชอบ ความพอใจเฉพาะตัว นายอาจจะชอบสวดมนต์ ภาวนา หาความดี ไปทำบุญที่วัด แต่เราว่า การไปเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคนเจ็บ ผู้ประสบอุบัติเหตุ ได้ความดีกันเห็นๆ เป็นความดีที่สัมผัสได้ เผื่อแผ่แก่ผู้อื่นด้วย แต่การนั่งสวดมนต์ ภาวนา หาความดี ดูเหมือนจะเป็นการแสวงหาความสุขส่วนตัว เหมือนกับคนที่ซื้ออุปกรณ์เครื่องเล่น อุปกรณ์เพื่อความบันเทิง ทิ้งทีวี วิทยุ คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียงต่างๆ ก็เพื่อการแสวงหาความสุขส่วนตัวมิใช่หรือ”
”ความสุขความพึงพอใจของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน ความสุขอยู่ที่ใจ อย่างนาย มีความสุขกับการไปวัด รักษาศีล สวดมนต์ และทำบุญ ก็เพื่อหวังให้กุศลผลบุญนำชีวิตให้พบแต่ความสุข หรือให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองตนให้อยู่รอดปลอดภัย นั่นเป็นอีกวิธีหนึ่ง แต่หลายคนก็พึงพอใจที่จะห้อยองค์จตุคามรามเทพ เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่กับตน แล้วรู้สึกเกิดความผาสุกในใจได้เช่นกัน”
... นายบอนฟังแล้ว เอ๊ะ ชักยังไงกัน....
.....คติธรรมที่ได้อ่านตอนต้น แต่ละคนย่อมมีความเข้าใจไปคนละอย่าง หลายเรื่องราวต้องรอการพิสูจน์เพื่อให้เห็นผลเกิดขึ้นอย่างชัดเจน
มีหลายเรื่อง หลายประเด็นในปัจจุบัน ที่ต้องมีการตีความ วิเคราะห์อย่างรอบด้าน
แม้แต่คติธรรมที่ยกมา ยังตีความไปตามความเข้าใจเฉพาะบุคคลอีกด้วย
แล้วความเข้าใจในหลักธรรม ความเข้าใจในพุทธศาสนาของคนไทยในปี 2550 นี้ จะเป็นอย่างไรกันหนอ
การทำในสิ่งใดก็แล้วแต่ที่เราชอบ โดยที่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือเป็นทุกข์ ทำแล้วใจเรามีความสะบายใจ รู้สึกดี ทำดีก็อยู่ที่ตัว ทำชั่วอยู่ที่ใจ หรือว่า
จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ
เฮ้อ………สิ่งใดฤๅคือความสุข