อ่านเจอใน web คณะแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วชอบคะ เลยขอนำมาเผยแพร่ต่อเผื่อนำไปต่อไอเดีย สอนในงานโรงเรียนพ่อแม่ได้จ้ะ

เวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงแล้วนะครับ
หลายท่านสงสัยมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า... X กระบวนการผลิตมนุษย์นี่เขาทำกันอย่างไร...? ขั้นตอนมันยุ่งยากซับซ้อนขนาดไหน...? ตามมาเลยครับ...ไปชมพร้อมๆ กัน ...

ในการผลิตมนุษย์นี่นะครับ...นอกจากเครื่องมือที่ทันสมัย และสลับซับซ้อนในโรงงานแล้ว...ยังต้องอาศัยวัตถุดิบในการผลิตด้วย...

วัตถุดิบที่สำคัญมีสองส่วนคือ...

วัตถุดิบที่สามารถผลิตได้เองภายในโรงงาน

และวัตถุดิบที่ต้องสั่งนำเข้าจากภายนอก


วัตถุดิบภายในคือ...ไข่ของเพศหญิง...โรงงานสามารถผลิตได้เอง

วัตถุดิบภายนอกที่ต้องสั่งนำเข้า คือ...หัวน้ำเชื้ออสุจิ...ซึ่งกว่าจะส่งผ่านถึงฝ่ายผลิตภายในโรงงานได้..ต้องผ่านขั้นตอนที่สลับซับซ้อนและยุ่งมากมาย...

ตั้งแต่ระบบเอกสาร...ระบบชิปปิ้ง...ระบบศุลกากร...

แต่ละฝ่ายทำงานไม่ประสานกัน...ทำงานไม่เป็นระบบ...จรวดที่บรรทุกหัวน้ำเชื้อต้องถอยเข้า ถอยออก...อยู่ระหว่างประตูโรงงานหลายสิบครั้ง...ในที่สุดทนความยุ่งยากของระบบราชการไม่ไหวถึงกับอาเจียน...

เราจะสังเกตได้ว่า...จรวดที่บรรทุกหัวน้ำเชื้อทุกลำที่มาส่งวัตถุดิบให้โรงงาน... จะเดินทางกลับด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย...อ่อนระโหยโรยแรง...ตัวผอม...ท้องแฟบ...อาจเป็นเพราะอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง...

ขั้นตอนการผลิตในช่วงต่อไป...จะยิ่งดุเดือดเลือดพล่านและหวาดเสียว...

เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของทุกชีวิต...และเพื่อความเหมาะสมของท้องเรื่อง...บางตอนของการนำเสนอจึงขอดัดแปลงเป็นแบบนวนิยาย...ใช้ถ้อยคำสำนวนภาษาและเล่าเรื่องตามสำนวนไทยโบราณ...จึงขอตั้งชื่อขั้นตอนผลิตมนุษย์ในช่วงต่อไปนี้ว่า... "ตำนานรักสารสิน"


ตำนานรักสารสิน


ตำนานรักสารสิน...เป็นเรื่องของความรักที่บริสุทธิ์ ระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวที่แตกต่างกันด้วยชาติตระกูล และฐานะทางสังคม...

แต่ทั้งสองคนพยายามต่อสู้ฝ่าฟันกับอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้รักของเธอและเขาสมหวังเป็นอมตะตลอดชั่วนิรันดร์...

เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป...ต้องติดตามและตามติดๆ... แบบอย่ากระพริบตา...

โดยธรรมเนียมของนิยายรัก...ก่อนจะเริ่มเรื่องก็ต้องแนะนำตัวละครให้ได้รู้จักกันก่อน...ว่าแต่ละคนเป็นใคร...มีประวัติความเป็นมาอย่างไร...? เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเสพ...


นางสาวไข่ (นางเอก)


เริ่มต้นที่นางเอกของเรานะครับ...ชื่อนางสาวไข่...เป็นคนตัวเล็กอ้วนกลม...ผิวเหลือง...มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.1 มิลลิเมตร...สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า...

เธอจะมีวงจรชีวิตเพียง 2-3 วันเท่านั้น... เป็นคนสวย...นิสัยดี...รักนวลสงวนตัวเป็นกุลสตรีแบบไทยๆ เป็นคนรักเดียวใจเดียว บูชาความรักเหนือสิ่งอื่นใด...


บ้านรังไข่


นิวาสถานบ้านช่องของเธอ คือ..."รังไข่"

เธอเกิดและพักอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็ก...

ตัวบ้านจะมีลักษณะกลมรี...กว้าง 1 นิ้ว ยาว 1.5 นิ้ว

ครอบครัวของสาวไข่จะมีบ้านสองหลัง...อยู่ด้านซ้ายและด้านขวาของเพื่อนบ้านที่ชื่อ..."มดลูก" ...บ้านรังไข่จะยึดกับมดลูกโดยมีเอ็นยึดไว้

บ้านรังไข่มีหน้าที่สำคัญอยู่สองอย่างคือ... ผลิตเซลล์เพศหญิงหรือไข่...และสร้างฮอร์โมนเพศหญิง...

ในการผลิตไข่...หรือให้กำเนิดสาวไข่...บ้านทั้งสองจะเปลี่ยนกันทำหน้าที่คนละเดือน...

คือถ้าเดือนนี้บ้านหลังซ้ายมือผลิตไข่...หลังขวามือก็หยุดพัก...

เดือนต่อมาหลังขวามือผลิต...บ้านหลังซ้ายมือก็หยุดพัก...

ในแต่ละเดือนสามารถผลิตไข่ได้เพียงฟองเดียวเท่านั้น...

ถึงแม้ว่าสาวไข่เธอจะมีวงจรชีวิต 2-3 วัน...แต่มีโอกาสโตเป็นสาวและมีโอกาสผสมพันธ์ได้เพียง 1 วันเท่านั้น...

โดยปกติหญิงแรกเกิดจะมีไข่ติดตัวมาหนึ่งล้านฟอง...พอโตเป็นสาวเหลือห้าแสนฟอง... แต่ไข่ที่สุกและสามารถผสมพันธ์ได้มีเพียง 400-500 ฟองเท่านั้น..

ร่างกายเริ่มผลิตไข่เมื่ออายุ 11-13 ปี...และปิดโรงงานเมื่ออายุ 45-50 ปี


นางมดลูก (แม่สื่อ)


นางมดลูก...เป็นเพื่อนบ้านและญาติผู้ใหญ่ที่รักใคร่ชอบพอ...และถูกอัธยาศัยกับสาวไข่เป็นพิเศษ...แอบทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชัก... คอยส่งเสริมสนับสนุน นัดหมายให้สาวไข่และคนรักได้พบและพรอดรักกันอยู่เนืองๆ...

นางมดลูก มีรูปร่างหน้าตาเหมือนผลชมพู่กลับหัว...

กว้างประมาณ 2.5 นิ้ว...ยาวประมาณ 3 นิ้ว

ผนังมดลูกเป็นกล้ามเนื้อหนาๆ แข็งแรงมากสามารถยืดและขยายตัวได้ดีมาก...โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะตั้งครรภ์...

มดลูกจะทำหน้าที่สองประการคือ... อำนวยความสะดวกให้ยอดชายนายอสุจิคนรักของสาวไข่ผ่าน... และเป็นที่อยู่ของทารกขณะตั้งครรภ์


ท่อรังไข่ (สะพานรักสารสิน)


ระหว่างบ้านรังไข่...ไปยังบ้านแม่สื่อนางมดลูก...จะมีสะพานเชื่อต่อเพื่อให้สาวไข่เดินทางติดต่อได้สะดวก...คนละแวกนั้นเรียกสะพานนี้ว่า... "สะพานสารสิน"

แต่หมอชอบเรียกสะพานนี้ว่า..."ท่อรังไข่, ท่อนำไข่หรือปีกมดลูก"

ท่อรังไข่หรือสะพานสารสิน...เป็นท่อเล็กๆ...ต่อจากมดลุกด้านซ้ายและขวา...เชื่อมต่อกับบ้านรังไข่...

ขนาดเล็กเท่าไส้ปากกา...ความยาวประมาณ 3-5 นิ้ว...

ตอนปลายที่ติดกับบ้านรังไข่ บานออกเหมือนปากแตร...ลักษณะเป็นริ้วๆ เหมือนนิ้วมือ...ทำหน้าที่โบกให้ไข่ที่สุกแล้ว หลุดจากบ้านรังไข่เข้าสู่ท่อนำไข่...เพื่อเดินทางไปหายอดชายคนรัก...ภายในท่อนำไข่จะบุด้วยเยื่อที่เป็นขน มีกล้ามเนื้อบีบรัดตัวตลอดเวลา เพื่อพัดโบกให้นางสาวไข่เคลื่อนตัวไปสู่บ้านของนางมดลูก...


ยอดชายนายอสุจิ (พระเอก)


ต่อมาก็เป็นคนสำคัญของเรื่อง คือ... "พ่อยอดชายนายอสุจิ"...พระเอกของเรา...

นายอสุจิเดิมเป็นคนญี่ปุ่น...เป็นทหารรุ่นเดียวกันกับโกโบริ...ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง...โกโบริส่งมาอยู่เมืองไทย...แต่นายอสุจิถูกส่งไปอยู่อเมริกา...ทำหน้าที่ สปาย (Spy)...เปลี่ยนชื่อเป็นนายสเปิร์ม (Sperm)...

พอสงครามโลกยุติ...นายอสุจิก็อพยพมาทำมาหากิน ตั้งหลักปักฐานในประเทศไทย...ยึดอาชีพขับรถสองแถวตามท้องเรื่อง...

คนไทยเรียกแกว่า... "นายเชื้อ" แต่คนส่วนใหญ่ยังชินกับชื่อเดิมของแกอยู่จึงนิยมเรียกรวมกันว่า... "นายเชื้ออสุจิ"

นายอสุจิเป็นคนผิวขาว...รูปหล่อ...สูงยาว...เข่าไม่มี...หน้าตาเหมือนลูกครึ่ง... ครึ่งบกครึ่งน้ำ...เหมือนลูกอ๊อด... โดยส่วนตัวนิสัยร่าเริง...สนุกสนาน...กระโดดโลดเต้นตลอดเวลา...ชอบการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ...มีหางยาวมากเพื่อสะดวกในการว่ายน้ำไปหาสาวไข่...

แต่มีโรคประจำตัวที่รักษาไม่หายคือ โรคภูมิแพ้...แพ้ความเป็นกรดอย่างมาก... จะเกิดอาการหายใจไม่ออก...ว่ายน้ำไม่ไหว...ถ้าเจอสภาพความเป็นกรดมากๆ...


จุดเริ่มต้นของตำนานรัก


นิยายรักอมตะเรื่องนี้...อุบัติขึ้นที่ภาคใต้...ใต้ท้องน้อยลงไปนิดหนึ่ง...

สาวไข่เป็นคนใต้...พอโตเต็มที่แล้วก็แยกตัวออกมาจากบ้านรังไข่...เพื่อเดินทางไปพบชายคนรักที่ได้นัดหมายกันไว้เรียบร้อยแล้ว...โดยใช้เส้นทางประจำคือ...
"สะพานรักสารสิน"

เรื่องราวทั้งหมดนี้ มิได้รอดพ้นสายตาของแม่สื่อ... คือนางมดลูก...ที่มีนิสัยชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านเหมือนพวกเรา...?

เธอมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ ให้การสนับสนุนช่วยเหลือคนทั้งสองมาโดยตลอด

นางมดลูกเป็นคนรอบคอบและเจ้าแผนการ...อ่านเกมส์ทะลุปรุโปร่งว่า...คนทั้งสองอายุยังน้อย...ถ้าปล่อยให้ทั้งคู่ไปอยู่ด้วยกันตามยถากรรมคงมีปัญหาแน่...

จึงคิดวางแผนครอบครัวให้แก่บุคคลทั้งสอง ตามหลักวิชาที่เธอเคยร่ำเรียนมา... ด้วยการนำเยื่อบุผนังมดลูกบางๆ...มาสานรวมกับเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก... บังเกิดเป็น "วิมานรักสีชมพู" สวยงามน่ารัก...ไว้รองรับคู่ตุนาหงัน ที่สมรสสมรัก ให้มาตั้งหลักปักฐาน ณ บริเวณผนังมดลูกนั้นเอง...

แต่อนิจจา...ความรักมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป...หลายครั้งที่ต้องพบกับยาพิษ...

ความรักของทั้งสองต้องพบกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย...ถูกกีดกันจากญาติผู้ใหญ่และศัตรูผู้ไม่หวังดี...

ตั้งแต่ศัตรูภายในได้แก่...ความเป็นกรดเป็นด่าง

และศัตรูภายนอกอันได้แก่... ถุงยางและยาคุม

สุดท้ายทั้งสองไม่สามารถพบหน้ากันได้ตามนัดหมาย...

สาวไข่นั่งรอคนรักทั้งคืนด้วยความทุกข์ทรมาน...ความผิดหวังชอกช้ำ เจ็บปวด ทุกข์ ทรมาน...คือเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอในยามนี้...

สาวเจ้านั่งร้องไห้คร่ำครวญ...น้อยใจในโชควาสนาชะตากรรม...กามเทพชอบกลั่นแกล้งและโหดร้ายกับเธอเหลือเกิน...

ร่างน้อยสั่นสะท้าน สะอึกสะอื้น...ปากสั่นระริก...

ความคิดสุดท้ายของสาวเจ้า...ซึ่งบูชาความรักเหนือชีวิต...บูชาความรักว่ามีคุณค่าเหนือสิ่งอื่นใด...

ถ้ารักไม่สมหวัง ไม่สมรัก ไม่ได้ตั้งใจปรารถนา...ชีวิตอยู่ไปก็ไร้ค่า...ขอสะพานรักสารสินเป็นพยาน...ข้าขอสัญญาว่า ข้าจะรักและบูชานายอสุจิ ทุกชาติตลอดไป...และถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้เราได้พบกันอีก...

เธอหันไปมองรังไข่... บ้านเกิดเป็นครั้งสุดท้าย...ก่อนตัดสินใจสังเวยชีพตัวเอง เพื่อบูชารักแท้ให้เป็นอมตะ...ด้วยการกระโดดน้ำตายที่สะพานรักสารสินนั่นเอง...


สุสานรัก


ร่างอันไร้วิญญาณของสาวไข่...ลอยผ่านมาหน้าบ้านของนางมดลูก แม่สื่อผู้ซึ่งเอาใจช่วยทุกวิถีทาง...เพื่อให้ทั้งสองสมหวังพบกับความสุข...ลงทุนสร้างวิมานรักสีชมพูไว้ให้...

บัดนี้ความรัก...ความหวัง...ความปรารถนาดีของเธอ...พังทลายหายไปจนหมดสิ้น...

เธอนั่งร้องไห้ริมสายน้ำจนน้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด

วิมานรัก...บัดนี้ได้กลายเป็นสุสานร้างไปเสียแล้ว...

ทุกครั้งที่หันไปมอง...ยิ่งสร้างความเจ็บช้ำเศร้าโศกให้เธอเป็นทวีคูณ...ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเก็บมันไว้อีกต่อไป...

เธอจึงตัดสินใจรื้อสุสานรักนั้นทิ้งลงน้ำไป...วิมานรักอันบอบบางที่สร้างด้วยเยื่อบุมดลูกและเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก...เมื่อถูกรื้อ ถูกกระชากทิ้ง...เส้นเลือดฝอยก็แตกกระจาย...เลือดไหลนองไปทั่วลำน้ำ...ไหลออกปากทางเข้าโรงงาน...


เลือดในอก


เจ้าของโรงงานซึ้งรู้เห็นเหตุการณ์ และรู้เรื่องทั้งหมดเป็นอย่างดี...ก็โศกเศร้าเสียใจ และสงสารนางสาวไข่ไม่แพ้กัน...

ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากไปกว่า...นำผ้านุ่มๆ มาซับน้ำตาแห่งความผิดหวังชอกช้ำนั้นไว้...

ได้แต่พูดจาปลอบใจให้ทุกคนหายเศร้าโศก...ซึ่งกว่าทุกฝ่ายจะทำใจได้ และหายจากอาการเศร้าโศก...ก็ต้องใช้เวลาถึง 3-4 วัน

เฮ้อ...เรื่องมันน่าเศร้า...ฟังแล้วน้ำตาจะไหล...!


ประจำเดือนดำ


ประจำเดือนเป็นเส้นเลือดฝอยและเยื่อบุมดลูกที่ถูกขับออกมา...มักมีสีแดง...

ไม่ใช่ของเสีย...ไม่ใช่ของสกปรก

แต่บางคนเลือดประจำเดือนออกมาเป็นสีดำ...และออกนานหลายวัน... โบราณบอกว่าเป็นเลือดเสีย...แสดงว่าร่างกายมีพิษ...ซึ่งไม่เป็นความจริง

สาเหตุที่ประจำเดือนมีสีดำ...เนื่องจากประจำเดือนตกค้างอยู่ในช่องคลอดเป็นเวลานาน...เลือดที่เป็นสีแดง เมื่อผสมกับออกซิเจนในอากาศ...จะเกิดปฏิกิริยา ทำให้เลือดกลายเป็นสีดำ...

ประจำเดือนสีดำ...มักเกิดกับผู้หญิงที่มีประจำเดือนแล้วไม่เคลื่อนไหวร่างกาย...จึงทำให้ประจำเดือนค้างอยู่ภายในนานกว่าปกติ


ปวดท้องขณะมีประจำเดือน


สาเหตุที่ผู้หญิงปวดท้องระหว่างมีประจำเดือน...เป็นเพราะในขณะที่แม่สื่อคือมดลูก กำลังรื้อสุสานรักของสาวไข่ทิ้ง...มดลูกจะต้องทำการบีบตัวอย่างแรง...เพื่อให้สุสานรักหลุดจากผนังมดลูก...

เมื่อหลุดแล้ว...ก็ต้องบีบรัดตัวต่อไปอีก...เพื่อขับให้พ้นปากมดลูกและช่องคลอด...การบีบรัดตัวอย่างต่อเนื่องของมดลูกนี่เอง...คือสาเหตุของการปวดท้อง...

การที่เราจะปวดมากหรือน้อย...ขึ้นอยู่กับว่าเราอดทนต่ออาการปวดได้มากน้อยแค่ไหน...?

ถ้ามีความอดทนน้อย...ก็จะรู้สึกปวดมาก

แต่ถ้ารู้สึกปวดมากผิดสังเกต...ให้รีบปรึกษาหมอนะครับเพราะมีโรคบางโรคที่ทำให้ปวดท้องได้เหมือนกัน


ระเบิดสะพานรักสารสิน (การทำหมัน)


การตายของสาวไข่...สร้างความเจ็บปวด และเจ็บแค้นให้แก่ญาติผู้ใหญ่ของสาวไข่เป็นอันมาก... จึงได้ปรึกษาหารือกันว่า... ถ้าไม่รีบตัดไฟเสียแต่ต้นลม...ประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยได้... น้องสาวของสาวไข่คนต่อไป...อาจก่อความเศร้าสะเทือนใจให้ครอบครัวได้อีก...

เมื่อได้ข้อสรุปดังนั้น...จึงตัดสินใจรื้อสะพานรักสารสินทิ้งเสีย...

โดยการนำเชือกมาผูกหัว-ท้ายสะพาน... แล้วตัดตรงกลางสะพานให้ขาดจากกัน...

บางคนนิยมความรุนแรง...จะใช้วิธีระเบิดสะพานในขณะโมโหจัดก็ได้...เมื่อสะพานรักขาดลง...ทั้งสองก็ไม่สามารถมาพบกันได้อีก..


หมันชาย


ในขณะเดียวกัน...ญาติของฝ่ายชาย...ก็ไม่ต้องการให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับน้องนายอสุจิอีก... จึงทำการมัดหัว มัดท้าย แล้วตัดเส้นทางเดินของนายอสุจิเสีย...

ทำให้น้องๆ ของนายอสุจิ...ถูกขังอยู่แต่ในบ้าน...ไม่สามารถออกมาสังคมเสวนากับใครได้อีก...

หนุ่มสาวของทั้งสองตระกูลจึงไม่สามารถพบกันได้อีกเลยตลอดชีวิต...สะพานรักสารสินจึงกลายเป็นตำนานมาตราบเท่าทุกวันนี้


ตำนานรักสารสินภาค 2


หลายคนทำตาแดงๆ บอกว่าทำไมคุณหมอถึงโหดร้ายและซาดิสซ์อย่างนี้

รังแกและซ้ำเติมสาวไข่ให้เจ็บปวดชอกช้ำ...ซ้ำแล้วซ้ำอีก...จะเขียนให้จบแบบ Happy ending บ้างไม่ได้หรือไง...?

หลายคนทำหน้างอ...บอกว่าถ้าไม่ตามใจ...คราวหน้า...คราวหลังจะไม่ซื้อหนังสือของคุณหมออ่านอีกแล้ว...

โอ.เค...ครับ...ตามใจหน่อย...เดี๋ยวจะหาว่าไม่รักกันจริง...?

เมื่อพายุฝนเมฆหมอกผ่านไป...ท้องฟ้าก็ปลอดโปร่ง สดชื่นแจ่มใส...

ยอดชายนายอสุจิและสาวไข่ก็นัดพบกันที่เดิม ร้านแมกโดนัลสาขาสะพานรักสารสิน...ทั้งสองวิ่งโผเข้าหากันอย่างไม่คิดชีวิต...ตามความต้องการและเสียงเรียกร้องจากหัวใจ...

สะพานรักสารสินคือเส้นทางรักที่นำคนทั้งสองมาพบกัน...

ต่างกอดรัดฟัดเหวี่ยง พร่ำรำพันคำรักที่สุดแสนจะหวานหูไม่หยุดปาก...ขณะที่จมูกของชายหนุ่มก็ซอกซอนไปทั่งเรือนร่างของหญิงสาว...สูดดมกลิ่นกายของสาวเจ้าให้สมกับความคิดถึง...ช่วงเวลาแห่งความสุขหฤหรรษ์ผ่านไป...นานเท่าไรไม่มีใครทราบ...

ทันใดนั้นกลีบกุหลาบสีแดงอมชมพูก็ปลิวร่วงลงไปในสายน้ำ...

เป็นสัญญาณบอกเหตุว่า...สาวไข่ได้ถูกนายอสุจิเจาะไข่แดง...แทรกกายเข้าไปในตัวของสาวเจ้าเรียบร้อยแล้ว...

สองกายรวมตัวเป็นหนึ่งเดียว...ทั้งสองชักชวนกันเดินทางไปตั้งรกราก สร้างหลักปักฐาน ในวิมานสีชมพูของแม่สื่อ... คือวิมานที่นางมดลูกสร้างเตรียมไว้รอรับขวัญที่ผนังมดลูก

คืนวันผ่านไป...ทั้งสองครองคู่กันอย่างมีความสุข...ตามประสาผัวหนุ่มเมียสาว...

ต่างหยอกล้อ...หัวร่อต่อกระซิก...เอาอกเอาใจ...ออเซาะฉอเลาะ...เคล้าคลอเคลีย...หอมหวานและโรแมนติกแบบสุดๆ ...

พฤติกรรมดังกล่าว...หารอดพ้นสายตาของพวกสอดรู้สอดเห็นในหมู่บ้านไม่...ทุกคนมองภาพบาดตาบาดใจ ด้วยความอิจฉาริษยา...เจ้าของโรงงานก็ทนเห็นบทรักที่เว่อเกินพอดีไม่ไหว มีอาการคลื่นเ X ยนเวียนหัว ถึงกับอาเจียนติดต่อกันหลายเดือน...


กำเนิดกุมาร


เมื่อสาวไข่และนายอสุจิที่รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวและฝังตัวที่เยื่อบุมดลูก...ก็เกิดการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว...เพียงวันแรกก็สามารถเพิ่มเซลล์ได้มากกว่า 100 เซลล์

เซลล์จะแบ่งตัวออกเป็นสองกลุ่มติดกัน...

เซลล์ด้านนอกจะเจริญเป็น..."ตัวอ่อน"

ส่วนเซลล์ด้านในจะฝังตัวลุกลงไปในเยื่อบุมดลูกเจริญเป็น..."รก"

รอยต่อของทั้งสองเซลล์ที่ชนกันจะเจริญเป็น..."สายสะดือ"

การเติบโตของตัวอ่อน...จะดูดอาหารและถ่ายของเสียโดยผ่านสายสะดือ...

ที่สายสะดือจะมีหลอดเลือดแดง...เป็นทางนำอาหารและอ๊อกซิเจนไปเลี้ยงตัวอ่อน...

ขับถ่ายของเสียและคาร์บอนไดออกไซด์ออกทางเส้นเลือดดำ...ผ่านรกไปสู่ตัวแม่

เก้าเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก...พยานรักที่เป็นโซ่ทองคล้องใจของทั้งคู่ก็ลืมตาดูโลก... สร้างความตื่นเต้น...ความสุข...และปลาบปลื้มยินดี...ให้กับพ่อแม่ญาติพี่น้องทุกคนในครอบครัว...รวมถึงผมและท่านผู้อ่านทุกคนด้วย...

ในขณะที่ทำคลอด...เด็กร้องเสียงดังมาก...

คุณหมอผู้ทำคลอดบอกว่า...โตขึ้นน่าจะเป็นนักร้อง...จึงตั้งชื่อให้คล้องจองกับนักร้องดัง..."ทาทายัง" โดยให้ชื่อว่า...ทะ ทะ ทา "ทารก"

ตำนานรักสารสิน และโรงงานผลิตมนุษย์...ก็จบแบบ Happy ending ...ตามความต้องการของทุกคนเพียงเท่านี้

จากคุณ: toP livE วัน / เวลา: [10 พ.ย. 2549 / 14:16:34]