การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก สำหรับการพัฒนาประเทศสู่ความผาสุขที่ยั่งยืน ...
...

จึงไม่น่าแปลกใจเลย หากวันนี้ P&G กำลังคิดที่จะ Merge รวมกับบริษัทยายักษ์ใหญ่ หรือ บริษัท L'oreal ซึ่งมีการจ้าง “Molecular Biologist" เข้าทำงานมากขึ้น และบริษัทอย่าง Mosanto, Dupont, Novartis, IBM, Hoechst, Compaq, GlaxoSmithKline ซึ่งมี Core Business แตกต่างกัน จึงกำลังคิดเรื่องPartnering .. Merging .. Growing มนุษย์ประสบความสำเร็จในการค้นพบ แผนที่พันธุกรรมของมนุษย์ ซึ่งจะ มีผลทำให้พัฒนาการของโลกเปลี่ยนไปอย่างมากทีเดียว แผนที่พันธุกรรมนี้จะประกอบไปด้วย Code ต่างๆ คือ A-T-C-G ซึ่งก็เป็น Genetic Code เช่นกัน

”This map are changing the way we look at all life because they provide blueprint crucial to almost every business” เมื่อมองย้อนดู .. ประเทศที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีตกาล บัดนี้ได้ล่มสลายไป หรือไม่ก็ไม่สามารถดำรงคงอยู่ได้อย่างยิ่งใหญ่อีกแล้ว เช่น
                คศ. 1200 ขอม (หรือ เขมร) ถือเป็นประเทศมั่งคั่งร่ำรวยประเทศหนึ่งของโลก เช่น นครวัด
                คศ. 1500 เปรู และเม็กซิโก เหนือกว่า ยุโรปมาก                คศ. 1600 Switzerland of the Middle East คือ เลบานอน และ Switzerland of Africa คือ ยูกันดา แต่ด้วยสงครามเผ่าพันธุ์ และการเมืองภายในกันเอง (คุ้นๆนะเหมือนใกล้ๆหรืออะไรสักอย่างแถวๆนี้) และการละเลยเรื่องของ การพัฒนาเทคโนโลยี ประเทศ หรือ อาณาจักรเหล่านี้หายแห่งก็สูญสลายไป หรือไม่วันนี้ก็ยากจนมาก หรือ อย่างในปี 1840 โลกเพิ่งเริ่มต้นยุคการปฎิวัติอุตสาหกรรม ประเทศจีน และอินเดีย ครองสัดส่วนการค้าทั้งโลก ถึง 40% โดยสินค้าหลักสมัยนั้น คือ ผ้าไหม เพชรพลอย และมรกต แต่ในขณะเดียวกันฟากฝั่งยุโรป และอเมริกา เริ่มต้นการพัฒนาอุตสาหกรรมโดยการ “Industrialize and Standardize” ซึ่งจีน และอินเดียไม่ได้ทำ สัดส่วนการครองการค้าโลกของประเทศทั้งสองจึงเหลือเพียง 3.4%  คศ. 1800 คิวบา และอาร์เจนติน่า ร่ำรวยกว่าอเมริกา แต่ อเมริกากลับมุ่งมั่นเรื่องการให้การศึกษาของผู้คน  สร้างโครงสร้างพื้นฐาน และสะสมทุน รับเอาเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการเกษตร และสิ่งทอ อเมริกาจะแซงหน้าประเทศเหล่านี้ คศ. 1860 สินค้าญี่ปุ่น เป็นสัญลักษณ์ของ Bad Quality แต่ปัจจุบันเป็น World Class Quality และผลิตสินค้าขายได้มากเป็นห้าเท่าของทวีปอเมริกาใต้ทั้งทวีป ปัจจุบัน Gap ระหว่างประเทศร่ำรวย กับประเทศยากจน จึงไม่ใช่ 5 :1 แต่เป็น 390 :1 และจะยิ่งมากขึ้นด้วย  “IT and Genetic Revolution” และในไม่ช้า Gapนี้อาจเป็นถึงมากกว่า 1,000 :1 เท่าก็เป็นได้ ความแตกต่างในเรื่องของการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ “Scientific Literacy” นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเรื่องของความมั่งคั่ง ...